ความโศกเศร้า: การรับมือกับความเสียใจและกลับมาใช้ชีวิตอีกครั้งหลังความตายของผู้เป็นที่รัก
“ยามความเศร้ามาเยือน มันหาได้ส่งทหารมาสอดแนมเพียงหนึ่ง แต่มาทั้งกองทัพ”
จากบทละครของเช็คสเปียร์เรื่องแฮมเล็ต องก์ 4 ฉาก 5
น่าจะไม่มีครั้งใดในประวัติศาสตร์ที่ผู้คนมากมายได้รับผลกระทบร้ายแรงจากการสูญเสียมากเท่าครั้งนี้ เมื่อโควิด-19 ระบาด หลายต่อหลายคนต้องเสียบุคคลผู้เป็นที่รักไปโดยไม่มีแม้โอกาสไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล หรือร่วมงานศพหรืองานไว้อาลัย ได้แต่รู้สึกโศกเศร้าเสียใจเพียงลำพัง ความโศกเศร้าเหมือนอยู่ใกล้ตลอดเวลาผ่านข่าวสารและโซเชียลมีเดียอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่การปลอบประโลมกลับอยู่ไกลเกินเอื้อมเพราะมาตรการต่างๆ ที่จำกัดการเดินทาง รวมไปถึงการกักตัว
การสูญเสียในช่วงโควิด
เพื่อนร่วมงานของฉันที่พันธกิจมานาประจำวันคนหนึ่งได้แบ่งปันประสบการณ์ของเธอเกี่ยวกับการสูญเสียเพื่อนคนหนึ่ง และเล่าถึงวินาทีที่เธอได้รับข่าวการจากไปในตอนนั้น มันเกิดขึ้นในยามค่ำคืนที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงสะอื้นอย่างเจ็บปวดและความตกใจไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น ความหนาวเย็นเข้าจับที่หัวใจของเธอ และความชาแผ่ซ่านไปถึงปลายนิ้ว และเมื่อถึงวันพิธีศพซึ่งมีการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กสิ่งที่เธอทำได้มีเพียงการกระซิบคำอำลาเบาๆ ผ่านหน้าจอเท่านั้น
หากคุณต้องสูญเสียใครบางคนไปในช่วงการแพร่ระบาด ความสูญเสียนั้นอาจให้ความรู้สึกที่เจ็บปวดรุนแรงกว่าปกติ เนื่องจากความท้าทายและข้อจำกัดต่างๆ คุณอาจไม่ได้ไปร่วมงานศพหรืองานไว้อาลัย ไม่มีโอกาสกล่าวลาเป็นครั้งสุดท้าย พวกเขาอาจอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่จำเป็นต้องแยกตัวจากทุกคน ความเศร้าโศกที่คุณรู้สึกอาจซับซ้อนและมีหลายแง่มุม ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดเลยที่คุณจะมองหาความช่วยเหลือหรือกำลังใจจากผู้อื่น
แล้วความโศกเศร้าคืออะไรกันแน่
ความโศกเศร้าเป็นอารมณ์ที่ถาโถมเข้ามาเมื่อเจ็บปวดจากการสูญเสีย เป็นกระบวนการอันซับซ้อนเมื่อต้องทำใจรับมือกับความสูญเสียต่างๆ ที่เกิดขึ้นตลอดชีวิตเรา ทุกคนเคยโศกเศร้า แต่กระบวนการของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน
เราอาจเคยได้ยินเกี่ยวกับการปรับตัว 5 ระยะเมื่อมีการสูญเสีย ตามที่คูเบลอร์-รอสส์เสนอไว้คือ ช่วงการปฏิเสธ ช่วงความโกรธ ช่วงการต่อรอง ช่วงความซึมเศร้า และช่วงการยอมรับ สิ่งเหล่านี้อาจจะเกิดขึ้นในกระบวนการความโศกเศร้า แต่อาจไม่เป็นไปตามลำดับ เรามักจะสลับจากระยะหนึ่งไปอีกระยะหนึ่ง เช่น รู้สึกว่าดีขึ้น กำลังจะก้าวข้ามความโศกเศร้าได้แล้ว แล้วจู่ๆ ก็กลับมาจมอยู่ในความเจ็บปวดอีกครั้ง ความเป็นจริงของการโศกเศร้าคือ… มันไม่มีรูปแบบที่ตายตัวเลยนั่นเอง
ลอเรน เฮอร์เชลโพสต์ในโซเชียลมีเดียเมื่อไม่กี่ปีมานี้เกี่ยวกับการเปรียบเทียบความโศกเศร้ากับลูกบอล ซึ่งเธอได้เรียนรู้จากแพทย์ที่พบเป็นประจำในช่วงทำใจรับมือเมื่อแม่ของเธอจากไป
