fbpx
WRITER: คอนสแตนซ์ โอโปกู ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR: Pornsura Lowachirahut
EDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร

ถ้าคุณอยากได้ภาพถ่ายหอบาเบลในศตวรรษที่ 21 คุณควรไปที่ท่าอากาศยานบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้แวะไปที่นั่นมาในระหว่างพักเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางกลับบ้าน

ที่สนามบิน ผมพบว่าเที่ยวบินหลายเที่ยวบิน ที่ไปยังทวีปแอฟริกาจะผ่านที่นี่ด้วย ผมสังเกตเห็นว่าผู้คนมากมายรอบๆ ตัวผม ช่างดูเหมือนผมเสียเหลือเกิน ต่างจากประเทศที่ผมจากมา ที่นั่นผมดูไม่ค่อยเหมือนใครสักเท่าไหร่

ขณะที่นั่งรอไปได้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ผมก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาหาผม สีหน้าของเธอบ่งบอกว่าเธอกำลังหลงทาง เมื่อเห็นลวดลายของเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่อยู่ ผมก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเธอคือเพื่อนร่วมสายการบินชาวกานา ซึ่งเป็นเครื่องบินลำเดียวกันกับที่ผมนั่งมา และเธอก็เริ่มพูดขึ้นว่า

“พ่อหนุ่ม ฉันหลงทาง” ด้วยความที่เธอไม่ได้สื่อสารด้วยภาษาอังกฤษเป็นหลัก อุปสรรคทางด้านภาษาของเราบอกผมว่า เธอและผมไม่ได้อยู่ในเที่ยวบินการเดินทางเดียวกันอย่างแน่นอน ผมแทบจะช่วยอะไรเธอไม่ได้เลย นอกจากชี้ไปยังหน้าจอที่แสดงตารางเวลาเที่ยวบิน แต่ข้อมูลที่ปรากฏบนหน้าจอก็แสดงเป็นภาษาอังกฤษ ผมคิดว่ามันอาจช่วยอะไรเธอได้ไม่มากนัก แต่ในที่สุดเธอก็จำผู้โดยสารคนหนึ่งที่เดินทางบนเที่ยวบินเดียวกันกับเธอ และพูดภาษาเดียวกับธอ และสามารถช่วยเธอขึ้นเครื่องบินลำที่ถูกต้องได้สำเร็จ โล่งอกจริงๆ

เรื่องนี้ให้ข้อคิดกับผมสองอย่าง อย่างแรก สนามบินและบรรดาสายการบินต้องมีการวางแผนและการจัดการอย่างรอบคอบในการให้บริการลูกค้า เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะไปถึงที่หมายด้วยเที่ยวบินที่ถูกต้อง อย่างที่สอง เราไม่สามารถสรุปได้ทันทีว่าพวกเขาอยู่บนเส้นทางเดียวกับเรา เพียงเพราะผู้โดยสารคนนั้นมีบางอย่างที่คล้ายกันกับเรา

ในบางครั้ง ผมก็รู้สึกแบบเดียวกันนี้กับพระเจ้า สงสัยว่าพระองค์มีแผนการสำหรับชีวิตของผมอย่างเฉพาะเจาะจงและแตกต่างจากบุตรคนอื่นๆ ของพระองค์อย่างไรบ้าง ผมสังเกตชีวิตของผู้อื่น โดยเฉพาะคนที่มีเส้นทางชีวิตที่ผ่านมาคล้ายๆ กันกับผม แล้วก็รู้สึกกังวล เพราะผมกลัวว่าชีวิตของผมจะลงเอยเหมือนกับพวกเขา

แต่พระเจ้าจะไม่ทรงใช้แผนการเดียวกันสำหรับทุกคน

ท่าอากาศยานบรัสเซลส์มีการวางแผนเที่ยวบินอย่างเป็นระบบสำหรับผู้โดยสารทุกคน เพื่อให้มั่นใจว่าผู้โดยสารเหล่านั้นจะได้ขึ้นเครื่องบินลำที่ถูกต้อง

พระเจ้าก็ทรงมีแผนการที่ยอดเยี่ยม ซึ่งออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับลูกแต่ละคนของพระองค์อย่างเฉพาะเจาะจง แผนการที่พระเจ้าจัดเตรียมไว้ให้เรานั้นดีเกินกว่าที่เราจะคาดคิดได้ (สดุดี 40:5)

