WRITER: พลอย
EDITOR: Mustard Seed Team
บ่อยครั้งที่สมองกับหัวใจของฉันทำงานร่วมกันอย่างเป็นเหตุเป็นผล เมื่อผ่านการคิด วิเคราะห์ พิจารณาต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว สมองจะสั่งการ และหัวใจเห็นพ้อง จึงปรากฎออกมาเป็นการกระทำ แต่ก็มีบางครั้งที่สมองกับหัวใจของฉันทำงานขัดแย้งกัน ในเวลาที่สมองสั่ง แต่ฉันกลับเลือกที่จะทำตามหัวใจ
อย่างไรก็ตามทุกๆ การกระทำของฉันจะสัมพันธ์กับส่วนใดส่วนหนึ่งเสมอ หากไม่สัมพันธ์กับสมองก็ต้องสัมพันธ์กับหัวใจ ฉันรู้ว่ามันเป็นเรื่องปกติสำหรับคุณเช่นกัน แต่ที่น่าแปลกก็คือ เมื่อไม่นานมานี้ฉันเพิ่งประสบกับเหตุการณ์ที่การกระทำของฉันไม่สัมพันธ์กับทั้งสมองและหัวใจ
ฉันมีโอกาสได้รู้จักกับแม่ของเด็กชายวัยหัวเลี้ยวหัวต่อคนหนึ่ง เธอเข้ามาขอความช่วยเหลือจากฉันให้ช่วยอบรมลูกชายสุดแสบให้ เพราะเกรงว่าจะเรียนไม่จบ ฉันรู้ดีว่าแม่ของเขากระวนกระวายใจมากแค่ไหน และด้วยความเห็นใจฉันจึงตัดสินใจให้ความช่วยเหลือ โดยการติดตามดูแลเขาเป็นพิเศษในเรื่องการเรียน
ทุกๆ อาทิตย์ฉันจะได้รับข้อความจากคุณครูประจำชั้นเรื่องพฤติกรรมของเขาที่ไม่ใส่ใจเรียน เวลาคุณครูสอนก็จะชอบพูดคุยกับเพื่อนในห้อง ไม่ฟัง ไม่ปฏิบัติตาม และไม่ส่งการบ้านหลายวิชา ซึ่งนั่นทำให้เขามีคะแนนเก็บไม่เพียงพอที่จะได้สอบเลื่อนชั้นเหมือนเพื่อนคนอื่น
ฉันพยายามเคี่ยวเข็ญเขาให้ทำการบ้านและไปส่งคุณครูที่โรงเรียน พร้อมทั้งอธิบายและสอนเขาอย่างมีเหตุผล เพื่อให้เขาคำนึงถึงอนาคตของตัวเอง แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นไปตามที่ฉันคาดหวัง เพราะเขาไม่เชื่อฟังในสิ่งที่ฉันพูดแม้แต่น้อย เขายังคงทำตัวเหมือนเดิม ไม่ตั้งใจเรียน ไม่ส่งการบ้าน และมากยิ่งไปกว่านั้นคือ เขามีปฏิกิริยาต่อต้านชักสีหน้าใส่คุณครูที่โรงเรียน รวมถึงตัวฉันด้วย
เย็นวันหนึ่งฉันไปรับเขากลับจากโรงเรียนเพื่อจะมาสอนการบ้าน ทันทีที่เราก้าวพ้นจากรั้วโรงเรียน เขาก็วิ่งหนีฉันไปต่อหน้าต่อตา ฉันโกรธเขามากที่แสดงพฤติกรรมแบบนั้นออกมา ตั้งแต่นั้นมาสมองกับหัวใจของฉันก็คิดและรู้สึกแต่เพียงว่า
“ฉันเหนื่อย ฉันอยากยอมแพ้ ฉันไม่อยากเคี่ยวเข็ญเด็กที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ฉันไม่ชอบเด็กที่มองไม่เห็นโอกาสและความปรารถนาดีที่ฉันกำลังมอบให้ และฉันไม่จำเป็นต้องอดทนอะไรกับเขาอีก เพราะเราแทบจะไม่มีความสัมพันธ์อะไรต่อกันเลย ไม่ว่าเขาจะเรียนจบหรือไม่จบ มันก็ไม่เกี่ยวกับฉันอยู่ดี”
จากความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ภายในใจ ฉันจึงตัดสินใจระบายมันออกมากับเพื่อนคริสเตียนที่ทำงาน แล้วเขาก็ได้หนุนใจฉันให้มองไปที่พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพ เพราะไม่มีสิ่งใดที่พระองค์ทรงทำไม่ได้ (ลูกา 1:37) พร้อมทั้งบอกให้ฉันเชื่อในส่วนดีของเขา มีความหวังและอดทนในการผลักดันเด็กคนนั้นต่อไป (1 โครินธ์ 13:7) เพราะพระเจ้าก็ทรงทำอย่างนั้นกับเราเหมือนกัน (1 ยอห์น 4:11) ดังนั้นฉันจึงตระหนักได้ว่านอกจากฉันจะโฟกัสผิดจุดแล้ว ฉันยังหลงลืมว่าพระเจ้าเป็นใคร และได้ทำอะไรในชีวิตของฉันบ้าง
แม้ใครหลายๆ คนอาจหยุดช่วยเหลือและหยุดพยายามกับเด็กที่เป็นแบบนั้นโดยไม่ลังเล แต่ในฐานะลูกของพระบิดาผู้แสนดีและเป็นแบบอย่างที่สมบูรณ์แบบที่สุด พระองค์ได้สอนให้ฉันเรียนรู้ที่จะทำทุกสิ่งในแบบที่พระองค์ทำ พระองค์ทำให้ฉันเห็น และเข้าใจก่อน ฉันจึงสามารถทำสิ่งดีๆ ให้กับคนอื่นและรักคนอื่นได้ (1 ยอห์น 4:19)
ด้วยเหตุนี้ฉันจึงทำในสิ่งที่ไม่สัมพันธ์กับสมองและหัวใจของตัวเอง เพราะความรักนั้นไม่ได้มาจากฉัน แต่มาจากความรักของพระเจ้าที่ท่วมท้นอยู่ในชีวิตของฉันต่างหาก
ฉันจึงทำทุกสิ่งต่อไป ถึงแม้ว่าเด็กคนนั้นจะไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนเลยก็ตาม
“เราทั้งหลายรัก ก็เพราะพระองค์ทรงรักเราก่อน ถ้าใครกล่าวว่า “ข้าพเจ้ารักพระเจ้า” แต่ใจยังเกลียดชังพี่น้องของตน เขาก็เป็นคนพูดมุสา เพราะว่าผู้ที่ไม่รักพี่น้องของตนที่มองเห็นแล้ว จะรักพระเจ้าที่มองไม่เห็นไม่ได้ พระบัญญัตินี้เราได้มาจากพระองค์ คือให้คนที่รักพระเจ้านั้นรักพี่น้องของตนด้วย” (1 ยอห์น 4:19-21)
YOU MAY ALSO LIKE
อย่าต่อสู้กับบาปทางเพศด้วยตัวคนเดียว
WRITER: เอมมี่ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: Jinn T.EDITOR: Mustard Seed Team ฉันเป็นผู้หญิงคนหนึ่งอายุ 20 ปี และฉันเคยมีปัญหาเกี่ยวกับการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง ทั้งหมดนี้เริ่มต้นตอนที่ฉันศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่สอง ฉันได้คบกับเพื่อนผู้ชายคนหนึ่ง...
ไว้วางใจพระเจ้า ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง
WRITER: ฮันน่า สปอลดิ้ง ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: สรสิทธิ์ ธัมมารักขิตานนท์ EDITOR: Mustard Seed Team สามปีที่แล้ว ฉันได้เริ่มต้นชีวิตนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยคริสเตียนเล็กๆ แห่งหนึ่งชื่อ Calvin College ฉันมีความกังวลมากในช่วงแรกๆ...
เมื่อฉันไม่ยอมปล่อยวางจากความเจ็บปวด
WRITER: เฮเซล แคสสิเมียร์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: เฮจี คิม EDITOR: Mustard Seed Team ในระหว่างที่ฉันคุยโทรศัพท์กับแม่ คุณยายของฉันอยู่ๆ ก็เอาเรื่องเก่าที่ผ่านไปแล้วมาพูดให้เป็นประเด็น ฉันคิดว่าเราน่าจะผ่านช่วงเวลาของการกล่าวหาไปแล้ว...


