fbpx
WRITER: Jilly Jang
EDITOR: Mustard Seed Team

“เราบอกท่านว่าท่านคือเปโตร และบนศิลานี้ เราจะสร้างคริสตจักรของเราไว้และพลังแห่งความตาย จะมีชัยต่อคริสตจักรไม่ได้”  มัทธิว 16:18 

นี่เป็นข้อพระคัมภีร์ข้อแรกๆในพันธสัญญาใหม่ ที่เปิดเผยเกี่ยวกับคริสตจักร เป็นหนึ่งในข้อพระคัมภีร์ที่ผ่านตาของฉันบ่อยๆ แต่ฉันไม่เคยใคร่ครวญเกี่ยวกับข้อพระคำนี้เลย แน่นอนว่าฉันได้รับการสอนความรู้ขั้นพื้นฐานของคริสเตียน ว่าคริสตจักรไม่ได้เป็นแต่เพียงอาคารสถานที่ แต่ยังหมายถึงผู้คนที่เชื่อและวางใจในองค์พระเยซูคริสต์ ที่เราจะร่วมกันสรรเสริญนมัสการพระเจ้า และทำพันธกิจต่างๆ ของพระเจ้า  

วันหนึ่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เมตตาเปิดเผยสำแดงให้หัวใจของฉันได้สัมผัสความรัก ความหวัง และชีวิต ผ่านคริสตจักร และเมื่อฉันอ่านข้อพระคัมภีร์นี้อีกครั้ง พระคำของพระเจ้าก็ได้สัมผัสแตะต้องหัวใจของฉัน 

มันเป็นช่วงเวลาที่ฉันต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพแบบไม่คาดคิด ขอบคุณพระเจ้าที่ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ฉันกำลังศึกษาพระคัมภีร์เกี่ยวกับการรักษาโรคของพระเจ้า ทำให้ฉันมีพื้นฐานของความเชื่อว่าน้ำพระทัยของพระเจ้าคือต้องการให้มนุษย์ทุกคนหายโรคและสุขภาพดี ภารกิจสำคัญอย่างหนึ่งของพระเยซูคือการรักษาโรค (อ่านหนังสือพระกิตติคุณเล่มไหนก็เจอพระเยซูรักษาโรค ต่อมาอัครทูตก็รักษาโรคด้วยพระนามพระเยซูอีก) ไม่ว่าจะเป็นพระเจ้าพระบิดา พระเยซูคริสต์ หรือพระวิญญาณบริสุทธิ์ ต่างมีพระทัยสงสารคนเจ็บป่วย และหนึ่งในผลของการไถ่ของพระเยซูคริสต์บนไม้กางเขนคือการหายโรค (อิสยาห์ 53:4) ความจริงที่สำคัญอีกอย่างคือ ความเจ็บป่วยไม่เคยและไม่ได้มาจากพระเจ้า ดังนั้น สิ่งแรกที่ฉันทำเมื่อมีอาการเจ็บป่วยคืออธิษฐานขอการหายโรค  

ฉันต้องการการอัศจรรย์จากพระเจ้าโดยทันที เพื่อจะไม่ต้องกินยาบางตัว แต่พระเจ้าไม่ได้ตอบคำอธิษฐานของฉันตามใจฉัน ซึ่งไม่ได้เป็นเพราะพระองค์ทำไม่ได้ หรือพระองค์ไม่ฟังคำอธิษฐานของฉัน หรือไม่ต้องการจะให้ฉันหาย พระคัมภีร์หลายตอนหลายข้อบอกว่าพระเจ้าทรงทำการอัศจรรย์ได้ทุกรูปแบบ ฉันรู้ว่าพระองค์ทรงสงสารฉันอย่างมาก และพระเจ้าอยู่กับฉันตลอดเวลา แม้ในยามที่ฉันทรมานมากที่สุด (สดุดี 139) (แต่แน่นอนว่าฉันไปโรงพยาบาลด้วย เพราะพระเจ้าสามารถรักษาผ่านการแพทย์และยาได้ (สุภาษิต 3:5-8)

เมื่ออาการบางอย่างของฉันยังไม่หายดี ทำให้ฉันไม่สามารถทำเพียงแค่อธิษฐานกับพระเจ้าเพียงลำพัง อ่านพระคัมภีร์อยู่เพียงลำพัง หรือร้องไห้กับพระเจ้าเพียงลำพังได้อีกต่อไปแล้ว นี่เป็นเวลาที่ฉันต้องวิ่งไปหาพี่น้องที่มีความเข้มแข็งในทางของพระเจ้า เปิดเผยความกังวล ความกลัว ความสงสัย ความสับสนของฉันแบบไม่ปิดบัง เปิดเผยน้ำตาและความอ่อนแอ ขอรับการสวมกอด ขอรับการปกป้อง และแม้กระทั่งขอความช่วยเหลือบางอย่างจากพี่น้อง การหนุนใจด้วยถ้อยคำความจริงของพระเจ้าจากพี่น้อง ทำให้ฉันมีความเข้มแข็งและมีกำลังขึ้นมาได้ เพราะว่ามีสองสามคนประชุมกันที่ไหนในนามของเรา เราจะอยู่ท่ามกลางพวกเขาที่นั่น (มัทธิว 18:20) 

ช่วงเวลานี้เองที่ทำให้ฉันได้สัมผัสความรักจากพี่น้องคริสเตียนและครอบครัวของฉันเอง ความรักเป็นยาช่วยรักษาฉันในอีกทาง 

