fbpx
WRITER: วฤษดี ดวงราษี
EDITOR: MUSTARD SEED TEAM

ฉันเคยคิดว่า…ถ้าไม่มีแฟน แปลว่าฉันไม่ดีพอ

ในโลกที่สื่อสังคมเต็มไปด้วยภาพคู่รักยิ้มหวาน วิดีโอของคนสองคนที่หยอกล้อกันในคาเฟ่น่ารักๆ และบรรยากาศโรแมนติกที่รายล้อมอยู่ตลอดเวลา มันทำให้ฉันเริ่มเชื่อว่า ความโสด คือเครื่องหมายของความล้มเหลว หรือบางทีอาจเป็นคำพิพากษาว่าฉันไม่คู่ควรกับความรักแบบที่คนอื่นมี

แต่พระเจ้ากลับใช้ช่วงเวลาแห่งความว่างเปล่านั้น ค่อยๆ พาฉันออกจากการวัดคุณค่าตัวเองผ่าน “สถานะความสัมพันธ์” และเปิดดวงตาฉันให้เห็นว่า…ความโสดไม่ใช่คำสาป แต่คือโอกาสทองในการรู้จักพระองค์ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม

ตอนแรกฉันไม่เข้าใจว่าทำไมพระเจ้าจึงยังไม่ให้ใครเข้ามาในชีวิต ทั้งๆ ที่ฉันพยายามพัฒนาตัวเอง ทั้งรูปลักษณ์ตามค่านิยมของโลก และความสามารถต่างๆ แต่ก็ยังรู้สึกว่า “ดีไม่พอ” ความน้อยใจค่อยๆ พาฉันเข้าสู่ความเงียบ และในความเงียบงันนั้นเอง พระเจ้ากลับเปิดใจฉันให้เห็นว่า บางครั้งการที่เราอยู่คนเดียวไม่ได้แปลว่าเราถูกมองข้าม แต่มันอาจเป็นช่วงเวลาที่พระองค์กำลังเตรียมบางสิ่งที่ดีกว่าให้ หรือบางที…อาจเป็นช่วงที่พระองค์กำลังเตรียม “ตัวฉัน” ให้พร้อมสำหรับแผนการซึ่งยิ่งใหญ่กว่าความรักที่ฉันเคยจินตนาการไว้

พระคัมภีร์ 1 โครินธ์ 7:32–34 บอกว่า

“คนที่ยังไม่ได้แต่งงานย่อมมีความห่วงใยถึงเรื่องขององค์พระผู้เป็นเจ้า คือหาทางที่เขาจะเป็นที่พอพระทัยองค์พระผู้เป็นเจ้า…”

พระคำนี้ไม่ได้หมายความว่าการแต่งงานเป็นเรื่องไม่ดี แต่กลับชี้ให้เห็นว่า ช่วงเวลาแห่งความโสดคือฤดูกาลพิเศษ ช่วงเวลาที่เราสามารถมอบเวลา พลังใจ และจิตวิญญาณให้กับพระเจ้าได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีพันธะอื่นมารบกวน ทำให้เราได้รักพระเจ้าด้วยสุดใจ สุดจิต และสุดกำลังแบบไม่มีเงื่อนไขใดๆ มาผูกมัด

สำหรับฉัน ความโสดจึงกลายเป็น “โอกาส” ในการทำสิ่งที่ตอนมีแฟนอาจไม่สามารถทำได้ เช่น การออกเดินทางไปทำพันธกิจต่างจังหวัดกับทีมคริสตจักร การมีเวลานั่งเงียบๆ กับพระคัมภีร์โดยไม่ต้องรีบตอบใคร หรือการใช้ช่วงเวลาเฝ้าชิดติดสนิทผ่านการอธิษฐานในความสงบ เพื่อฟังเสียงปลอบใจของพระองค์อย่างลึกซึ้ง

