WRITER: Mustard Seed
เราเคยตัดสินใจทำบางอย่าง ทั้งที่รู้ว่าไม่ควรไหม? แล้วเรารู้สึกอย่างไรหลังจากนั้น? หลายครั้ง ความรู้สึกผิด (guilt) ที่เกิดขึ้น คือเสียงภายในที่บอกว่า “เราต้องแก้ไขบางอย่างนะ” และนั่นไม่ใช่เรื่องผิดเลย ความรู้สึกผิดเป็นสัญญาณเตือนตามธรรมชาติ เมื่อเราทำบาปหรือพลาดไป เพื่อให้เรากลับมายอมรับ แก้ไข และก้าวต่อไปด้วยใจที่เบาขึ้น
แต่ความละอาย (shame) กลับหนักกว่า มันไม่ใช่แค่ “เราทำผิด” แต่มันกระซิบว่า “เราเองนั่นแหละที่ผิด เราไม่มีคุณค่า” และความละอายนี้ทำให้เราอยากหลบซ่อน แม้แต่จากพระเจ้า Dr. Brené Brown เคยกล่าวว่า “ความละอายคือ ความเจ็บปวดที่ทำให้เราเชื่อว่าเรามีข้อบกพร่อง จนไม่คู่ควรกับความรักหรือการยอมรับ”
การสำนึกผิดที่มาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ (conviction from Holy Spirit) จะนำไปสู่การกลับใจ การขอโทษ และการเปลี่ยนแปลง แต่ความละอายคืออาวุธของศัตรู ที่พยายามทำให้เรารู้สึกว่า “พระเจ้าไม่มีวันให้อภัยเราได้อีกแล้ว” และผลักเราให้หนีจากพระองค์ “เพราะว่าความเสียใจตามพระประสงค์ของพระเจ้า ทำให้เกิดการกลับใจ ซึ่งจะนำไปสู่ความรอดและจะไม่ทำให้เสียใจ แต่ความเสียใจอย่างโลกนั้นย่อมนำสู่ความตาย” (2 โครินธ์ 7:10)
เมื่อความรู้สึกผิดได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม มันสามารถนำไปสู่การฟื้นฟูจิตใจ แต่ความละอายที่ฝังลึกกลับกลายเป็นรากของปัญหาทางอารมณ์ เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวล พฤติกรรมทำร้ายตัวเอง หรือการเสพติด โดยเฉพาะในวัยเด็กและวัยรุ่น การแยกแยะ “ความผิดจริง” (guilt) กับ “ความรู้สึกผิดปลอม” (false guilt) จึงเป็นสิ่งสำคัญ เราอาจรู้สึกผิดในสิ่งที่เราไม่ได้ทำ เช่น แบกรับอารมณ์หรือความผิดพลาดของคนอื่น เป็นต้น
พระเจ้าทรงรู้ว่าเราพลาดได้ และยังคงรักเราเสมอ “แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เรา คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์สิ้นพระชนม์เพื่อเรา” (โรม 5:8)
การเยียวยาเริ่มจากความจริงใจ ยอมรับความผิดอย่างตรงไปตรงมา ไม่ปิดบังหรือกดไว้ ขอการให้อภัย และเชื่อว่าพระคุณของพระเจ้าเพียงพอสำหรับเราแล้ว การขอโทษคนที่เราเคยทำร้าย และการตัดสินใจให้อภัย ไม่ใช่เพราะเขาสมควรได้รับ แต่เพราะว่าเราไม่อยากผูกติดกับความเจ็บปวดอีกต่อไป รวมถึงการให้อภัยตัวเองด้วยนะ “แต่จงมีใจกรุณา ใจสงสาร และใจให้อภัยแก่กันและกัน เหมือนอย่างที่พระเจ้าทรงให้อภัยพวกท่านในพระคริสต์” (เอเฟซัส 4:32)
เมื่อความรู้สึกผิดได้รับการเยียวยาอย่างแท้จริง มันจะไม่กลายเป็นโซ่ตรวน แต่จะกลายเป็นแรงผลักให้เรารักพระเจ้ามากขึ้น และเข้าใจหัวใจของผู้อื่นมากขึ้น พระเจ้าทรงสร้างเราอย่างละเอียดอ่อน และทรงเข้าใจความเปราะบางของหัวใจมนุษย์ พระองค์รู้ว่าเราต้องการทั้งการให้อภัย การเข้าใจ และการนำทาง
“พระยาห์เวห์ทรงอยู่ใกล้ผู้ที่ใจแตกสลาย และทรงช่วยผู้สิ้นหวัง” (สดุดี 34:18)
วันนี้…วางความรู้สึกผิดของเราไว้ที่พระบาทของพระเจ้า ให้อภัยตัวเองในนามของพระเยซู และลุกขึ้นเดินต่อไปด้วยความเชื่อว่า พระองค์ยังไม่จบเรื่องราวของเรา และเส้นทางข้างหน้าจะงดงามกว่าสิ่งที่ผ่านมา
YOU MAY ALSO LIKE
5 ทัศนคติของพระเจ้าที่ควรใช้ในที่ทำงาน
WRITER: ซาร่า โซ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: กาญจนา กาญจนพาที EDITOR: ธนากร พูลสินกูล “พระเจ้า ขอทรงโปรดประทานงานที่จะทำให้ลูกมีความสุขที่จะตื่นไปทำงานทุกวันตลอดซัก 40 ปีด้วย” นี่คือประโยคที่ฉันใช้อธิษฐานจริงๆ ในตอนที่ใกล้จะจบจากมหาวิทยาลัย...
พระเจ้ามีแผนการสำหรับชีวิตของเราหรือไม่?
WRITER: คอนสแตนซ์ โอโปกู ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: Pornsura LowachirahutEDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร ถ้าคุณอยากได้ภาพถ่ายหอบาเบลในศตวรรษที่ 21 คุณควรไปที่ท่าอากาศยานบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม เมื่อไม่นานมานี้...
รักด้วยการปฎิเสธและให้ขอบเขตแสดงความห่วงใย
WRITER: จาเนล ไบรเทนสไตน์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: Natty GraceEDITOR: Thitikarn Nithiuthai (Mesy) ฉันยังจำฤดูร้อนที่สดใสคราวนั้นได้เป็นอย่างดี ตอนนั้นฉันกำลังมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนมัธยมปลาย ขณะที่สมองน้อยๆ...