ลูกบอลในกล่อง
ความโศกเศร้าอาจเปรียบได้กับลูกบอลในกล่องใบหนึ่ง ซึ่งภายในกล่องนั้นมี “ปุ่มแห่งความเจ็บปวด” ในตอนแรกเริ่มต้น ลูกบอลมีขนาดใหญ่มาก มันกระแทกปุ่มนั้นตลอดเวลาและกระตุ้นเราให้รู้สึกเจ็บปวดอยู่เสมอ เมื่อเวลาผ่านไป ลูกบอลค่อยๆ เล็กลง มันยังคงกระแทกปุ่มแห่งความเจ็บปวดอยู่ แต่มีเวลาให้ฟื้นตัวมากขึ้น และเราสามารถคาดเดาล่วงหน้าได้ดีขึ้นว่าความเจ็บปวดจะมาเมื่อไหร่ และค่อยๆ รับมือกับมันได้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตามลูกบอลและปุ่มแห่งความเจ็บปวดนั้นไม่เคยหายไปจริงๆ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึง “ไม่สามารถลืม” การสูญเสียบางอย่างหรือบางคนที่มีความหมายต่อเราอย่างลึกซึ้งและไม่อาจแทนที่ได้ แต่ถึงอย่างนั้น เราก็สามารถเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับความสูญเสีย และค้นพบความหวังรวมถึงความสุข ท่ามกลางสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดเหล่านั้นได้
หาความหวังให้พบ
แม้ข้าพระองค์จะเดินไปตามหุบเขาเงามัจจุราช ข้าพระองค์ไม่กลัวอันตรายใดๆ เพราะพระองค์ทรงสถิตกับข้าพระองค์ คฑาและธารพระกรของพระองค์เล้าโลมข้าพระองค์ (สดุดี 23:4 ฉบับ 1971)
พระคัมภีร์ข้างบนนี้พูดถึงการเดินไปตามหุบเขาเงามัจจุราช ซึ่งฉบับอมตธรรมร่วมสมัยเรียกว่า “หุบเขาเงาแห่งความตาย” กษัตริย์ดาวิด ผู้เขียนสดุดีบทนี้ เคยสูญเสียและมีโศกนาฏกรรมในชีวิตเช่นกัน แต่เมื่อทบทวนชีวิตแล้ว พระองค์ก็ประกาศว่า พระเจ้าทรงแสนดีและสถิตอยู่ด้วยตลอดเวลา
มันอาจเป็นเรื่องยากที่จะรู้สึกมีความหวังในท่ามกลางความโศกเศร้า และบางครั้งแค่คิดถึงความสุขก็อาจรู้สึกเหมือนไม่เหมาะสมหรือไม่ให้เกียรติความสูญเสีย แต่การก้าวต่อไปไม่ได้แปลว่าเราต้องลืม เราสามารถปล่อยวางและเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับความเศร้า พร้อมทั้งยังคงให้เกียรติและระลึกถึงสิ่งหรือคนที่เราสูญเสียไปอย่างมีความหมาย
ในหนังสือเพื่อการเรียนรู้เรื่อง “ชีวิตหลังการสูญเสีย” ทิม แจ๊คสัน ผู้เขียนซึ่งเป็นนักจิตวิทยา ได้แบ่งปันเกี่ยวกับการอยู่ในกระบวนการเศร้าโศกอย่างมีความหวัง ขณะที่พึ่งพาพระผู้สร้างและผู้เชื่อด้วยกัน เพื่อรับการปลอบประโลมใจและมีความหวังได้ในสถานการณ์ยากลำบากเช่นนี้
ร่องรอยแห่งความเศร้า
March 16, 2026
ความหวังในยามโศกเศร้า
March 17, 2026
ความรักและสันติสุข
March 18, 2026
MUSTARD SEED
Scripture quotations taken from The Holy Bible, Thai Standard Version 2011 ®
MUSTARD SEED is a part of
Our Daily Bread Ministries.
ABOUT US
We are a platform for Christian young people to ask questions about life and discover their true purpose. We are a community with different talents but the same desire to make sense of God’s life-changing word in our everyday lives.
® 2019 MUSTARD SEED . ALL RIGHTS RESERVED.
CONNECT WITH US
OUR OTHER LANGUAGES SITES
YMI (English)
WarungSaTeKaMu (Bahasa Indonesia)
雅⽶米 (Simplified Chinese)