เมื่อเครื่องบินลงจอด การเดินทางร่วมกันของผู้โดยสารเครื่องบินลำนี้ ก็สิ้นสุดลงตรงที่พวกเราผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง และรับกระเป๋าของตัวเอง บางคนนั่งรถต่ออีก 20 นาทีก็ถึงบ้าน ในขณะที่บางคนซึ่งจะต้องเดินทางไปยังปลายทางอื่นในวันรุ่งขึ้นก็ต้องแวะพักในเมืองชั่วคราว

สำหรับการเดินทางกลับบ้านของผม ผมเดินทางด้วยเครื่องบินประมาณ 45 นาทีและนั่งรถต่ออีกประมาณ 20 นาที เมื่อถึงบ้านผมก็ทิ้งตัวลงบนโซฟาทันที ผู้โดยสารทุกคนในเที่ยวบินที่กลับมายังกาน่า แม้พวกเราจะเป็นผู้ร่วมเดินทางในเครื่องบินลำเดียวกัน  แต่ในที่สุดแต่ละคนก็แยกย้ายกันไปตามเส้นทางของตัวเอง ทุกคนล้วนแต่มีทางเดินชีวิตของตัวเอง

ถ้าหากท่าอากาศยานบรัสเซลล์สามารถใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในการจัดการให้ผมกลับประเทศด้วยเครื่องบินลำที่ถูกต้อง พระเจ้าก็ทรงสามารถใช้เวลาในชีวิตของผมเพียงไม่กี่สิบปีที่จะจัดการกับชีวิตของผม เพื่อให้มั่นใจว่าผมจะไปถึงจุดหมายที่พระองค์จัดเตรียมไว้ให้อย่างแน่นอน

ในบางครั้งมันก็ง่ายที่จะรู้สึกว่าเราถูกลืม เราอาจเกิดความสงสัยว่าท่ามกลางแผนการอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าที่มากมายนับไม่ถ้วนนั้น เรายังคงสำคัญต่อพระองค์จริงๆ หรือไม่ แต่เรายังสามารถหวังใจในพระเจ้าผู้ทรงจัดเตรียม และสนพระทัยเกี่ยวกับเส้นทางชีวิตมากเกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้

พระเจ้าไม่ได้แค่ทรงมองดูเรา พระองค์ทรงแก้ไขสิ่งต่างๆ และทรงนำทางเรา เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะไปถึงจุดหมายปลายทางที่พระองค์เตรียมไว้ให้อย่างแน่นอน

YOU MAY ALSO LIKE

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

WRITER: แมเดลีน เกรซ ชคูลฟีลด์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ปาลีญา ธนาวัฒนเจริญEDITOR: ธนากร พูลสินกูล ฉันรู้สึกราวกับว่ามีผ้าห่มผืนใหญ่ทับอยู่บนอกของฉัน เมื่อฉันลองหายใจลึกๆ เข้าไปในปอดและพยายามไอออกมาด้วยความรู้สึกแสบ...

ชีวิตที่ถูกซ่อนไว้จากความจริง

ชีวิตที่ถูกซ่อนไว้จากความจริง

TRANSLATOR: เจ.ที.เอ็ม.EDITOR: Mustard Seed Team คุณเคยทำตัวเองหล่นหายไหม รู้สึกโกรธตัวเองและต่อว่าตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกจากความผิดพลาดในชีวิตบ้างไหม หรือถามตัวเองว่าฉันเกิดมาทำไม หรือรู้สึกว่าโลกนี้มันไม่ได้มีที่ยืนสำหรับฉันเลย ความเจ็บปวดหรือความรู้สึกไร้ค่าเหล่านี้...

ถ้าการเป็นคริสเตียนไม่ได้ช่วยอะไรฉันล่ะ?

ถ้าการเป็นคริสเตียนไม่ได้ช่วยอะไรฉันล่ะ?

WRITER: อัลวิน โธมัส ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ณัฐพร ชังเจริญEDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน ผมอยากจะเริ่มต้นโดยการบอกว่า ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณนะ คงมีหลากหลายเหตุผลเลยทีเดียวที่ว่าการเป็นคริสเตียนอาจไม่ตอบโจทย์...

Share This