fbpx
WRITER: ซาร่า โซ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR: กาญจนา​ กาญจนพาที 
EDITOR: ธนากร พูลสินกูล

“พระเจ้า ขอทรงโปรดประทานงานที่จะทำให้ลูกมีความสุขที่จะตื่นไปทำงานทุกวันตลอดซัก 40 ปีด้วย” นี่คือประโยคที่ฉันใช้อธิษฐานจริงๆ ในตอนที่ใกล้จะจบจากมหาวิทยาลัย ขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นหลายคนก็เล่าถึงการไปสัมภาษณ์งานหรือการนัดเซ็นต์สัญญาทำงานกันแล้ว แต่ตัวฉันเองกลับรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจว่าตัวเองอยากจะทำงานด้านไหนหลังจากเรียนจบไปแล้ว 

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ฉันแน่ใจก็คือพระเจ้าได้ทรงเรียกฉันเพื่อรับใช้งานของพระองค์ และฉันรู้ว่าพระเจ้าจะนำให้ฉันได้งานที่จะสามารถถวายเกียรติกับพระเจ้าได้แน่ เพราะพระองค์ทรงสัตย์ซื่อกับฉันเสมอมา ซึ่งฉันอธิษฐานให้พระองค์ทรงชี้ทางให้เดินและพระเจ้าก็ทรงตรัสกับฉันในแบบที่คิดไม่ถึงจริงๆ    

ในปีสุดท้ายของชีวิตมหาวิทยาลัยเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มคริสเตียนได้ท้าทายให้อ่านพระคัมภีร์ให้จบภายในหนึ่งปีกับเขา ในช่วงเวลาเลี้ยวหัวต่อก่อนจบการศึกษาบวกกับความวิตกกังวลว่าตัวเองจะ “เลือกผิดทาง” และ “ทำลายแผนการของพระเจ้า” ของฉัน การอ่านพระคัมภีร์ในหนึ่งปีของฉันทำให้ได้พบกับ 5 บุคลิกลักษณะที่แสดงถึงทัศนะคติของพระเจ้าต่อการทำงาน

1. โยเซฟ:  จงสัตย์ซื่อทั้งในเรื่องเล็กน้อย และในเรื่องสำคัญยิ่งใหญ่

เรื่องราวของโยเซฟเด็กหนุ่มผู้ที่ถูกขายไปเป็นทาส ถูกใส่ร้ายว่าล่วงประเวณี และถูกจับขังคุก จนท้ายที่สุด เขาได้รับความไว้วางใจจนได้รับมอบหมายความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ให้ – ซึ่งใช้เวลา 13 ปีหลังจากที่พระเจ้าเปิดเผยแผนการที่มีให้กับเขา-ในความฝัน (ปฐมกาล 37-50)

ข้อคิดหนึ่งจากหลายสิ่งที่ได้จากเรื่องนี้ก็คือ ทัศนคติที่สัตย์ซื่อต่องานที่อยู่ตรงหน้าขณะนั้นของโยเซฟ – ไม่ว่าจุดที่อยู่หรืองานที่กำลังทำนั้นมันเหมือนจะห่างไกลจากที่คิดว่ามันควรจะเป็น 

ข้อคิดหนึ่งจากหลายสิ่งที่ได้จากเรื่องนี้ก็คือ ทัศนคติที่สัตย์ซื่อต่องานที่อยู่ตรงหน้าขณะนั้นของโยเซฟ – ไม่ว่าจุดที่อยู่หรืองานที่กำลังทำนั้นมันเหมือนจะห่างไกลจากที่คิดว่ามันควรจะเป็น

ไม่ว่าโยเซฟจะไปอยู่ในสถานการณ์ใด โยเซฟเลือกที่จะฟังเสียงของพระเจ้าและความต้องการของคนรอบตัว แม้แต่เวลาอยู่ในคุก (ดู ปฐมกาล 40 ซึ่งคุณสมบัตินี้เป็นประโยชน์เมื่อเขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้มีอำนาจเบอร์สองในแผ่นดินอียิปต์ ประเทศที่ซึ่งเขาได้ทำตามแผนการของพระเจ้าที่จะช่วยโลกให้พ้นจากการกันดารอาหาร 

