WRITER: Mustard Seed Team
EDITOR: Mustard Seed Team
เวลาพูดถึงชีวิตที่เกิดผล หลายคนมักนึกถึงชีวิตที่ประสบความสำเร็จ มีผลงาน มีอิทธิพล หรือสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับผู้คน แต่ผลของชีวิตไม่ได้เริ่มต้นจากสิ่งที่เราทำเพียงอย่างเดียว มันเริ่มต้นจากสิ่งที่เราอยู่ใกล้
ลองสังเกตตัวเองดู เคยเริ่มพูดเหมือนเพื่อนสนิทไหม เคยใช้คำศัพท์ที่ไม่เคยใช้มาก่อน เพราะได้ยินจากคนในที่ทำงานทุกวันไหม หรือเคยรู้สึกว่าอยากแต่งตัว อยากทำงาน อยากใช้ชีวิตแบบใครบางคนที่คุณติดตามในโซเชียล
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นโดยที่ไม่มีใครบังคับเรา แต่เมื่อเวลาผ่านไป เรากลับค่อยๆ เปลี่ยน เช่น คนที่เริ่มเข้าฟิตเนสกับกลุ่มเพื่อนที่รักสุขภาพ หลายครั้งเขาไม่ได้ตั้งใจจะเปลี่ยนอาหารหรือเริ่มออกกำลังกายหนักๆ ตั้งแต่วันแรก แต่เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทุกคนพูดเรื่องโปรตีน การนอน การออกกำลังกาย และการดูแลร่างกาย เขาก็ค่อยๆ เปลี่ยนพฤติกรรมตาม ในทางกลับกัน ถ้าเราใช้เวลากับคนที่บ่นตลอดเวลา เราอาจเริ่มบ่นมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว ถ้าเราใช้เวลากับคนที่มองโลกในแง่ร้าย เราอาจเริ่มเชื่อว่าไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก เพราะเราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ซึมซับสิ่งรอบข้างได้มากกว่าที่เราคิด
นักจิตวิทยา Albert Bandura อธิบายเรื่องนี้ผ่าน Social Learning Theory หรือทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม ซึ่งแนวคิดนี้บอกว่า มนุษย์เรียนรู้ผ่านการสังเกต การเลียนแบบ และการทำตาม เด็กเรียนรู้ภาษาจากพ่อแม่ วัยรุ่นเรียนรู้ค่านิยมจากเพื่อน ผู้ใหญ่เรียนรู้ทัศนคติจากคนที่ชื่นชม เราไม่ได้เปลี่ยนเพราะมีคนมาสอนเสมอไป หลายครั้งเราเปลี่ยนเพราะเราเห็นบางสิ่งซ้ำๆ และค่อยซึมซับสิ่งนั้นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
ในอดีตคนที่มีอิทธิพลต่อเรามีจำนวนจำกัด ครอบครัว โรงเรียน ที่ทำงาน และคริสตจักร แต่วันนี้ โทรศัพท์มือถือทำให้เราใช้เวลาอยู่กับคนหลายร้อยคนทุกวัน แม้เราไม่เคยคุยกับเขาเลย Influencer ที่เราติดตาม YouTuber ที่เราดูทุกคืน TikTok ที่เราเลื่อนวันละหลายชั่วโมง Podcast ที่เราเปิดระหว่างขับรถ ทั้งหมดนี้กำลังกลายเป็นคนรอบตัวของเรา สิ่งที่เราเสพทุกวัน กำลังค่อยๆ เขียนเรื่องราวบางอย่างลงในหัวใจและความคิดเรา
ลองถามตัวเองว่า วันนี้เราใช้เวลากับอะไรมากที่สุด เพราะสิ่งนั้นอาจกำลังสร้างตัวตนของเรา ในยอห์น 15:5 พระองค์ตรัสว่า’เราเป็นเถาองุ่น พวกท่านเป็นแขนง คนที่ติดสนิทอยู่กับเราและเราติดสนิทอยู่กับเขา คนนั้นจะเกิดผลมาก เพราะว่าถ้าแยกจากเราแล้วพวกท่านจะทำสิ่งใดไม่ได้เลย‘ พระเยซูเปรียบพระองค์คือเถาองุ่น เราเป็นแขนง และผลเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกิ่งเชื่อมต่อกับต้น พระเยซูไม่ได้พูดว่า “จงพยายามออกผล” แต่พูดว่า “จงเข้าสนิทอยู่ในเรา” แขนงไม่สามารถผลิตองุ่นด้วยความพยายาม แขนงเพียงรับน้ำ รับสารอาหาร และรับชีวิตจากต้น ผลจึงเกิดขึ้นตามธรรมชาติ ในทำนองเดียวกัน ชีวิตฝ่ายวิญญาณไม่ได้เกิดผลเพราะเราพยายามทำตัวให้เหมือนพระคริสต์ด้วยกำลังของตัวเอง แต่เกิดขึ้นเมื่อเราติดสนิทกับพระองค์และรับชีวิตจากพระองค์