และที่สำคัญที่สุด ฉันได้เรียนรู้ที่จะฟังเสียงของพระเจ้าในชีวิตประจำวัน เสียงที่ครั้งหนึ่งเคยถูกกลบด้วยเสียงของโลก ฉันได้เรียนรู้ที่จะรักตัวเองอย่างที่พระเจ้ารักฉัน ไม่ใช่เพราะมีใครมายืนยันคุณค่า แต่เพราะพระเจ้าตรัสว่า “ลูกมีค่าในสายตาเรา”

ช่วงเวลาแห่งความโสดจึงไม่ใช่ความล้มเหลวของช่วงชีวิตหรือช่วงวัย แต่เป็นบทเรียนสำคัญที่พระเจ้าต้องการให้ฉันรู้ว่า “ฉันอาจยังไม่พร้อมจะรักใคร ถ้ายังไม่รู้จักคุณค่าของตัวเองจริงๆ” พระองค์ใช้ฤดูกาลนี้ไม่เพียงเพื่อเตรียม “คู่ชีวิต” ของฉัน แต่เพื่อเตรียม “ตัวฉัน” ให้พร้อมที่จะรักอย่างที่พระองค์ทรงรัก

ฉันเชื่อว่า ทุกคนต่างเคยมีช่วงเวลาที่รู้สึกโดดเดี่ยว ไม่เข้าใจ หรือน้อยใจในความโสด แต่วันนี้ฉันอยากให้กำลังใจว่า หากพระเจ้ายังไม่ให้ “ใครสักคน” เข้ามาในชีวิต นั่นอาจเป็นเพราะพระองค์กำลังใช้เวลานี้ “สร้างใครบางคนที่สำคัญกว่า” และคนนั้นก็คือ “ตัวคุณเอง”

เพราะความโสดไม่ใช่ช่องว่างของชีวิต แต่เป็นพื้นที่ให้พระเจ้าได้ทรงเติมเต็ม และเมื่อเวลาที่เหมาะสมมาถึง หากพระองค์ประสงค์ให้คุณรักใครสักคน คุณจะสามารถรักเขา…ด้วยหัวใจที่เต็มล้นในพระคริสต์แล้วจริงๆ

YOU MAY ALSO LIKE

เราพลาดจุดสำคัญของการแต่งงานไปหรือเปล่า?

เราพลาดจุดสำคัญของการแต่งงานไปหรือเปล่า?

WRITER: ชาร์เมน ซิม ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: เฮจี คิม EDITOR: อาเกียว เสียงระฆังดังขึ้นอย่างชื่นบานใจ ประตูเปิดออกพร้อมเศษกระดาษหลากสีโปรยปรายในอากาศ ขณะที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวปรากฎตัวออกมาพร้อมรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ซินเดอเรลล่าและเจ้าชายโบกมือร่ำลา...

อยู่เป็นโสดดีไหม?

อยู่เป็นโสดดีไหม?

WRITER: แดเนียล แฮมลิน ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ปาลีญา ธนาวัฒนเจริญ EDITOR: นามระพี พีระมาน มันเป็นความสัมพันธ์ที่จริงจังครั้งแรกของผม และหลังจากนั้นก็กลายเป็นว่าเราเข้ากันไม่ได้ ผมเลยเลือกที่จะจบความสัมพันธ์ลง...

ห้องแห่งการรอคอยที่เรียกว่า “ความโสด”

ห้องแห่งการรอคอยที่เรียกว่า “ความโสด”

WRITER: เอมิลี่ เบอร์ริว ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: อธิษฐาน ดวงคำ EDITOR: Mustard Seed Team มี “ปาร์ตี้” อยู่งานนึง มันน่าตื่นเต้นและเป็นที่นิยม มีสิ่งเอนเตอร์เทนมากมาย มีเสียงดนตรีที่ดัง และทุกคนก็แต่งตัวสวยงามสีสันฉูดฉาด ...

Share This