WRITER: วฤษดี ดวงราษี
EDITOR: MUSTARD SEED TEAM
ฉันเคยคิดว่า…ถ้าไม่มีแฟน แปลว่าฉันไม่ดีพอ
ในโลกที่สื่อสังคมเต็มไปด้วยภาพคู่รักยิ้มหวาน วิดีโอของคนสองคนที่หยอกล้อกันในคาเฟ่น่ารักๆ และบรรยากาศโรแมนติกที่รายล้อมอยู่ตลอดเวลา มันทำให้ฉันเริ่มเชื่อว่า ความโสด คือเครื่องหมายของความล้มเหลว หรือบางทีอาจเป็นคำพิพากษาว่าฉันไม่คู่ควรกับความรักแบบที่คนอื่นมี
แต่พระเจ้ากลับใช้ช่วงเวลาแห่งความว่างเปล่านั้น ค่อยๆ พาฉันออกจากการวัดคุณค่าตัวเองผ่าน “สถานะความสัมพันธ์” และเปิดดวงตาฉันให้เห็นว่า…ความโสดไม่ใช่คำสาป แต่คือโอกาสทองในการรู้จักพระองค์ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม
ตอนแรกฉันไม่เข้าใจว่าทำไมพระเจ้าจึงยังไม่ให้ใครเข้ามาในชีวิต ทั้งๆ ที่ฉันพยายามพัฒนาตัวเอง ทั้งรูปลักษณ์ตามค่านิยมของโลก และความสามารถต่างๆ แต่ก็ยังรู้สึกว่า “ดีไม่พอ” ความน้อยใจค่อยๆ พาฉันเข้าสู่ความเงียบ และในความเงียบงันนั้นเอง พระเจ้ากลับเปิดใจฉันให้เห็นว่า บางครั้งการที่เราอยู่คนเดียวไม่ได้แปลว่าเราถูกมองข้าม แต่มันอาจเป็นช่วงเวลาที่พระองค์กำลังเตรียมบางสิ่งที่ดีกว่าให้ หรือบางที…อาจเป็นช่วงที่พระองค์กำลังเตรียม “ตัวฉัน” ให้พร้อมสำหรับแผนการซึ่งยิ่งใหญ่กว่าความรักที่ฉันเคยจินตนาการไว้
พระคัมภีร์ 1 โครินธ์ 7:32–34 บอกว่า
“คนที่ยังไม่ได้แต่งงานย่อมมีความห่วงใยถึงเรื่องขององค์พระผู้เป็นเจ้า คือหาทางที่เขาจะเป็นที่พอพระทัยองค์พระผู้เป็นเจ้า…”
พระคำนี้ไม่ได้หมายความว่าการแต่งงานเป็นเรื่องไม่ดี แต่กลับชี้ให้เห็นว่า ช่วงเวลาแห่งความโสดคือฤดูกาลพิเศษ ช่วงเวลาที่เราสามารถมอบเวลา พลังใจ และจิตวิญญาณให้กับพระเจ้าได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีพันธะอื่นมารบกวน ทำให้เราได้รักพระเจ้าด้วยสุดใจ สุดจิต และสุดกำลังแบบไม่มีเงื่อนไขใดๆ มาผูกมัด
สำหรับฉัน ความโสดจึงกลายเป็น “โอกาส” ในการทำสิ่งที่ตอนมีแฟนอาจไม่สามารถทำได้ เช่น การออกเดินทางไปทำพันธกิจต่างจังหวัดกับทีมคริสตจักร การมีเวลานั่งเงียบๆ กับพระคัมภีร์โดยไม่ต้องรีบตอบใคร หรือการใช้ช่วงเวลาเฝ้าชิดติดสนิทผ่านการอธิษฐานในความสงบ เพื่อฟังเสียงปลอบใจของพระองค์อย่างลึกซึ้ง
และที่สำคัญที่สุด ฉันได้เรียนรู้ที่จะฟังเสียงของพระเจ้าในชีวิตประจำวัน เสียงที่ครั้งหนึ่งเคยถูกกลบด้วยเสียงของโลก ฉันได้เรียนรู้ที่จะรักตัวเองอย่างที่พระเจ้ารักฉัน ไม่ใช่เพราะมีใครมายืนยันคุณค่า แต่เพราะพระเจ้าตรัสว่า “ลูกมีค่าในสายตาเรา”
ช่วงเวลาแห่งความโสดจึงไม่ใช่ความล้มเหลวของช่วงชีวิตหรือช่วงวัย แต่เป็นบทเรียนสำคัญที่พระเจ้าต้องการให้ฉันรู้ว่า “ฉันอาจยังไม่พร้อมจะรักใคร ถ้ายังไม่รู้จักคุณค่าของตัวเองจริงๆ” พระองค์ใช้ฤดูกาลนี้ไม่เพียงเพื่อเตรียม “คู่ชีวิต” ของฉัน แต่เพื่อเตรียม “ตัวฉัน” ให้พร้อมที่จะรักอย่างที่พระองค์ทรงรัก
ฉันเชื่อว่า ทุกคนต่างเคยมีช่วงเวลาที่รู้สึกโดดเดี่ยว ไม่เข้าใจ หรือน้อยใจในความโสด แต่วันนี้ฉันอยากให้กำลังใจว่า หากพระเจ้ายังไม่ให้ “ใครสักคน” เข้ามาในชีวิต นั่นอาจเป็นเพราะพระองค์กำลังใช้เวลานี้ “สร้างใครบางคนที่สำคัญกว่า” และคนนั้นก็คือ “ตัวคุณเอง”
เพราะความโสดไม่ใช่ช่องว่างของชีวิต แต่เป็นพื้นที่ให้พระเจ้าได้ทรงเติมเต็ม และเมื่อเวลาที่เหมาะสมมาถึง หากพระองค์ประสงค์ให้คุณรักใครสักคน คุณจะสามารถรักเขา…ด้วยหัวใจที่เต็มล้นในพระคริสต์แล้วจริงๆ
YOU MAY ALSO LIKE
ในความรักและการแต่งงาน ใครคือคนที่ใช่?
WRITER: เคไซย่า ลิวอิส ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: สิริวรรณ ภูษิตประภา EDITOR: Mustard Seed Team ฉันอายุ 34 ปี และใช้ชีวิตแต่งงานมาแล้ว 4 ปี ดังนั้นฉันไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแต่งงานหรือความรัก อย่างไรก็ตาม...
ทำไมฉันยังเป็นโสด?
WRITER: คริสตี้ วิลคินสันต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ทิพย์สุพร ชาน EDITOR: Mustard Seed Team ฉันนั่งอยู่ในโบสถ์กำลังฟังศิษยาภิบาลเทศนา ขณะที่สายตาของฉันจดจ่ออยู่ที่คู่รักคู่หนึ่งที่นั่งอยู่ไม่กี่แถวข้างหน้าจากที่ที่ฉันนั่งอยู่...
เลิกเป็นคนที่สมบูรณ์แบบและเริ่มเป็นคนที่บริสุทธิ์
WRITER: เจเนล บริเทนสไตน์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: สรสิทธิ์ ธัมมารักขิตานนท์EDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร ฉันยังจำได้ดีถึงชีวิตม.ปลายที่แสวงหาพระเจ้าอย่างจริงจัง ถ้าฉันเลือกได้เพียงอย่างเดียวในโลกนี้สิ่งที่ฉันเลือกก็คือการรักษาชีวิตให้บริสุทธิ์ต่อพระเจ้า...


