fbpx
WRITER: เคไซย่า ลิวอิส ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR: สิริวรรณ ภูษิตประภา
EDITOR: Mustard Seed Team

ฉันอายุ 34 ปี และใช้ชีวิตแต่งงานมาแล้ว 4 ปี ดังนั้นฉันไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแต่งงานหรือความรัก อย่างไรก็ตาม เพราะว่าฉันแต่งงานแล้วจึงมักถูกถามจากบรรดาเพื่อนสาวโสดว่า “เธอรู้ได้ยังไงว่าเจสันสามีของเธอ คือคนที่ใช่จริงๆ?”

ฉันรู้ได้อย่างไรนะเหรอ?

ฉันจะบอกอะไรให้นะ ฉันเคยถามคำถามนี้กับตัวเองเหมือนกัน ฉันเคยเชื่อหัวปักหัวปำว่าพระเจ้าจะต้องจัดเตรียมผู้ชายดีๆ สักคนให้กับฉัน เป็นภารกิจของฉันที่จะต้องตามหาคนนั้นให้เจอ แต่ฉันก็ถูกรังควานด้วยคำถามนี้ “ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาคนนั้นเป็นใคร?”

ฉันปล้ำสู้กับคำถามนี้นานแสนนาน ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือคนที่ฉันจะแต่งงานด้วย ความรู้สึกแบบไหนกันฉันถึงจะรู้ว่าใช่หรือเปล่า? สัญญาณบ่งบอกอะไรที่ฉันต้องมองหา?

ในขณะที่พยายามหาคำตอบอยู่นั้น วันหนึ่งฉันก็รู้สึกตัวว่าแท้ที่จริงแล้วฉันมีความคิดที่ผิดเกี่ยวกับความรักและการแต่งงาน ฉันเข้าใจแล้วว่ามันไม่มีหรอก “คนที่ใช่”

ความคิดที่ว่าพระเจ้าได้เลือกคนๆ หนึ่งให้มาเป็นคู่ชีวิตของเรา ความคิดนี้มันช่างแคบและยากเกินไปที่จะคิดออกว่าเขาคนนั้นคือใคร? พระเจ้าไม่ได้ระบุในพระคัมภีร์ให้เรารู้อย่างชัดเจนว่าเขาคนนั้นรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร ฉันเชื่อว่าถ้าคุณเข้าหาพระเจ้าและอยู่ในทางของพระองค์แล้ว พระองค์จะนำให้คุณได้เจอคนที่มีแนวโน้มหลายคนเลยทีเดียว ถูกต้อง! หลายคนเลย ไม่ใช่แค่คนเดียว! ชายหรือหญิงคนใดก็ตามที่เป็นสาวกตัวจริงของพระเยซูสามารถเป็นสามีหรือภรรยาที่ดีในอนาคตได้ทั้งนั้น นั่นก็เพราะคุณสามารถสร้างความสัมพันธ์กับเขาหรือเธอบนพื้นฐานที่เข้มแข็ง นั่นก็คือบนพระเยซูคริสต์นั่นเอง สิ่งที่ทำให้เขาหรือเธอมีคุณสมบัติที่จะเป็นคู่ครองของคุณได้ก็คือความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างเขากับพระเยซูคริสต์ สิ่งที่นอกเหนือจากนั้นเกี่ยวกับตัวเขาคนนั้นถือว่าเป็นสิ่งดีๆ ที่แถมมาด้วย

จากนั้น พระเจ้าทรงปรารถนาให้คุณเลือก คุณถามพระเจ้าได้ว่าเธอหรือเขาคนนั้นเป็นคนที่ใช่สำหรับคุณหรือเปล่า ในขณะเดียวกัน พระเจ้าทรงถามคำถามเดียวกันนี้กับคุณด้วยเช่นกัน นี่เป็นข้อดีของการเป็นลูกของพระเจ้า ก็คือพระองค์ทรงให้อิสรภาพในการตัดสินใจ พระองค์ไม่ใช่ผู้บงการคอยชี้นิ้วสั่งแล้วให้คุณหลับหูหลับตาทำตาม พระเจ้าได้ประทานความต้องการและสติปัญญาที่จะคิดพิจารณาให้กับคุณแล้ว และยิ่งเมื่อคุณติดสนิทกับพระองค์ ความคิดของคุณก็จะเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับน้ำพระทัยของพระองค์ และต้องการสิ่งเดียวกับที่พระองค์ต้องการ ดังนั้น ฉันจึงขอเสนอให้คุณตัดสินใจเลือกคนที่คุณคิดว่าใช่ที่สุดสำหรับคุณ อย่าให้ความกลัวที่คุณคิดว่า คนนี้จะใช่ไหมนะ คนนั้นจะใช่หรือเปล่า ทำให้คุณพลาดโอกาสในการเลือกคนที่พระเจ้าส่งมาให้คุณ