ซึ่งพระเยซูก็ได้แสดงถึงทัศนคติอย่างเดียวกันนี้ใน ลูกา 16:11 (NLT): “คนที่ซื่อสัตย์ในของเล็กน้อยจะซื่อสัตย์ในของมากด้วย และคนที่ไม่​ซื่อสัตย์ในของเล็กน้อย จะไม่ซื่อสัตย์ในของมากเช่นกัน” โยเซฟไม่ได้ท้อใจในจุดเริ่มต้นที่เล็กน้อยของเขา- ดังนั้นเมื่อเขาได้รับมอบหมายสิ่งใหญ่ให้รับผิดชอบ (สดุดี 105: 19) เขาจึงสามารถทำได้อย่างสัตย์ซื่อโดยเห็นแก่ประโยชน์ของผู้อื่น 

ข้อคิดทบทวน: คุณกำลังรู้สึกว่าตัวเองเข้าไม่ได้กับที่ทำงานอยู่หรือไม่? จะเป็นไปได้หรือไม่ที่พระเจ้ากำลังตระเตรียมคุณไว้สำหรับสิ่งที่ดีกว่าไม่ว่าจะเป็นที่นี่ หรือที่อื่น? และคุณจะรักษาความสัตย์ซื่อไว้ในสถานที่ๆ พระเจ้าจัดวางแม้มันจะเป็นที่ๆ คุณไม่อยากอยู่ได้อย่างไร? จงฝากทั้งความฝันและความสงสัยที่คุณมีไว้กับพระเจ้า 

 

2. เนหะมีย์: แสวงหาสติปัญญาของพระเจ้าเพื่อเอาชนะความท้าทายต่างๆ 

เนหะมีย์ต้องเผชิญกับอุปสรรคยิ่งใหญ่เมื่อเขาทำสิ่งที่ถูกต้อง-การซ่อมแซมกำแพงเยรูซาเล็มใหม่ ศัตรูดูแคลนทักษะงานก่อสร้างของคนยิว แม้กระทั่งส่งคำขู่เอาชีวิตของพวกเขา (เนหะมีย์ 4: 2, 8, 11) แต่แทนที่จะหมดกำลังใจและล้มเลิก เนหะมีย์อธิษฐานกับพระเจ้าและจัดสรรกำลังคนส่วนหนึ่งไปป้องกันภัย และส่วนที่เหลือทำการซ่อมแซมกำแพงต่อไป   

แต่แทนที่หมดกำลังใจและล้มเลิก เนหะมีย์อธิษฐานกับพระเจ้าและจัดสรรกำลังคนส่วนหนึ่งไปป้องกันภัย และส่วนที่เหลือทำการซ่อมแซมกำแพงต่อไป 

ถึงอย่างนั้นกำลังส่วนที่ทำงานซ่อมแซมกำแพง ก็ยังเตรียมพร้อมถืออาวุธไว้ในอีกมือหนึ่ง (4: 16-8)

เมื่อกำแพงถูกซ่อมเสร็จในเวลาเพียง 52วัน พวกศัตรูของคนของพระเจ้าก็ครั่นคร้ามและตระหนักว่านี่คืองานที่ได้ทำโดยความช่วยเหลือของพระเจ้า (6:16)

เนหะมีย์ฝากการทำงานทุกวันของทีมไว้กับพระเจ้าและเตรียมพร้อมต่อสู้ทั้งด้านจิตใจและด้านร่างกาย (นั่นก็คือการอธิษฐานและการถืออาวุธจริงๆ) แล้วพระเจ้าก็อวยพรพวกเขาให้ทำงานที่มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่จะทำให้สำเร็จบรรลุได้ 

ข้อคิดทบทวน: คุณกำลังเผชิญกับอุปสรรคเมื่อทำสิ่งที่ถูกต้องในสายพระเนตรของพระเจ้าในที่ทำงานหรือเปล่า? ลองอธิษฐานเผื่ออุปสรรคของคุณและขอสติปัญญาและการหนุนใจจากพระเจ้าที่จะทรงให้รู้ว่าต้องมีท่าทีในใจอย่างไรและใช้วิธีใดที่จะมุ่งมั่นทำสิ่งนั้นต่อไป

