fbpx
WRITER: คริสตี้ วิลคินสันต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR: ทิพย์สุพร ชาน
EDITOR: Mustard Seed Team

ฉันนั่งอยู่ในโบสถ์กำลังฟังศิษยาภิบาลเทศนา ขณะที่สายตาของฉันจดจ่ออยู่ที่คู่รักคู่หนึ่งที่นั่งอยู่ไม่กี่แถวข้างหน้าจากที่ที่ฉันนั่งอยู่ พวกเขากำลังซบไหล่กันและจูบที่หน้าผาก ซึ่งดึงความสนใจของฉันให้หันไปมองพวกเขา

ฉันรู้จักผู้หญิงคนนั้น และฉันก็พอจะรู้สถานการณ์ชีวิตของเธออยู่บ้าง ในความคิดของฉันผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ได้ถือว่าอยู่ในจุดที่พร้อมจะมีความรักได้หรืออะไร ไม่คิดว่าเธอจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิต แต่ก็นั่นแหละ เธอก็มีแฟนที่น่ารักมาโบสถ์ด้วยกันและทำตัวกระหนุงกระหนิงกับแฟนใหม่ของเธอ

ฉันนั่งถอนหายใจ ย้ายที่นั่ง และสอดส่องส่ายสายตาไปมาพรางมองดูในแถวที่นั่งของฉัน ในแถวที่ฉันนั่งมีผู้หญิงนั่งอยู่ประมาณ 7-8 คน พวกเราทุกคนต่างก็มีสมุดโน๊ตพร้อมกับปากกา บางคนในพวกเราก็หิ้วพระคัมภีร์เล่มใหญ่มาโบสถ์ด้วย (มีความร้อนรนในพระวิญญาณอย่างเห็นได้ชัด) พวกเราเป็นคริสเตียน พวกเราน่ารัก และที่สำคัญคือพวกเราทุกคนที่นั่งอยูในแถวนี้ต่างก็เป็นโสด!

ฉันยังจำความคิดนี้ได้ว่า “พวกเราก็ต่างดำเนินชีวิตด้วยความถูกต้อง เราปฏิบัติตามกฎระเบียบทุกข้อ พวกเราทำทุกอย่างอย่างทุ่มเท แล้วแฟนที่น่ารักของพวกเราอยู่ที่ไหนกัน?”

ฉันรู้สึกเหมือนโดนตบเข้าที่หน้า เมื่อได้ยินพระเจ้าตอบกลับมาว่า “…การมีแฟนหรือไม่นั้น ไปอยู่ในข้อตกลงตั้งแต่เมื่อไหร่?”

นั่นคือวันที่ฉันตาสว่าง เห็นภาพความคิดการใช้ชีวิตคู่และความเชื่อของตัวเองว่าฉันเห็นมันเป็นวงจรของการทำความดีเพื่อหวังสิ่งตอบแทน ถ้าฉันไปโบสถ์ทุกอาทิตย์บางทีอาจจะมีคนอยากขอฉันออกเดท หรือถ้าฉันเข้าร่วมชั้นเรียนพระคัมภีร์ทุกอาทิตย์ฉันอาจจะมีแฟนไปเลยก็ได้ และสำหรับคนที่กระตือรือร้นและร้อนรนในฝ่ายวิญญาณแบบสุดๆ อาจจะได้รับคะแนนสูงสุด โดยการได้แต่งงานไปเลย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ฉันไม่ได้กำลังเล่นเกมส์แห่งความเชื่อในการเป็นคริสเตียนของฉันอย่างถูกวิธีสำหรับการที่ฉันยังเป็นโสด

