13/03/2021
5 วิธีเพื่อหยุดความอิจฉา
ARTIST: Mustard Seed x Olee by Whaledone Studio
ARTWORK TYPE/MEDIUM: Ilustration
ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
ฉันเชื่อว่าพวกเราทุกคน ต้องมีสักครั้งแหละที่มักจะเอาชีวิตของตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ ซึ่งฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ฉันเป็นหนึ่งในสมาชิกของทีมนมัสการในคริสตจักร ฉันเคยเอาความสามารถในการร้องเพลงของตัวเองไปเปรียบเทียบกับบรรดานักร้องคนอื่นๆ โดยอิงความสามารถของตัวเองเป็นหลักว่าร้องเพลงได้ดีกว่าคนอื่น
ซึ่งปัญหาของการเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นจะส่งผลทำให้เกิดสองผลลัพธ์คือ: 1) คุณจะรู้ว่าตัวเองด้อยกว่า (ซึ่งนำไปสู่ความอิจฉาริษยา) หรือ 2) คุณรู้สึกว่าตัวเองโดดเด่นกว่า (ซึ่งนำไปสู่ความทะนงตน)
ในพระคัมภีร์มีคำพูดที่ดีเกี่ยวกับความรู้สึกเหล่านี้ว่า
“จิตใจสงบให้ชีวิตแก่เนื้อหนัง แต่ความอิจฉาทำให้กระดูกผุ“ สุภาษิต 14:30
“ความจองหองมาก่อนการถูกทำลาย และใจผยองก็มาก่อนการล้ม” สุภาษิต 16:18
ส่วนตัวแล้ว ในอดีตฉันได้พยายามต่อสู้กับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาพระเจ้าทรงสอนฉันถึง 5 บทเรียนในการจัดการกับความอิจฉา
1. ระลึกเสมอว่าทุกอย่างที่เป็นของเรา พระเจ้าเป็นผู้ประทานให้
เมื่อตอนที่ฉันกำลังฝึกร้องเพลงฉันเริ่มเปรียบเทียบตัวเองกับพี่สาวคนอื่นๆ ในทีมนมัสการที่พวกเขาไม่เพียงแต่ร้องเพลงได้เท่านั้น แต่ยังสามารถเล่นเครื่องดนตรีได้อีกด้วย ฉันนึกถึงตัวเอง “ทำไมฉันไม่สามารถเล่นเปียโนหรือกีตาร์ได้นะ?”
ในวันที่ฉันกำลังติดหล่มจมอยู่กับความรู้สึกที่ไม่มั่นใจตัวเองนั้น พระเจ้าก็ทรงย้ำเตือนฉันว่าพระองค์ทรงประทานของขวัญอันล้ำค่าให้ฉันเพื่อให้เป็นตามพระประสงค์ของพระองค์ ซึ่งก็นั่นคือพรสวรรค์ที่มักจะมาพร้อมกับความรับชอบผิดชอบที่ยิ่งใหญ่อยู่เสมอ
ยากอบ 1:17 กล่าวว่า “ของประทานที่ดีและเลิศทุกอย่างนั้นมาจากเบื้องบน คือมาจากพระผู้สร้างแห่งบรรดาดวงสว่าง ในพระองค์ไม่มีการแปรปรวนหรือเงาของการเปลี่ยนแปลง” ทุกคนที่ได้รับมากจะถูกเรียกร้องมาก และคนที่ได้รับมอบหมายไว้มากจะถูกเรียกร้องมากยิ่งกว่า (ลูกา 12:48) เราจะต้องเป็นผู้อารักขาของประทานที่พระเจ้าได้ทรงมอบไว้ให้แก่เรา เพราะสิ่งที่พระองค์ทรงมอบให้ฉันมันเพียงพอแล้วที่จะบรรลุเป้าหมายในชีวิตของฉันบนโลกใบนี้
2. ยอมรับความจริงที่ว่าเราแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน
ถ้าเราตระหนักถึงความจริงข้อนี้ได้เร็วเท่าไหร่ก็จะช่วยเราจากความเจ็บปวดทั้งหลายได้ พระเจ้าทรงสร้างให้เราแต่ละคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ฉันจำได้ว่าตัวเองรู้สึกอิจฉาพี่สาวในโบสถ์ที่เขาผอมกว่าฉัน แม้ฉันจะรู้ดีว่าพันธุกรรมอาจมีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้เธอผอมแบบนั้น แต่ฉันปฏิเสธที่จะยอมรับความจริง ฉันพยายามทำทุกวิถีทางไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอาหารหรือการออกกำลังกายเพื่อให้ผอมลงเหมือนกับเธอ
