WRITER: พรพรรณ ตรีศิริพิศาล
EDITOR: Mustard Seed Team
ถ้าเราลองจินตนาการถึงชีวิตของพระเยซู เราจะพบว่าพระองค์ต้องเกิดและเติบโตมาในครอบครัวคนบาป อยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความบาป แต่พระองค์ไม่เคยทำบาป แถมยังเป็นมนุษย์เพียงคนเดียวที่ประพฤติตามธรรมบัญญัติได้ครบถ้วน
ซึ่งไม่มีมนุษย์คนไหนทำได้อย่างพระองค์ และถึงแม้พระองค์จะทำและสอนทุกอย่างถูกต้อง แต่น้องๆ และคนในหมู่บ้านเดียวกันก็ไม่เชื่อและปฏิเสธในตัวพระองค์ (มัทธิว 13:55-57) ดังนั้น พระองค์ย่อมเข้าใจถึงความรู้สึกของการถูกปฏิเสธและความรู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียวบนโลกใบนี้ได้เป็นอย่างดี
เมื่อสองปีที่แล้ว ตอนที่พระเจ้าเรียกครอบครัวของเรามารับใช้พระองค์ที่ประเทศกัมพูชา ปีแรก เป็นปีที่สนุกและตื่นเต้นมาก ได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ เรียนภาษาใหม่ๆ สังคมใหม่ๆ ได้ใช้ชีวิตที่แตกต่างจากชีวิตในกรุงเทพฯ อย่างสิ้นเชิง แต่พอเข้าปีที่สอง ความเหงาเริ่มเข้ามาเยือน ฉันเริ่มคิดถึงบ้าน คิดถึงญาติพี่น้อง คิดถึงเพื่อนที่โบสถ์ คิดถึงการพูดภาษาไทย คิดถึงการเดินห้าง คิดถึงร้านส้มตำปูปลาร้ารถเข็นเจ้าโปรด มีความรู้สึกอยากกลับประเทศไทยอยู่เนืองๆ ซึ่งมันเหงาจับใจ
แต่ในตอนนั้น ฉันตัดสินใจบอกน้องๆ คนเขมรที่เราดูแลว่า อธิษฐานเผื่อหน่อย เพราะตอนนี้พี่รู้สึกเหงามาก รู้สึกคิดถึงทุกอย่างที่เมืองไทยไปหมด ใจไม่อยู่ที่นี่แล้ว ที่จริงการได้แบ่งปันความรู้สึกออกไป และมีคนรับรู้มันก็ช่วยทำให้ความเหงามลายหายไป เพราะพระคัมภีร์ก็ระบุไว้ว่า “การที่ชายผู้นี้จะอยู่แต่ลำพังนั้นไม่ดี เราจะสร้างคู่อุปถัมภ์ที่เหมาะสมกับเขาขึ้น” (ปฐมกาล 2:18)
บางคนอาจจะคิดว่าพระเยซูคงไม่เข้าใจความรู้สึกเหงา เพราะพระเจ้าพระบิดาและพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงอยู่กับพระเยซูตลอดเวลา พระองค์ไม่มีวันเหงาหรอก
แต่ในพระธรรมมาระโก 15:34 ระบุว่า “พอถึงบ่ายสามโมง พระเยซูก็ทรงร้องเสียงดังว่า ‘พระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ทำไมพระองค์ทรงทอดทิ้งข้าพระองค์?’”