ตอนที่เขียนบทความนี้ ฉันรู้ว่ามันอาจจะฟังดูน่าขำ แต่ฉันก็รู้ว่ามันคือความจริงที่ฉันเผชิญมาหลายปี และก็รู้ว่าฉันสามารถล้มลงในคำโกหกนี้หลายต่อหลายครั้ง เมื่อการมีใครสักคนเป็นแฟนเป็นอะไรที่คุณต้องพยายามเพื่อให้ได้มา และเมื่อค้นพบว่าการเป็นโสดนั้นกลายเป็นความรู้สึกขาดตกบกพร่องอะไรสักอย่าง

มันเป็นอย่างนี้: การได้ออกเดทไม่ใช่ความสำเร็จสูงสุดของชีวิต และการได้แต่งงานก็ไม่ได้เป็นเพราะคุณงามความดีที่เราเคยทำ ไม่เคยมีใครสัญญาว่าการมีลูกและการมีคู่สมรสที่สมบูรณ์แบบจะทำให้เราดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขตลอดไป พระเจ้าไม่เคยสัญญาว่าการที่เรามีความเชื่ออย่างสัตย์ซื่อจะทำให้ชีวิตของเรามีแต่ความสุข ความมั่งคั่ง หรือดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขตลอดไป (ส่วนมากแล้วจะเป็นไปในทางกลับกัน) อย่างไรก็ตาม เมื่อเราเห็นเพื่อนๆ ของเราต่างดำเนินชีวิตที่ดูเหมือนพวกเขาเหล่านั้นจะมีความสุขดี เราก็หันกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำไมไม่เป็นฉัน? ทำไมไม่ใช่ชีวิตฉัน? และทำไมฉันถึงยังโสด?

มันโอเคที่เราจะมีคำถามเหล่านี้ มันโอเคที่เราจะจริงใจหรือซื่อสัตย์กับความรู้สึก และก็ไม่เป็นไรถ้าหากเราจะรู้สึกบ้างอะไรบ้าง ฉันคิดว่าสิ่งที่ยากที่สุดคือเรายังคงติดอยู่กับคำถามที่เกิดขึ้นในใจเหล่านั้น

บางทีคุณอาจจะสงสัยว่าทำไมคุณถึงยังโสดอยู่ และมันทำให้คุณย้อนนึกไปถึงตัวคุณเองว่าคุณเองได้เปิดใจให้กับความสัมพันธ์ครั้งใหม่นี้หรือเปล่า? คุณอยู่ในสถานะที่โอเคแล้วหรือยัง? หรือว่าคุณยังคงติดอยู่กับนิสัยเดิมๆ ที่มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของคุณ? คำถามเหล่านั้นเป็นคำถามที่ดีต่อตัวคุณ บางทีคุณอาจจะสงสัยว่าทำไมคุณถึงยังโสดอยู่ มันทำให้คุณติดอยู่ในวังวนของมุมมืดในชีวิต ครุ่นคิดถึงแต่ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากความรักครั้งก่อน มัวแต่หมกมุ่นอยู่กับทุกๆ ปฏิกิริยาจากเพศตรงข้าม และพยายามที่จะทุ่มเทอย่างสุดความสามารถเพื่อที่จะทำให้คนๆ นั้นหันมาสนใจในตัวคุณ

ฉันขอแนะนำว่า แทนที่เราจะคอยแต่ถามตัวเองว่าทำไมเราถึงยังโสดอยู่? ให้เราเปลี่ยนเป็นมาถามพระเจ้าว่าพระองค์ต้องการให้เราทำอะไรในช่วงเวลาที่ยังโสดอยู่นี้? ฉันไม่ชอบความคิดเดิมๆ ของโบสถ์ที่ชอบบอกว่า “การเป็นโสดนั้นคือของขวัญหรือของประทาน” เพราะฉันรู้ว่าบางครั้งมันทำให้เรารู้สึกเหมือนกับการถูกพิพากษาตัดสินจำคุก แต่พระเจ้าทรงใช้ “ของประทาน” และ “การพิพากษา” แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