สิ่งที่เราคิดบ่อย ทำบ่อย และรับบ่อย จะค่อยๆ สร้างรูปแบบการตอบสนองของเรา ถ้าเราใช้เวลากับพระคำ อธิษฐาน และระลึกถึงความสัตย์ซื่อของพระเจ้า สิ่งเหล่านี้ก็สามารถค่อยๆ หล่อหลอมวิธีที่เรามองตัวเอง มองผู้อื่น และมองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตได้ นี่จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของสิ่งที่เรา “ทำ” แต่เป็นเรื่องของสิ่งที่เรา “อยู่ใกล้” และสิ่งที่เราปล่อยให้หล่อหลอมชีวิตของเราทุกวัน
แต่ถ้าเราเชื่อมต่อกับพระคริสต์พระลักษณะของพระองค์จะค่อยๆ เติบโตในเรา กาลาเทีย 5:22-23 ‘ส่วนผลของพระวิญญาณนั้น คือความรัก ความยินดี สันติสุข ความอดทน ความกรุณา ความดี ความซื่อสัตย์ ความสุภาพอ่อนโยน การรู้จักบังคับตน เรื่องอย่างนี้ไม่มีธรรมบัญญัติห้ามไว้เลย’ สิ่งเหล่านี้จะไม่ใช่บุคลิกที่เราฝืนสร้าง แต่เป็นผลจากชีวิตที่ติดสนิทกับพระองค์ เหมือนผลที่เกิดขึ้นจากแขนงที่ติดอยู่กับเถาองุ่น
วันนี้เรากำลังอยู่ใกล้อะไรมากที่สุด เราอยู่ใกล้พระคำหรืออยู่ใกล้เสียงของการเปรียบเทียบ เราอยู่ใกล้กลุ่มเพื่อนที่ช่วยให้เราเติบโต หรืออยู่ใกล้สิ่งที่ค่อยๆ ดึงหัวใจเราออกจากพระเจ้า ถ้าสิ่งที่เราอยู่ใกล้กำลังหล่อหลอมเรา และสิ่งที่เราเสพทุกวันกำลังสร้างตัวเรา เรากำลังกลายเป็นคนแบบไหนอยู่?
เพราะผลของชีวิตไม่ได้เกิดจากความพยายามเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากแหล่งที่เรารับการหล่อเลี้ยงทุกวัน เมื่อเราอยู่ใกล้พระคริสต์ พระองค์จะทรงหล่อเลี้ยงชีวิตของเรา เปลี่ยนแปลงหัวใจของเรา และทำให้ชีวิตของเราเกิดผลที่ยั่งยืน ทั้งในตัวเราเองและต่อผู้คนรอบข้าง ดังนั้น บางทีคำถามสำคัญของวันนี้อาจไม่ใช่ “ฉันกำลังพยายามเป็นคนแบบไหน?” แต่คือ “ฉันกำลังอยู่ใกล้ใคร และกำลังรับอะไรเข้ามาในชีวิตทุกวัน?” เพราะท้ายที่สุดแล้วเราอยู่ใกล้อะไร ชีวิตก็ออกผลแบบนั้น
YOU MAY ALSO LIKE
เด็กผู้หญิงหัวล้านท่ามกลางความมืดมิด
WRITER: เจน มาร์เชสกี้ "ไนท์เบิร์ด" ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก Nightbirde.co TRANSLATOR/EDITOR: MUSTARD SEED TEAMมีผู้หญิงชาวจาไมกาที่ฉันรู้จัก เธอมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความชื่นบาน เธอได้เล่าเรื่องของพระเจ้า ในปฐมกาล โลกนี้เต็มไปด้วยความว่างเปล่า ไม่มีรูปร่างและไม่มีอะไร...
ความจริง 4 ประการที่ช่วยส่องสว่างในช่วงเวลาที่มืดมิดที่สุด
WRITER: เจด มาซาริน ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: เฮจี คิม EDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร ฉันเริ่มเรียนต่อในด้านให้คำปรึกษาและตื่นเต้นกับฤดูกาลใหม่ที่ยอดเยี่ยม ฉันดีใจที่ฉันไม่รู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น ในช่วงหน้าหนาวตอนนั้น...
ก้าวต่อไปแม้สิ้นหวัง
WRITER: ยูจีน ฉี ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: พัฒน์นรี หมุดเชื้อ EDITOR: ยุพดี ศรีธนางกูร เมื่อไม่กี่ปีที่แล้ว ผมและเพื่อนไปเดินเขาเฮลัมบู ประเทศเนปาลโดยไม่มีไกด์นำทาง เราเริ่มออกเดินทางหลังจากหาข้อมูลรายละเอียดต่างๆ และโหลดแผนที่ไว้ในโทรศัพท์มือถือของเรา...