ณ เวลาที่พระเยซูถูกตรึงที่ไม้กางเขน เป็นช่วงเวลาเดียวที่พระองค์ถูกตัดขาดจากพระบิดา ตัดขาดจากคนที่พระองค์รักและเข้าใจพระองค์ ณ เวลานั้น พระเยซูรู้สึกถึงความอ้างว้างโดดเดี่ยวเป็นที่สุด ดังนั้นพระองค์ทรงเข้าใจความรู้สึกเหงาเป็นอย่างดี
ความเหงาคือความรู้สึกถูกตัดขาด (disconnect) จากคนรอบข้าง เป็นความรู้สึกในใจที่ส่งไปไม่ถึงคนอื่น เป็นความรู้สึกโดดเดี่ยว ไม่รู้จะคุยกับใคร (เพราะรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจ) รู้สึกเหมือนโดนทอดทิ้ง เป็นความรู้สึกไม่เป็นที่รักหรือไม่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมหรือครอบครัวนั้นๆ
ความเหงาไม่ใช่ความบาป แต่เป็นเพียงความรู้สึก เหมือนรู้สึกรัก รู้สึกโกรธ รู้สึกเสียใจ
แต่ความเหงาสามารถนำเราสู่ความบาปได้ ความเหงาทำให้เราเชื่อคำโกหกที่ว่าพระเจ้าไม่รักเรา ไม่มีใครเข้าใจเรา เราไม่เป็นที่ต้องการ และความคิดเหล่านั้นนำเราไปสู่การหมกหมุ่นและวันนึงอาจทำให้เราคิดทำร้ายตัวเองก็เป็นได้ หรือนำไปสู่การเสพติดอะไรบางอย่าง ความเหงาดึงเราออกจากพระประสงค์ของพระเจ้า ดังนั้นอย่าให้ความเหงาเป็นประตูแห่งการทำบาป แต่ให้เราหาใครสักคน (คนที่เขาจะไม่ตัดสินเรา) คนที่เราสามารถแบ่งปันความรู้สึกของเรา แนะนำเรา อธิษฐานร่วมกันไปกับเราในช่วงเวลาที่เราต้องเผชิญกับความเหงานี้
พระเจ้าไม่ต้องการให้มนุษย์อยู่คนเดียว มนุษย์เราถูกสร้างขึ้นมาเพื่อพระองค์ และเรายังถูกสร้างมาเพื่อหนุนใจและรับใช้ซึ่งกันและกัน
ดังนั้น ให้ความเหงาของเรานำพาเราใกล้ชิดพระเจ้ามากขึ้น สื่อสารใจของเราสู่ใจของพระเจ้า และรับสารจากใจของพระเจ้าเข้าสู่ใจของเรา แล้วเราก็จะรับรู้ว่า
เราไม่ได้อยู่คนเดียว พระเจ้าทรงอยู่กับเรา
เราเป็นที่รักยิ่ง เราเป็นที่โปรดปราน
เราเป็นที่ยอมรับ และพระองค์เข้าใจเรา
เราเป็นลูกของพระเจ้า และพระองค์เป็นของเรา
YOU MAY ALSO LIKE
ในความรักและการแต่งงาน ใครคือคนที่ใช่?
WRITER: เคไซย่า ลิวอิส ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: สิริวรรณ ภูษิตประภา EDITOR: Mustard Seed Team ฉันอายุ 34 ปี และใช้ชีวิตแต่งงานมาแล้ว 4 ปี ดังนั้นฉันไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแต่งงานหรือความรัก อย่างไรก็ตาม...
ทำไมฉันยังเป็นโสด?
WRITER: คริสตี้ วิลคินสันต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ทิพย์สุพร ชาน EDITOR: Mustard Seed Team ฉันนั่งอยู่ในโบสถ์กำลังฟังศิษยาภิบาลเทศนา ขณะที่สายตาของฉันจดจ่ออยู่ที่คู่รักคู่หนึ่งที่นั่งอยู่ไม่กี่แถวข้างหน้าจากที่ที่ฉันนั่งอยู่...
เลิกเป็นคนที่สมบูรณ์แบบและเริ่มเป็นคนที่บริสุทธิ์
WRITER: เจเนล บริเทนสไตน์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: สรสิทธิ์ ธัมมารักขิตานนท์EDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร ฉันยังจำได้ดีถึงชีวิตม.ปลายที่แสวงหาพระเจ้าอย่างจริงจัง ถ้าฉันเลือกได้เพียงอย่างเดียวในโลกนี้สิ่งที่ฉันเลือกก็คือการรักษาชีวิตให้บริสุทธิ์ต่อพระเจ้า...


