fbpx
Artwork by : YMI x @yanyancandyng
TRANSLATOR: Natty
EDITOR: Mustard Seed Team

คำอธิบาย: เมื่อฉันก้าวเข้าไปอยู่ในความสัมพันธ์ ท้ายที่สุดแล้วฉันก็จะมีความสุขได้ ฉันจะรู้เองว่าเขา/เธอ คือคนนั้น เพราะเราจะผูกพันและเข้าใจซึ่งกันและกันพระเจ้าจะส่งคนนั้นมาให้ฉันเอง ฉันรู้ดี

มีเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์หลายเรื่องที่เราเผลอเชื่อเป็นตุเป็นตะไปเลยทีเดียว อันนี้ก็มักจะเป็นเพราะว่าผู้คนรอบๆ ตัวเรารู้สึกแบบนั้น หรือไม่ก็เพราะเรื่องพวกนั้นมันฟังแล้วเกิดความหวังและกำลังใจ หรือบางครั้งก็เพราะมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตเราที่เราเองก็อยากจะได้ยินได้ฟัง

ทว่าเมื่อเราติดกับอยู่ใน “อุดมคติ” เหล่านี้โดยปราศจากการไตร่ตรองแล้ว สุดท้ายเราก็ผิดหวัง เข็ดขยาดกับทุกเรื่องแม้กระทั่งเรื่องความรัก ลึกๆ แล้ว เราต่างต้องการความสัมพันธ์ที่สร้างขึ้นบนสิ่งดีงามและความจริง เราอยากได้ความสัมพันธ์ที่ควรจะเป็น ซึ่งก็คือการเติมเต็มความต้องการของเราให้ครบถ้วนบริบูรณ์ ซึ่งเราก็ต้องการให้พระเจ้าประทับอยู่ในความสัมพันธ์ของเราด้วย เพราะพระองค์เท่านั้น พระองค์ผู้ทรงสมบูรณ์ ที่สามารถประทานความบริบูรณ์แบบที่ว่านี้ให้กับเราได้ 

นี่ก็จะเป็นเรื่องโกหก 9 เรื่องที่เราต้องกำจัดทิ้งไปแล้วแทนที่ด้วยความจริงของพระเจ้า เพื่อที่เราจะได้เป็นอิสระจากภาพลวงตาที่ทำให้เราผิดหวัง แล้วเราก็จะได้เริ่มต้นความสัมพันธ์ที่เติมเต็มอย่างแท้จริงและมีพระเจ้าเป็นศูนย์กลาง

การแต่งงานนั้นมีไว้สำหรับชีวิตในโลกนี้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เพราะเมื่อเราเข้าสู่ชีวิตใหม่ เรา “จะไม่มีการสมรสหรือยกให้เป็นสามีภรรยากันอีก” (มัทธิว 22:30) แต่ความรักที่เราจะมีให้กับพระเจ้า และมีให้กันและกันนั้น ย่อมยิ่งใหญ่กว่าความรักใดๆ ที่เราสัมผัสได้บนโลกนี้

ความสัมพันธ์อาจจะเป็นเรื่องยาก แต่ก็ช่วยดึงส่วนที่ดีที่สุดในตัวเราออกมาได้จากการที่มันสอนให้เราเสียสละแก่กันและกัน เราและคู่ของเราจะได้เห็นว่าอีกฝ่ายมีความกรุณาและความอดทนที่ลึกซึ้งเพียงใด และจะได้สัมผัสความรักที่ “ให้อภัยบาปมากมายได้” (1เปโตร 4:8) เฉพาะในยามยากเท่านั้น

เราควรจะเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตคู่ แต่เราจะพึ่งพากลยุทธ์และวิธีการต่างๆ เพียงอย่างเดียวไม่ได้ การอ่านหนังสือที่ว่ามาจนหมดทุกเล่มไม่ได้ทำให้ชีวิตคู่มันเป๊ะปังหรอกนะ การดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณ (กาลาเทีย 5:16-18) ซึ่งเราจะต้องฟังเสียงและพึ่งพากำลังของพระวิญญาณบริสุทธิ์ต่างหาก ที่จะช่วยให้เราเติบโตขึ้นในด้านความรักและวุฒิภาวะได้

คุณและคนรักอาจจะสนิทกันแบบสุดๆ ชนิดที่ว่ามองตาก็รู้ใจ แต่จะให้เห็นตรงกันไปซะหมดทุกเรื่องก็ไม่ได้หรอกนะ พอเราโตขึ้น เราก็เปลี่ยนไป แต่เราก็ยังเข้าขากันได้ดีจากการที่เราเรียนรู้ที่จะสื่อสารกันด้วยดี (สุภาษิต 15:2) เมื่อเราขาดความเข้าใจ เราก็ขอสติปัญญาจากพระเจ้าได้ว่าเราควรทำไงต่อไปดี