3. ดาเนียล: ยืนหยัดมั่นคงในพระเจ้าและรับใช้ด้วยความซื่อตรง 

ดาเนียลซึ่งเป็นกลุ่มเชลยที่อาศัยในดินแดนของคนที่ไม่เชื่อในพระเจ้า แต่เขาไม่ยอมให้สิ่งแวดล้อมที่ไม่เป็นมิตรนั้นทำให้ความเชื่อสั่นคลอน ยิ่งกว่านั้นดาเนียลยังยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักความเชื่อและกฏเกณฑ์ของพระเจ้าแม้แต่การรับประทานอาหารประจำวัน (ดาเนียล 1:8) และยังคงอธิษฐาน 3 เวลาแม้เป็นการฝ่าฝืนกฏหมายในประเทศนั้น (ดาเนียล 6:10)

อภิรัฐมนตรีและอุปราชทั้งหลายจึงหาเหตุฟ้องดาเนียลในเรื่องราชอาณาจักร แต่ก็หาความผิดไม่ได้ เพราะท่านเป็นคนซื่อสัตย์ จะหาความพลั้งพลาดหรือการทุจริตในท่านไม่ได้เลย (ดาเนียล 6:4) 

ความซื่อตรงและการติดตามพระเจ้าอย่างมั่นคงของดาเนียลนั้น ได้ถูกแสดงออกตลอดชีวิตการทำงานของท่าน อย่างน้อยก็ในระหว่างเวลาของ 3 รัชสมัยของกษัตริย์ (เนบูคัดเนสซาร์, เบลชัสซาร์ และดาริอัส)  ชีวิตของดาเนียลทำให้กษัตริย์ทุกพระองค์ได้ตระหนักและรับรู้ถึงฤทธิ์อำนาจและการทรงสถิตอยู่ด้วยของพระเจ้า

ข้อคิดทบทวน: คุณกำลังอยู่ในจุดที่คุณรู้สึกว่าคนรอบข้าง ไม่ยอมรับความเชื่อในพระเจ้าของคุณหรือไม่? ลองอธิษฐานให้คุณยืนอย่างมั่นคงในทางของพระเจ้าและไม่โอนอ่อนผ่อนปรนไปตามทางของโลกแต่ทำสิ่งที่ถูกต้องในสายพระเนตร และยึดหลักจริยธรรมอย่างสัตย์ซื่อ เพื่อการทำสิ่งดีทุกอย่างที่จะเป็นคนไร้ตำหนิต่อหน้าผู้อื่น

4. ทาบิธา:  ใช้สิ่งที่มีอยู่ในตัวเพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้คนที่อยู่รอบตัว

ชีวิตของทาบิธาในพระคัมภีร์ใหม่เป็นเรื่องที่มักจะถูกมองข้ามไป เธอเป็นสาวกในเมืองยัฟฟาที่ได้พบกับเปโตรและเกียรติประวัติชีวิตเธอก็ได้ถูกบันทึกไว้ “หญิงคนนี้เคยทำคุณประโยชน์และสงเคราะห์คนจนมากมาย” (กิจการ 9:36) ทาบิธาทำงานพันธกิจกับแม่ม่ายและคอยช่วยผู้คนที่ขาดแคลน 

กิจการ 9:39 ได้บันทึกว่าผู้คนอาลัยโศกเศร้าเสียใจกับการตายของทาบิธา หญิงม่ายที่เธอได้เคยได้ช่วยเหลือบางคนไปหาเปโตรให้ช่วยและแสดงให้ดูสิ่งของเสื้อผ้าที่ทาบิธาช่วยทำเมื่อยังมีชีวิต เห็นชัดว่าผลงานและชีวิตของทาบิธานั้นส่งผลกระทบและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของคนที่เธอเคยทำพันธกิจด้วย

เห็นชัดว่าผลงานและชีวิตของทาบิธานั้นส่งผลกระทบและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของคนที่เธอเคยทำพันธกิจด้วย