คุณไม่จำเป็นต้องรักการที่ได้เป็นโสดหรือชื่นชมทุกวินาทีที่ได้เป็นโสด แต่คุณสามารถเปิดใจให้พระเจ้าทรงใช้คุณในทุกวินาทีที่ยังเป็นโสดอยู่

ถามพระองค์ว่าพระองค์ต้องการที่จะทำอะไรกับชีวิตของเรา พระองค์จะทรงนำเราไปที่ไหน และต้องการจะทำอะไรกับเราต่อไป มันอาจจะเป็นการได้เริ่มต้นความสัมพันธ์กับใครซักคนหรือมันอาจจะไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบแฟน ฉันไม่รู้ว่าพระเจ้าต้องการให้คุณทำอะไร แต่ฉันรู้ว่าพระเจ้าทรงแสนดีและพระองค์ทรงมีแผนการของพระองค์เสมอ

เมื่อหลายปีก่อน การที่ฉันได้ถามพระเจ้าว่าทำไมฉันถึงยังโสดอยู่นั้น ทำให้ฉันรู้ตัวว่าฉันกำลังมีความเชื่อที่ไม่เข้มแข็งเอาเสียเลย อีกทั้งการถามคำถามนี้กับพระเจ้ายังช่วยให้ฉันตรวจสอบความตั้งใจจริงๆ ของฉันในการทำงานรับใช้ต่างๆ ในโบสถ์ ฉันทำเพราะต้องการความรักจากผู้ชาย หรือทำไปเพราะหมดรักในพระบิดา?

หลายครั้งที่ฉันก็วนกลับมาตั้งคำถามเดิมกับพระองค์ ฉันก็ได้รู้ว่ามันมีโอกาสในพันธกิจต่างๆ มากมายให้ได้รับใช้ พื้นที่ในการเติบโต ความสัมพันธ์แบบเพื่อนที่ต้องการการดูแล และแม้กระทั่งผู้ชายบางคนที่ฉันไม่เคยคิดอยากจะออกเดทด้วย

พระเจ้ามีหนทางของพระองค์ที่มักจะทำให้เราประหลาดใจเสมอ บางครั้งสิ่งที่เราต้องทำก็แค่เพียงร้องทูลถามกับพระองค์

YOU MAY ALSO LIKE

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

WRITER: แมเดลีน เกรซ ชคูลฟีลด์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ปาลีญา ธนาวัฒนเจริญEDITOR: ธนากร พูลสินกูล ฉันรู้สึกราวกับว่ามีผ้าห่มผืนใหญ่ทับอยู่บนอกของฉัน เมื่อฉันลองหายใจลึกๆ เข้าไปในปอดและพยายามไอออกมาด้วยความรู้สึกแสบ...

ชีวิตที่ถูกซ่อนไว้จากความจริง

ชีวิตที่ถูกซ่อนไว้จากความจริง

TRANSLATOR: เจ.ที.เอ็ม.EDITOR: Mustard Seed Team คุณเคยทำตัวเองหล่นหายไหม รู้สึกโกรธตัวเองและต่อว่าตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกจากความผิดพลาดในชีวิตบ้างไหม หรือถามตัวเองว่าฉันเกิดมาทำไม หรือรู้สึกว่าโลกนี้มันไม่ได้มีที่ยืนสำหรับฉันเลย ความเจ็บปวดหรือความรู้สึกไร้ค่าเหล่านี้...

ถ้าการเป็นคริสเตียนไม่ได้ช่วยอะไรฉันล่ะ?

ถ้าการเป็นคริสเตียนไม่ได้ช่วยอะไรฉันล่ะ?

WRITER: อัลวิน โธมัส ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ณัฐพร ชังเจริญEDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน ผมอยากจะเริ่มต้นโดยการบอกว่า ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณนะ คงมีหลากหลายเหตุผลเลยทีเดียวที่ว่าการเป็นคริสเตียนอาจไม่ตอบโจทย์...

Share This