fbpx
WRITER: Jilly Jang
EDITOR: Mustard Seed Team

ฉันต้องเผชิญกับการลาออกจากงานที่เพิ่งได้รับการปรับเพิ่มเงินเดือนและเลื่อนตำแหน่งหลังอายุสามสิบปี ทั้งที่ยังไม่แน่ใจเลยว่าจะทำอาชีพอะไรต่อจากนี้ ในช่วงเวลานั้น ฉันแทบไม่มีอะไรที่ดูมีอนาคตที่ดีเลย มีเพียงสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวจิตใจคือ พระเจ้า

ดั่งที่ปัญญาจารย์ได้กล่าวไว้ ฉันแน่ใจว่า ในบางครั้งเราก็พบว่าชีวิตนั้นอนิจจังเช่นกัน(อนิจจังไม่เที่ยง, ไม่แน่นอน, ไม่คงที่, เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ไม่สำคัญ) เราพยายามเข้าใจวิธีการทำงานของโลกนี้และพยายามค้นหาจุดมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์ในชีวิตโดยกำหนดเป้าหมายให้กับตัวของเราทั้งในระยะสั้นและระยะยาว แต่หลังจากนั้นไม่นาน เราก็พบว่า เรากลับมานั่งถามคำถามเดิมๆ อีกครั้งว่าอะไรคือความหมายของชีวิต?

พระเจ้าทรงยืนยันการตัดสินใจลาออกจากงานของฉัน

เมื่อต้นปีนี้ ฉันยังคงขอบคุณพระเจ้าที่ได้ปรับเพิ่มเงินเดือนและตำแหน่ง และไม่มีความคิดที่จะลาออกจากงานเลย เพราะฉันอายุเกินสามสิบปีแล้ว ฉันเคยพยายามลาออกจากพนักงานประจำมาทำอาชีพอิสระมาก่อนในช่วงวัยยี่สิบ แต่เพราะหาเงินจากมันไม่ได้ ฉันจึงกลับมาทำงานประจำที่มีรายได้เพียงพอ และตั้งใจจะทำควบคู่ไปกับอาชีพอิสระที่ฉันอยากทำ

แต่ภายหลังจากที่ฉันได้รับการโปรโมทในปีนี้ ฉันก็พบบางอย่างในที่ทำงาน และพระเจ้าได้ประทานข้อพระคัมภีร์ที่บอกว่า “บุคคลผู้เป็นสุขคือผู้ไม่เดินตามคำแนะนำของคนอธรรม ไม่ยืนอยู่ในทางของคนบาป ไม่นั่งอยู่ในที่นั่งของคนที่ชอบเยาะเย้ย” (สดุดี 1:1) มาสั่นคลอนความตั้งใจเดิมที่จะเติบโตในบริษัทแห่งนี้

ตอนแรกฉันยังไม่แน่ใจเรื่องการลาออกจากงานมากนัก เพราะคิดว่าไม่ว่าจะไปทำงานที่ไหนก็มีปัญหาทั้งนั้น อีกทั้งฉันอยากทำอาชีพอิสระแต่ก็ยังหาเงินไม่ได้ ฉันจึงอธิษฐานขอการยืนยันจากพระเจ้าอย่างเฉพาะเจาะจงเหมือนที่กิเดโอนเคยขอ (ผู้วินิจฉัย 6:36) และพระเจ้าทรงสำแดงเหตุการณ์นั้นให้เกิดขึ้นจริงตามที่ฉันขอ “โอเค…ฉันต้องลาออกจากงาน”

กล้าที่จะเดินทางออกจาก ‘อียิปต์’ เพื่อไป ‘คานาอัน’

แม้จะได้รับคำยืนยันแล้ว คำถามถัดมาก็คือ “แล้วฉันจะทำอย่างไรต่อไป?” ฉันไม่รู้ว่า “แผ่นดินคานาอัน” ของอาชีพฉันคืออะไร แต่ฉันจำเป็นต้องออกจาก “อียิปต์” ซึ่งสำหรับคนที่จะลาออกจากงานประจำมาทำอาชีพอิสระแล้ว เงินทุน เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึง เรื่องนี้ทำให้ฉันวิตกกังวลมาก เพราะฉันไม่ได้มีเงินเก็บเยอะเลย

ขอบคุณพระเจ้าที่ฉันไม่มีหนี้สินที่ทำให้ลาออกจากงานไม่ได้ แต่ฉันก็กลัวการไม่มีรายได้เหมือนกัน ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนโง่ที่ไม่หางานใหม่ทั้งที่ไม่มีเงิน แต่เพราะตัวอย่างมากมายของคนในพระคัมภีร์ที่อยู่ในสถานการณ์คล้ายกันกับฉัน ทำให้ฉันยังเลือกที่จะเผชิญหน้าไปในเส้นทางใหม่ ไม่ว่าจะเป็นอับราฮัมที่ออกจากฮารานตามการทรงเรียกของพระเจ้า (ปฐมกาล 12:1-4) ยาโคบที่ต้องเดินทางออกจากบ้านตัวเองไปปัดดานอารัม (ปฐมกาล 28:2) โยเซฟที่ถูกขายไปเป็นทาสที่อียิปต์ (ปฐมกาล 37:28) หรือโมเสสที่ต้องพาคนอิสราเอลข้ามทะเลแดง ฝ่าฟันการเดินทางในถิ่นทุรกันดารเพื่อไปยังดินแดนคานาอัน (อพยพ 3:8)