 สิ่งที่ฉันทำได้ในเวลาที่รอคอยพระเจ้าอยู่นี้ คือการอธิษฐานใช้สิทธิอำนาจแห่งการรักษาโรคในพระนามพระเยซูต่อไป เชื่อวางใจต่อไป (ยอห์น 11:40) ขอบคุณพระเจ้าในทุกกรณีต่อไป เมื่อพระเจ้ายังไม่ตอบคำอธิษฐานตามใจและตามเวลาของฉัน พระองค์ต้องมีแผนการที่ดีกว่าสำหรับชีวิตของฉัน (เยเรมีย์
29:11) ฉันจึงต้องแสวงหาน้ำพระทัยของพระเจ้าผ่านการศึกษาพระคัมภีร์และทุกๆ ทางที่จะพบพระเจ้าได้ รวมทั้งขอการทรงนำและความช่วยเหลือจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงชีวิต แม้ฉันยังไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดในชีวิตของฉัน (อิสยาห์ 55:8) แต่ฉันต้องวางใจว่าพระเจ้ารักฉัน  พระองค์ทรงกระทำให้สรรพสิ่งงดงามตามวาระของมัน (ปัญญาจารย์ 3:11)  

ฉันเคยประเมินคริสตจักรจากคุณภาพของคำเทศน์ ความเชี่ยวชาญของทีมนมัสการ ความเอาใจใส่ของทีมอภิบาล ความสวยงามของสถานที่ แม้กระทั่งรสชาติของอาหารกลางวัน แต่เมื่อวันที่ฉันเผชิญกับพายุ สิ่งเหล่านั้นไม่อยู่ในหัวของฉันเลย  

ความรักของพี่น้องคริสเตียนเป็นสิ่งที่พระเยซูทรงตรัสและถูกบันทึกไว้ในพระคัมภีร์ เราให้บัญญัติใหม่ไว้กับพวกท่าน คือให้รักซึ่งกันและกัน เรารักพวกท่านมาแล้วอย่างไร ท่านก็จงรักกันและกันด้วยอย่างนั้น ถ้าท่านรักกันและกัน ดังนี้แหละทุกคนก็จะรู้ว่าท่านเป็นสาวกของเรา (ยอห์น 13:34-35พระเจ้าพระบิดาทรงสร้างโลกโดยคำตรัส(พระวาทะ) ทุกสิ่งทั้งที่มองเห็นได้ด้วยตา และมองไม่เห็นด้วยตาก็เกิดขึ้นโดยพระวาทะหรือพระเยซูคริสต์นั่นเอง (โคโลสี 1:16) ผู้เป็นศีรษะของคริสตจักร (โคโลสี 1:18) สิ่งที่พระเยซูตรัสไว้ จึงเป็นจริงและเป็นชีวิตของคริสเตียน  

ถึงแม้เราจะมองไม่เห็นพระเจ้าด้วยตาในเวลานี้ แต่เราเห็นพระฉายของพระองค์ในพี่น้องของเรา เราสัมผัสความรักของพระองค์ได้จากพี่น้องในคริสตจักร และเรายังสามารถส่งต่อความรักของพระเจ้า เราเป็นพระฉายของพระเจ้าให้กับพี่น้องของเราและคนอื่นเห็นได้ด้วย พระเจ้าไม่ได้อยู่ไกลจากเราทุกคนเลยจริงๆ (กิจการ 17:27-28) ทุกวันนี้พระองค์ยังทรงทำการผ่านคริสตจักรและผู้เชื่อที่รักกันและกัน

 

YOU MAY ALSO LIKE

ฉันคิดว่าฉันจำเป็นต้องสวย

ฉันคิดว่าฉันจำเป็นต้องสวย

WRITER: แอคเนส ลี ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ศุภิสรา เจริญศรีศิลป์EDITOR: พาทินธิดา เจริญสวัสดิ์ ฉันและเพื่อนร่วมงานของฉันเห็นเพื่อนร่วมงานอีกคนหนึ่งกำลังเดินออกจากประตูออฟฟิศไปพร้อมกระเป๋าของเธอ ในขณะที่ทุกคนกำลังกินข้าวกลางวันกันที่โรงอาหาร...

ฉันแค่อยากจะเริ่มต้นใหม่

ฉันแค่อยากจะเริ่มต้นใหม่

WRITER: ชู ฮวน ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ศุภิสรา เจริญศรีศิลป์EDITOR: ฤกษ์สิน เขมสุนทร ข้อความจากบรรณาธิการ: บทความนี้อาจมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความคิดและการพยายามฆ่าตัวตายของผู้เขียน มันไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันพยายามจะจบชีวิตของตัวเอง...

ยอมปล่อยความเป็นตัวเองไป เพื่อค้นหาคุณค่าของตัวเอง

ยอมปล่อยความเป็นตัวเองไป เพื่อค้นหาคุณค่าของตัวเอง

WRITER: คลีเมนไทน์ เชนจ์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: Mustard Seed TeamEDITOR: Mustard Seed Team ตอนฉันอายุ 15 ฉันมักจะถามพ่อว่า พ่อคิดว่าฉันเก่งในด้านอะไร บทสนทนาของเรามักจะจบลงแบบเดิมๆ ฉันไม่สามารถหาจุดแข็งของตัวเองได้สักที...

Share This