แม้ฉันจะมีความพยายามมากเพียงใดฉันก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวังไว้ ถึงฉันจะผอมลงฉันก็ยังคงดูอวบมากกว่าเธออยู่ดี แต่พระเจ้าทรงปลอบโยนฉันด้วยการเตือนสติว่า พระองค์ได้ทรงสร้างฉันตามแบบที่พระองค์ต้องการให้ฉันเป็น (สดุดี 139: 14) แล้วมุมมองของฉันก็เริ่มเปลี่ยนไปจากเดิมก่อนหน้านี้ฉันเคยคิดว่าจะต้องเป็นสาวผอมเท่านั้นถึงจะดูสวยงาม แต่ตอนนี้ฉันเริ่มเห็นความงามจากการมีสุขภาพที่สมบูรณ์และแข็งแรงแล้ว
หากคุณกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่คล้ายกันนี้ฉันขอให้คุณพิจารณาข้อเท็จจริงที่ว่า: คนเรามักจะไม่เคยพอใจในสิ่งตนเองมีอยู่ มักจะไปไล่ตามหาความสมบูรณ์แบบอย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็นเกียรติยศชื่อเสียง, ทรัพย์สินเงินทองและความสำเร็จทั้งๆ ที่ทุกอย่างที่กล่าวมานี้มันเป็นสิ่งชั่วคราวเท่านั้น ดังใน 1 ยอห์น 2:15-17 กล่าวว่า “อย่ารักโลกหรือสิ่งของในโลก ถ้าใครรักโลก ความรักของพระบิดาไม่ได้อยู่ในผู้นั้น เพราะว่าทุกสิ่งที่อยู่ในโลก คือตัณหาของเนื้อหนังและตัณหาของตา และความทะนงในลาภยศไม่ได้มาจากพระบิดา แต่มาจากโลก และโลกกับสิ่งยั่วยวนของโลกกำลังผ่านพ้นไป แต่คนที่ประพฤติตามพระทัยของพระเจ้าจะดำรงอยู่เป็นนิตย์”
เมื่อเราไปถึงจุดสิ้นสุดของชีวิตเราจะตระหนักได้ว่ามันไม่มีอะไรที่สำคัญไปมากกว่าความพึงพอใจในตัวตนของเราในพระเจ้าและชีวิตที่พระเจ้าประทานให้อย่างสมบูรณ์
3. ใช้เวลาทบทวนถึงความดีงามของพระเจ้า
ฉันเก็บบันทึกการให้กำลังใจทั้งหมดที่ฉันได้รับการหนุนใจจากผู้คนมากมายและจากพระคำที่พระเจ้าทรงสอนไว้เสมอ เมื่อไหร่ก็ตามที่รู้สึกท้อแท้ฉันก็อ่านบันทึกนี้เพื่อให้เข้มแข็งอีกครั้ง
ถ้าเราใช้เวลาในการคิดทบทวนเราก็จะรู้ว่าสิ่งที่เรามีในวันนี้เป็นผลมาจากการจัดเตรียมของพระเจ้าและการตอบคำอธิษฐานจากพระองค์ สิ่งที่เรามีอยู่ทั้งหมดตอนนี้เป็นเพราะพระคุณของพระเจ้า ให้เราขอบพระคุณพระเจ้าของเรา และขอให้ของเราไว้วางใจในพระองค์ให้พระองค์นำทางในการใช้ชีวิตของเราในทุกๆ วัน มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่จะช่วยให้เราหยุดยั้งความอิจฉาริษยาได้เพราะสายตาของเราจะจดจ่ออยู่กับพระเจ้าไม่ใช่ที่คนอื่น
4. ทำดีต่อคนที่เราอิจฉา
นี่อาจฟังดูแปลกๆ แต่ลองปฎิบัติต่อคนที่เรากำลังอิจฉาเขาอยู่ เช่น ส่งข้อความหนุนใจพวกเขา โทรหาพวกเขาหรือที่ดีกว่านั้นคือ ยังคงอธิษฐานเผื่อพวกเขาอยู่เสมอ ในฐานะที่เราเป็นคริสเตียนเราถูกเรียกให้มีการแสดงความรักอย่างจริงใจต่อกัน “ขอให้ความรักมาจากใจจริง จงเกลียดชังสิ่งที่ชั่ว จงยึดมั่นในสิ่งที่ดี” (โรม 12: 9) แม้ว่าความรู้สึกของเราจะบอกเราอย่างอื่นก็ตามแต่เราก็ต้องพยายามที่จะทำในสิ่งที่ดีต่อกัน