ข้อคิดทบทวน: คุณคิดว่าสิ่งที่เป็นมรดกของคุณบนโลกนี้คืออะไรเมื่อคุณละจากโลกนี้ไป? มีความต้องการความช่วยเหลือทั้งทางด้านจิตวิญญาณและร่างกายรอบๆ คุณที่ใดบ้าง ในที่ทำงาน ที่คริสตจักร หรือที่บ้าน? คุณสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อเติมเต็มความต้องการเหล่านั้น? ลองอธิษฐานทูลขอใจเมตตาและความกล้าที่จะยื่นมือออกไปด้วยความเชื่อให้ความช่วยเหลือในทันทีกับคนที่กำลังต้องการเหล่านั้น

5. พระเยซู: ดำเนินชีวิตด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนและหาโอกาสที่จะนำคนมาถึงพระเจ้า 

ไม่มีตัวอย่างทัศนคติในการทำงานใดที่จะดีเลิศไปกว่าพระเยซูคริสต์ พระองค์ทำงานที่มีความหมายสำคัญและมีผลนิรันดร์ พระเยซูเสด็จมาเพื่อไถ่บาปเราด้วยใจถ่อมไม่ใช่ด้วยท่าทีที่ยิ่งใหญ่ พระองค์ไม่ได้มาเพื่อรับการปรนนิบัติ แต่มาเพื่อจะปรนนิบัติคนอื่น (มาระโก 10:45) ทั้งยังทรงยอมสละชีวิตของพระองค์เพื่อที่เราจะได้คืนดีกับพระเจ้า (ยอห์น 14:6)

พระองค์ไม่ได้มาเพื่อรับการปรนนิบัติ แต่มาเพื่อจะปรนนิบัติคนอื่น (มาระโก 10:45) ทั้งยังทรงยอมสละชีวิตของพระองค์เพื่อที่เราจะได้คืนดีกับพระเจ้า (ยอห์น 14:6)

เมื่อเร็วๆ นี้ ฉันได้ฟังพอดแคสที่แบ่งปันโดย ยูจีน ปีเตอร์สัน ที่ได้ตั้งข้อสังเกตหนึ่งที่ว่า พระเยซูไม่เคยอยู่ในภาวะเร่งรีบเลย แต่พระองค์ทรงใจเย็นอดทนและยอมถูก “ขัดจังหวะรบกวน” (ตัวอย่างเช่น เมื่อทรงรักษาผู้หญิงที่ป่วยโรคโลหิตตก ระหว่างทางที่กำลังจะไปบ้านของไยรัส, ดู ลูกา 8:40-48) แต่ความเป็นจริงก็คือ พระองค์ไม่เคยถูกขัดจังหวะรบกวนจริงๆ พระองค์ทรงทราบแล้วว่าเมื่อไหร่ที่จะพบและช่วยเหลือประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือเหล่านั้นอย่างไร และการพบปะคนเหล่านั้นพระองค์ได้อวยพรและประกาศให้พวกเขาได้รู้ถึงข่าวประเสริฐเกี่ยวกับพระองค์เอง

ข้อคิดทบทวน: คุณยอมเจอกับความยากลำบากเพื่อที่จะออกไปประกาศข่าวประเสริฐกับคนอื่นหรือเปล่า? คุณจะให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ช่วยให้คุณมีใจอ่อนน้อมถ่อมตนและอดทนในการงานเพื่อการประกาศได้อย่างไร? ลองอธิษฐานเผื่อผู้คนรอบๆ ตัวคุณที่จะมารู้จักพระเจ้า ขอให้พระเจ้าช่วยให้คุณมองเห็นโอกาสที่จะเป็นส่วนหนึ่งในงานการทรงไถ่ของพระองค์ในทุกที่ที่เราอยู่ โดยการเป็นผู้ประกาศข่าวประเสริฐของพระองค์นั่นเอง 

โยเซฟ, เนหะมีย์, ดาเนียล, ทาบิธา และสำคัญที่สุด พระเยซู บุคคลเหล่านี้เป็นผู้ที่พระเจ้าทรงใช้เพื่อสร้างแผ่นดินของพระเจ้าและพวกเขาก็สัตย์ซื่อในงานที่ได้รับมอบหมายในที่ที่พระเจ้าจัดเตรียมไว้ 

