fbpx
WRITER: ยูจีน ฉี ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR: พัฒน์นรี หมุดเชื้อ
EDITOR: ยุพดี ศรีธนางกูร

เมื่อไม่กี่ปีที่แล้ว ผมและเพื่อนไปเดินเขาเฮลัมบู ประเทศเนปาลโดยไม่มีไกด์นำทาง เราเริ่มออกเดินทางหลังจากหาข้อมูลรายละเอียดต่างๆ และโหลดแผนที่ไว้ในโทรศัพท์มือถือของเรา

ครึ่งแรกของการเดินเขาผ่านไปด้วยดี เราสามารถถึงจุดพักตามที่วางแผนไว้ในแต่ละวัน และประทับใจกับทัศนียภาพอันงดงามตลอดทาง แต่มีช่วงหนึ่งของการเดินทางที่หิมะเริ่มตกหนัก และทางเดินเขาถูกปกคลุมด้วยหิมะหนา แต่ด้วยวิธีเดินเขาของชาวเนปาล คนท้องถิ่นที่เดินอยู่ในเส้นทางเดียวกับเราแนะนำว่าไม่ต้องกังวลอะไร ให้เดินตามรอยเท้าที่ทิ้งไว้โดยนักเดินเขาที่เดินทางไปก่อนเรา

แม้เรายังกังวล แต่ทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นภาพหิมะปกคลุมไปทั่ว ทำให้เราสดชื่นขึ้น เราเดินตามรอยเท้าต่อไป แต่แล้วรอยเท้าพวกนั้นก็หายไป ผมทั้งเหนื่อยล้าและกระวนกระวาย ผมได้แต่คิดว่า

“เรามาไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับ ไปต่อกันเถอะ!”

ในที่สุดเราก็พ้นพื้นที่ที่เป็นหิมะ และเดินไปตามทางที่เป็นพื้นดินถล่ม เราไม่แน่ใจเลยว่าจะสามารถขอความช่วยเหลือได้หรือไม่ หรือจะยกเลิกแผนการเดินเขาดี แต่ขอบคุณพระเจ้า เราพบชาวบ้านแถวนั้น และได้ถามเส้นทางจากพวกเขา ด้วยความเหนื่อยล้าและมีแผลพุพอง เรารับข้อเสนอของพวกเขาที่ให้เราพักค้างคืนและรับประทานอาหารด้วยความซาบซึ้งใจ

ไม่นานมานี้ ผมพบตัวเองอยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้ผมคิดถึงการเดินเขาที่เนปาล งานของผมก้าวหน้าอย่างราบรื่นตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผมมีความสุขในการทำงานที่มีที่ปรึกษาคอยชี้แนะ อาชีพของผมก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง และผมสนุกกับการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ตลอดช่วงเวลานั้น

แต่อยู่มาวันหนึ่ง ผมเริ่มรู้สึก “หลงทาง” และไม่แน่ใจว่างานของผมดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้องไหม  ดังนั้นผมจึงตัดสินใจหางานอื่น หลังจากช่วงเวลาแห่งความสับสน การคิดใคร่ครวญ และการค้นหาผ่านไป ผมได้รับข้อเสนอที่ดูเหมือนจะเป็น “งานในฝัน” ของผม ซึ่งผมคิดว่าผมพึ่งพบเพราะมันถูกทำให้ล่าช้าด้วยสถานการณ์ที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน… แต่ในที่สุด ผมก็ตกงานและต้องได้รับเงินช่วยเหลือการว่างงานจากรัฐ ในสถานการณ์เช่นนี้ ผมสงสัยว่าจะมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ไหม

คำถามนี้ทำให้ผมนึกถึงเช้าหลังจากวันที่เราหลงทางระหว่างเดินเขาในเนปาล หลังจากเปลี่ยนเส้นทางและมั่นใจแล้วว่าเราจะสามารถหาเส้นทางและกลับไปได้ เราก็เริ่มเดินทางใหม่อีกครั้ง แต่หลังจากผ่านไประยะหนึ่ง เราก็ต้องคลาน พยายามยึดจับต้นไม้ และตะเกียกตะกายหาที่ที่เราจะยืนได้ เราเริ่มถามตัวเองว่าเรากำลังไปในเส้นทางที่ถูกต้องจริงๆ หรือเปล่า ขอบคุณพระเจ้า ท้ายที่สุดเราก็เจอรอยเท้าที่เราทิ้งไว้ในหิมะเมื่อวันก่อน และเราก็กลับไปบนเส้นทางเดิม