เมื่อฉันนำสิ่งนี้เข้ามาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ ฉันก็พบว่าความรู้สึกในเชิงลบที่ฉันมีต่อคนอื่นๆ เริ่มลดน้อยลงไป โดยทำตามหลักการที่กำหนดไว้ในมัทธิว 5: 43-48 ซึ่งเราถูกเรียกให้เอาแบบอย่างความรักของพระเจ้า เพื่อมอบความรักให้กับคนอื่นๆ แม้กับคนที่เราอาจไม่ชอบเขามากนักก็ตาม
5. แสวงหาเพื่อเติบโตในพระเจ้า
แทนที่เราจะขอให้พระเจ้าทรงอวยพรสิ่งต่างๆ ให้กับเรา ทำไมเราไม่ขอให้พระเจ้าอวยพรให้เรามีความเข้าใจในพระองค์มากยิ่งขึ้นล่ะ! อธิษฐานเพื่อการเปิดเผยของพระเจ้าที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นว่าพระองค์ทรงเป็นใคร รวมถึงพระสิริและอำนาจของพระองค์ด้วย
1 ทิโมธี 6: 6-11 บอกเราว่าการอยู่ในทางพระเจ้าพร้อมกับมีความพอใจก็เป็นประโยชน์อย่างใหญ่หลวง เมื่อเราพบความพึงพอใจที่แท้จริงในพระองค์แล้วเราจะไม่ปรารถนาความสุขที่ชั่วครู่ชั่วคราวเหล่านั้นอีกต่อไป เพราะต่อจากนี้ไม่มีอะไรที่จะสามารถเทียบกับพระองค์ได้เลย
YOU MAY ALSO LIKE
สรุปปัญญาจารย์บทที่ 1-2
อ่านบทเฝ้าเดี่ยวฉบับเต็มได้ที่นี่ October 11, 2021October 12, 2021October 13, 2021October 14, 2021October 15, 2021October 15, 2021October 16, 2021October 17, 2021October 18, 2021October 19, 2021October 20, 2021October 20, 2021October 21, 2021October 22, 2021October...
เมื่อสติปัญญาไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า
เมื่อสติปัญญาไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า วันที่ 16 | พระธรรมประจำวัน 13 ข้าพเจ้าเห็นเรื่องปัญญาภายใต้ดวงอาทิตย์ และเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่โตดังต่อไปนี้ 14 ยังมีเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง มีคนอยู่ในเมืองนั้นน้อยคน แล้วมีมหาราชามาตีเมืองนั้น และล้อมเมืองนั้นไว้...
คุณกำลังฟังใครอยู่?
คุณกำลังฟังใครอยู่? วันที่ 20 | พระธรรมประจำวัน 8 ปัญญาจารย์ว่า อนิจจัง อนิจจัง สารพัดก็อนิจจัง 9 นอกจากท่านเป็นคนมีปัญญาแล้ว ปัญญาจารย์ยังสอนความรู้ให้ประชาชนอีกด้วย เออ ท่านพิเคราะห์ ท่านค้นคว้า และท่านเรียบเรียงสุภาษิตไว้มากมาย 10 ปัญญาจารย์เสาะหาถ้อยคำที่เพราะหู...
MUSTARD SEED
Scripture quotations taken from The Holy Bible, Thai Standard Version 2011 ®
MUSTARD SEED is a part of
Our Daily Bread Ministries.
ABOUT US
We are a platform for Christian young people to ask questions about life and discover their true purpose. We are a community with different talents but the same desire to make sense of God’s life-changing word in our everyday lives.
® 2019 MUSTARD SEED . ALL RIGHTS RESERVED.
CONNECT WITH US
OUR OTHER LANGUAGES SITES
YMI (English)
WarungSaTeKaMu (Bahasa Indonesia)
雅⽶米 (Simplified Chinese)