แน่นอนว่าทุกวันที่ฉันพยายามเลียนแบบท่าทางและทัศนคติในการทำงานของคนเหล่านี้ มันช่วยให้ฉันเลือกอาชีพที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการทางสังคมและจัดขอบเขตที่เหมาะสมให้ชีวิต (เช่น การกำหนดชั่วโมงทำงานในแต่ละวันที่แน่นอน เพื่อฉันจะสามารถทำงานรับใช้ในตอนค่ำหรือสุดสัปดาห์ และมีวันหยุดพักร้อนประจำปีที่ฉันสามารถไปจัดกิจกรรมงานประกาศหรือร่วมเดินทางเพื่องานประกาศในที่ต่างๆ) 

ทุกวันในที่ทำงาน โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับการให้การดูแล ฉันถูกรอบล้อมด้วยโอกาสมากมายที่จะฟังและสนองตอบความต้องการต่างๆ เป็นพระพรให้กับผู้อื่นด้วยสิ่งที่ฉันมีอยู่ในตัว ฉันยืนหยัดทำสิ่งที่ถูกต้องและใช้สติปัญญากับการถ่อมใจในการทำงานเพื่อถวายเกียรติให้กับพระเจ้า และด้วยพระกำลังที่พระเจ้าประทานให้ฉันจึงสามารถอดทนและเอาชนะเหนืออุปสรรคต่างๆ ฉันได้เห็นถึงการทำงานของพระเจ้าในที่ทำงานโดยฉันเองก็ทำงานเป็นทีมเดียวกันกับพระองค์ ฉันทำตัวเป็นตัวแทนที่ดีของพระองค์ ฉันพร้อมเสมอที่จะพบปะและให้กำลังใจแนะนำเพื่อนร่วมงานเมื่อเขามีปัญหาสำคัญในชีวิต

มีหลายสิ่งได้เกิดขึ้นหลังจากการอธิษฐานขอในช่วงเวลาที่ท้อใจก่อนการจบการศึกษาของฉัน แต่ตอนนี้ฉันสามารถเป็นพยานได้ว่าพระเจ้าทรงมีคำตอบให้ ทั้งในฐานะที่เป็นลูกและเป็นผู้รับใช้ในงานของพระองค์ในที่ทำงาน หลังจากทำงานสอนช่วงหนึ่ง เรียนต่อปริญญาโท และทำงาน 4ปีเป็นนักบำบัดการพูดออกเสียง ฉันสามารถยืนยันได้ว่าพระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ และฉันยังคงเรียนรู้ที่จะทำงานเพื่อถวายเกียรติกับพระเจ้าเสมอ

YOU MAY ALSO LIKE

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

WRITER: แมเดลีน เกรซ ชคูลฟีลด์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ปาลีญา ธนาวัฒนเจริญEDITOR: ธนากร พูลสินกูล ฉันรู้สึกราวกับว่ามีผ้าห่มผืนใหญ่ทับอยู่บนอกของฉัน เมื่อฉันลองหายใจลึกๆ เข้าไปในปอดและพยายามไอออกมาด้วยความรู้สึกแสบ...

ชีวิตที่ถูกซ่อนไว้จากความจริง

ชีวิตที่ถูกซ่อนไว้จากความจริง

TRANSLATOR: เจ.ที.เอ็ม.EDITOR: Mustard Seed Team คุณเคยทำตัวเองหล่นหายไหม รู้สึกโกรธตัวเองและต่อว่าตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกจากความผิดพลาดในชีวิตบ้างไหม หรือถามตัวเองว่าฉันเกิดมาทำไม หรือรู้สึกว่าโลกนี้มันไม่ได้มีที่ยืนสำหรับฉันเลย ความเจ็บปวดหรือความรู้สึกไร้ค่าเหล่านี้...

ถ้าการเป็นคริสเตียนไม่ได้ช่วยอะไรฉันล่ะ?

ถ้าการเป็นคริสเตียนไม่ได้ช่วยอะไรฉันล่ะ?

WRITER: อัลวิน โธมัส ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ณัฐพร ชังเจริญEDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน ผมอยากจะเริ่มต้นโดยการบอกว่า ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณนะ คงมีหลากหลายเหตุผลเลยทีเดียวที่ว่าการเป็นคริสเตียนอาจไม่ตอบโจทย์...

Share This