เรื่องราวเหล่านี้สำคัญยิ่งกว่าจำนวนเงินเก็บที่ฉันมี และทำให้ฉันได้พบกับ สันติสุข หายจากความวิตกกังวล แม้จะยังไม่มีภาพที่ชัดเจนสำหรับปลายทางเรื่องงานก็ตาม ในช่วงเวลานี้ พระเจ้าได้พัฒนา ความไว้วางใจ ของฉันในพระองค์มากกว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาของชีวิตเสียอีก

ขอความสามารถในการทำงานจากพระเจ้า

ในการเดินบนเส้นทางใหม่นี้ มีความท้าทายมากมาย ความพยายามของฉันเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว ฉันจึงต้องถ่อมใจลงและร้องขอ สติปัญญา และ ความสามารถ จากพระเจ้า (ฟีลิปปี 4:6)

ฉันได้ค้นพบความรักและความหวังในพระเจ้าจากการต่อสู้กับความเครียดและความกดดันด้วยพระคำของพระเจ้าที่ว่า “พระองค์ประทานกำลังแก่คนอ่อนเปลี้ยและผู้ไม่มีพลังนั้น พระองค์ทรงให้มีเรี่ยวแรงมาก แม้คนหนุ่มๆ จะอ่อนเปลี้ยและเหน็ดเหนื่อย และชายฉกรรจ์จะล้มลงทีเดียว แต่เขาทั้งหลายผู้รอคอยพระยาห์เวห์จะได้รับกำลังใหม่ เขาจะบินขึ้นด้วยปีกเหมือนนกอินทรี เขาจะวิ่งและไม่อ่อนเปลี้ย เขาจะเดินและไม่เหน็ดเหนื่อย” (อิสยาห์ 40:29-31)

ฉันได้ขอให้ผู้รับใช้ของคริสตจักรช่วยอธิษฐานเผื่อและเผยพระวจนะเกี่ยวกับสิ่งที่ฉันจะทำในอนาคต และได้รับคำตอบว่า พระเจ้าจะทรงนำฉันให้ทำสิ่งใหม่ แต่ฉันจะต้องรอคอยคำตอบจากพระองค์ทีละขั้นตอน แต่ในช่วงเวลาแห่งการรอคอยนี้ พระเจ้าได้ให้ฉันทบทวน ตะลันต์ และความสามารถที่ฉันมี ไม่ว่าจะเป็นทักษะการพูด การขาย การทำคอนเทนต์ และสื่อโซเชียล ให้ฉันริเริ่มจากสิ่งเหล่านี้ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มพูนให้ (มัทธิว 25:29)

พระเจ้าทรงเปลี่ยนแปลงฉัน จากคนที่ให้ความสำคัญกับความสำเร็จที่ปลายทางเพียงอย่างเดียว มาเป็นการมองเห็นคุณค่าของการลงมือทำในสิ่งที่พระเจ้าทรงเรียกและเดินในทางที่พระองค์ทรงนำ แล้วมอบเรื่องผลลัพธ์ปลายทางให้เป็นสิ่งที่พระเจ้าเป็นผู้กำหนด (ฟีลิปปี 1:6) รางวัลที่แสนคุ้มค่าที่ฉันได้รับตั้งแต่เริ่มต้นเดินทางคือ สันติสุขของพระเจ้า ที่เกินความเข้าใจและช่วยหล่อเลี้ยงให้ฉันก้าวไปวันต่อวันด้วยความหวังได้ (ยอห์น 14:27)

YOU MAY ALSO LIKE

ความผิดพลาด 3 อย่างที่สอนผมเรื่องพระปัญญาและเวลาของพระเจ้า

ความผิดพลาด 3 อย่างที่สอนผมเรื่องพระปัญญาและเวลาของพระเจ้า

WRITER: ราฟาเอล ชาง ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: กาญจนา​ กาญจนพาทีEDITOR: ปวีณา นิลบุตร เมื่อตอนอายุประมาณ 20 ต้นๆ ผมได้วางแผนชีวิตว่าจะต้องเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เป็นนักดนตรี และเป็นผู้รับใช้ในคริสตจักรก่อนอายุ 25 ปี...

จากโรคบูลิเมียสู่โรคซึมเศร้า: พระเยซูทรงจับฉันไว้แน่นท่ามกลางความเจ็บป่วยทางจิตใจ

จากโรคบูลิเมียสู่โรคซึมเศร้า: พระเยซูทรงจับฉันไว้แน่นท่ามกลางความเจ็บป่วยทางจิตใจ

WRITER: เชวอง ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ปาลีญา ธนาวัฒนเจริญEDITOR: สรสิทธิ์ ฑัมมารักขิตานนท์ เมื่อฉันมาเป็นคริสเตียนตอนอายุ 16 ไม่นานฉันก็ตระหนักได้ว่าชีวิตมันตรงข้ามกับคำสอนหลายๆ อย่างของเหล่าศิษยาภิบาล ชีวิตมันไม่ได้ง่ายเลย ความจริง...

พระเจ้าช่วยฉันผ่านประสบการณ์เลวร้าย (ถูกล่วงละเมิดทางเพศ)

พระเจ้าช่วยฉันผ่านประสบการณ์เลวร้าย (ถูกล่วงละเมิดทางเพศ)

WRITER: แคทเธอรีน ฟลินน์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: Mustard Seed TeamEDITOR: Mustard Seed Team ในปี 2003 ฉันอายุ 24 ปี และอาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษตอนที่ฉันถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยเพื่อนร่วมห้องของฉัน...

Share This