ฉันเองไม่ได้แต่งงานกับ “คนที่ใช่” ตามแบบคำนิยามทั่วไป แต่สามีของฉันเป็น “คนที่ใช่” ของฉัน

เพราะฉันตัดสินใจแต่งงานกับเขา ซึ่งเขาเป็นผู้ที่พระเจ้านำเข้ามาในชีวิตฉัน ฉันจึงตัดสินใจที่จะรักเขาและเห็นอนาคตที่เราจะรับใช้ด้วยกัน และในพระเจ้า เราจะเติบโตไปด้วยกัน

ฉันขอหนุนใจให้คุณอธิษฐานขอสติปัญญาจากพระเจ้าในการเลือกคู่ครอง เพราะนั่นเป็นสิ่งที่พระองค์ต้องการให้คุณทำ แต่สิ่งที่น่าจะอธิษฐานขอก่อนอื่นเลยก็คือ ขอให้คุณมีความเข้าใจว่า การแต่งงานไม่ใช่เรื่องของคนที่คุณจะแต่งงานด้วย หรือการเติมเต็มชีวิตเพื่อให้ตัวเองมีความสุขเท่านั้น (แต่ฉันไม่ได้หมายความว่าพระเจ้าไม่ได้อยากให้เรามีความสุขนะ) เหนือสิ่งอื่นใด การแต่งงานก็คือสิ่งที่พระเจ้าอยากจะทำต่อชีวิตของเรา เพื่อเราจะสะท้อนพระสิริของพระองค์ การแต่งงานคือการที่พระเจ้าได้สำแดงความรักที่ไม่มีวันสิ้นสุดต่อเราและต่อคริสตจักรของพระองค์ออกมานั่นเอง (เอเฟซัส 5:21-33)

และในขณะที่คุณกำลังรอคอยพระเจ้าสำหรับ “คนที่ใช่” ฟังเหมือนจะโรแมนติก ดีงาม และค่อนข้างตามหลักพระคัมภีร์ จริงๆ แล้วคุณไม่จำเป็นต้องรอ เพราะ “คนที่ใช่” ที่คุณต้องการจริงๆ แล้วนั้นอยู่กับคุณอยู่แล้ว นั่นก็คือองค์พระเยซู ในพระองค์ เราเองนั้นครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว

YOU MAY ALSO LIKE

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

WRITER: แมเดลีน เกรซ ชคูลฟีลด์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ปาลีญา ธนาวัฒนเจริญEDITOR: ธนากร พูลสินกูล ฉันรู้สึกราวกับว่ามีผ้าห่มผืนใหญ่ทับอยู่บนอกของฉัน เมื่อฉันลองหายใจลึกๆ เข้าไปในปอดและพยายามไอออกมาด้วยความรู้สึกแสบ...

ชีวิตที่ถูกซ่อนไว้จากความจริง

ชีวิตที่ถูกซ่อนไว้จากความจริง

TRANSLATOR: เจ.ที.เอ็ม.EDITOR: Mustard Seed Team คุณเคยทำตัวเองหล่นหายไหม รู้สึกโกรธตัวเองและต่อว่าตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกจากความผิดพลาดในชีวิตบ้างไหม หรือถามตัวเองว่าฉันเกิดมาทำไม หรือรู้สึกว่าโลกนี้มันไม่ได้มีที่ยืนสำหรับฉันเลย ความเจ็บปวดหรือความรู้สึกไร้ค่าเหล่านี้...

ถ้าการเป็นคริสเตียนไม่ได้ช่วยอะไรฉันล่ะ?

ถ้าการเป็นคริสเตียนไม่ได้ช่วยอะไรฉันล่ะ?

WRITER: อัลวิน โธมัส ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ณัฐพร ชังเจริญEDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน ผมอยากจะเริ่มต้นโดยการบอกว่า ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณนะ คงมีหลากหลายเหตุผลเลยทีเดียวที่ว่าการเป็นคริสเตียนอาจไม่ตอบโจทย์...

Share This