เราไม่สามารถยึดถือสิ่งอนิจจังเป็นสรณะได้ แต่เราสามารถยึดถือถ้อยคำของพระเจ้าตรัสไว้เกี่ยวกับความรักและชีวิตคู่ ความรู้สึกรักสามารถจืดจางลงได้ แต่ไม่ได้แปลว่าตัวความรักเองจะต้องจืดจางตามไปด้วยหรอกนะ เรารู้จักความรักที่แท้จริงได้เพราะพระองค์ทรงรักเราก่อน (1ยอห์น 4:7) และจะทรงรักเราจนถึงที่สุด

การมีความรู้สึกที่ผูกพันหมายถึงการ “ปิ๊ง” กันเป็นเรื่องดีแน่นอน แต่ความสัมพันธ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรื่องนั้นอย่างเดียว ยังมีเรื่องอื่นที่เราต้องดูด้วย ถ้าจะอยู่กันไปยาวๆ เช่น มีความเชื่อ ความหวัง และความรักเหมือนกันถึงอยู่ด้วยกันได้ (โคโลสี 3:14)

พระเจ้าทรงเลี้ยงดูเราและทรงมีแผนงานของพระองค์เสมอ แต่พระองค์ก็ให้เราได้มีเสรีภาพในการตัดสินใจด้วยเช่นกัน พระเจ้าอาจจะให้เราได้มีโอกาสพบเจอคนอื่นๆ บ้าง ส่วนเราจะเจอเขาแล้วทำยังไงต่อก็แล้วแต่เราเลย

แต่เป้าหมายที่ใหญ่กว่าการตามหารักแท้ก็คือ การที่เราได้เห็นว่าพระเจ้าเป็นความรักแท้ที่ยิ่งใหญ่เพียงหนึ่งเดียว ไม่มีอะไรจะน่าอภิรมย์ยิ่งไปกว่าการที่เราได้มารู้จักกับพระองค์และพบสันติสุขในความสัมพันธ์ที่เปี่ยมไปด้วยรักนิรันดร์นี้อย่างแน่นอน (ฟีลิปปี 3:8)

คุณอาจจะเคยบ้านแตกสาแหรกขาด หรือไม่ก็เคยทำบาปใหญ่ แต่ก็ใช่ว่าจะต้องจบลงแค่ตรงนั้น สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือตัวคุณที่คุณเป็นอยู่ตอนนี้ พระเจ้าทรงอภัยให้คุณและรับคุณเป็นบุตรแล้ว พระองค์จะไม่ปล่อยให้คุณพังตลอดไปหรอก (ฟีลิปปี 1:6) คุณต้องหัดมองอดีตด้วยสายตาแห่งสันติสุข แล้วก็โอบกอดพระพรที่พระเจ้าประสงค์จะให้กับคุณเสียบ้าง

การทะเลาะกันบ้างไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป (สุภาษิต 27:6) เพราะมันทำให้เราได้เรียนรู้วิธีการจัดการกับความขัดแย้ง จงฝึกทะเลาะกันอย่างชาญฉลาดโดยการ “โจมตี” ไปที่ปัญหา ไม่ใช่ตัวบุคคล แล้วความสัมพันธ์คุณจะมั่นคงขึ้นกว่าเดิม

คุณควรหาเวลาคุยกันว่าจะจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ยังไงดี โดยใช้วิธีที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

YOU MAY ALSO LIKE

คริสเตียนสามารถที่จะรักและตัดสินผู้อื่นได้หรือไม่?

คริสเตียนสามารถที่จะรักและตัดสินผู้อื่นได้หรือไม่?

WRITER: คริสติน อี ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: เฮจี คิม EDITOR: พาทินธิดา เจริญสวัสดิ์ เสียงเพลงนมัสการที่โบสถ์วันอาทิตย์นับว่าดี มีเพียงเสียงเพี้ยนครั้งเดียวเท่าที่ฉันนับได้ และคนที่ยืนอ่านพระวจนะบนธรรมาสน์นั้นก็ออกเสียงถูกต้อง พอศิษยาภิบาลเริ่มเทศนา...

ความน่ากลัวของการไม่รู้จักตัวตนของตัวเอง

ความน่ากลัวของการไม่รู้จักตัวตนของตัวเอง

WRITER: เจ.ที.เอ็มEDITOR: Mustard Seed Team ความน่ากลัวของการไม่รู้จักตัวตนของตัวเองคือการที่เราพยายามจะเลียนแบบและอยากจะเป็นอย่างคนอื่นไปเรื่อยๆ ไม่รู้จบ โดยเราเองจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม...

การดำเนินชีวิตคริสเตียนแท้ไม่ได้ทำให้คุณสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง

การดำเนินชีวิตคริสเตียนแท้ไม่ได้ทำให้คุณสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง

WRITER: เฟธ ฮานัน ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ศุภิสรา เจริญศรีศิลป์ EDITOR: วิวรรธน์ ศรีธนางกูร เราได้ยินคำพูดที่ใช้สร้างกำลังใจให้ตัวเอง เช่น “ให้เป็นตัวของคุณเอง” “จงเป็นตัวของตัวเอง” และ “ใช้ชีวิตอย่างที่เป็นตัวคุณเอง” อยู่ตลอดเวลา...

Share This