ก่อนการเดินทางไปเนปาล ผมซื้ออัลบั้มเพลงของคริส ทอมลิน มีทำนองเพลงหนึ่งในนั้นที่ชื่อว่า “The God I know” ดังอยู่ในหัวของผมระหว่างการเดินทางและดังยิ่งขึ้นในช่วงที่หลงทาง เพลงนี้ย้ำเตือนผมถึงพระเจ้าผู้ทรงสัตย์ซื่อและไม่เปลี่ยนแปลง ผู้สำแดงให้ผมเห็นถึงความดีและพระเมตตาที่มีตลอดชีวิตของผม ไม่ว่าสถานการณ์จะท้าทายมากขนาดไหนก็ตาม สิ่งนั้นให้ความมั่นใจกับผมในการก้าวไปข้างหน้าแม้ผมหลงทาง

ในครั้งนี้ ผมนึกถึงสิ่งที่ดาวิดเขียนในสดุดี 139:7-12

“ข้าพระองค์จะไปที่ไหนให้พ้นจากพระวิญญาณของพระองค์ได้? ข้าพระองค์จะหนีไปที่ไหนให้พ้นจากพระพักตร์ของพระองค์? หากข้าพระองค์ขึ้นไปยังสวรรค์ พระองค์ประทับอยู่ที่นั่น หากข้าพระองค์นอนลงในแดนมรณา พระองค์ก็ประทับที่นั่น หากข้าพระองค์บินไปด้วยปีกแห่งรุ่งอรุณ หากข้าพระองค์ไปอยู่ที่มหาสมุทรสุดไกลโพ้น แม้แต่ที่นั่น พระหัตถ์ของพระองค์ก็จะทรงนำข้าพระองค์ พระหัตถ์ขวาของพระองค์ก็จะยึดข้าพระองค์ไว้มั่น หากข้าพระองค์กล่าวว่า “แน่นอน ความมืดจะบังเราไว้ และความสว่างจะกลายเป็นค่ำคืนรอบตัวเรา” สำหรับพระองค์ แม้แต่ความมืดก็ไม่มืด กลางคืนก็สว่างดั่งกลางวัน เพราะสำหรับพระองค์ ความมืดก็เป็นดั่งความสว่าง”

แม้ผมรู้สึกเหมือนมีแต่ความมืดมิดขณะที่ผมเดินผ่านสถานการณ์นี้ ความทุกข์ทรมานและความสิ้นหวังกลืนกินผม แต่พระธรรมสดุดีตอนนี้เตือนผมว่า แม้ที่นั่นพระเจ้าก็สถิตอยู่กับผม พระเจ้าผู้ทรงอยู่เหนือพระทั้งปวง

พระองค์ผู้ทรงยิ่งใหญ่คือพระเจ้าของเรา ผู้ที่ไม่เคยอยู่ห่างไกลจากเรา และพระองค์ได้ยินการร้องขอความช่วยเหลือของเรา!

ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ความรู้สึกผมเหมือนขณะที่ผมเดินเขาอยู่ที่เฮลัมบูแต่ยากลำบากกว่า ผมได้รับการย้ำเตือนอีกครั้งผ่านพระคำของพระองค์ กำลังใจ ความเห็นอกเห็นใจจากเพื่อนๆ  และครอบครัวว่า ผมมี “ผู้นำทาง” (ยอห์น 14:16, 25) และ “รอยเท้าที่ทิ้งไว้” จากพระคำของพระเจ้าที่ไม่เคยเลือนหายหรือผิดพลาด ที่หนุนใจและนำทางผมให้เดินไปข้างหน้า

คุณกำลังเผชิญสถานการณ์ที่คล้ายกันนี้อยู่ไหม? อาจเป็นงานที่ทำให้คุณหมดกำลัง หรืออาจเป็นความบาดหมางในครอบครัวที่มีมายาวนาน หรือแม้แต่การต่อสู้กับบาปที่ดูเหมือนไม่มีทางจะเอาชนะได้เลย สถานการณ์เช่นนี้สามารถนำเราไปสู่ห้วงลึกของความรู้สึกสิ้นหวังและหมดหนทาง ไม่ว่าความท้าทายหรือความไม่แน่นอนอะไรก็ตามที่เราเผชิญอยู่ ขอให้เรายึดมั่นในพระสัญญาของพระเจ้า ที่แม้แต่ที่นั่น พระหัตถ์ของพระองค์จะนำทางเรา พระหัตถ์ขวาของพระองค์จะยึดเราไว้อย่างมั่นคง (สดุดี 139:10) คทาและธารพระกรของพระองค์จะปลอบประโลมเราทุกคน

YOU MAY ALSO LIKE

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

WRITER: แมเดลีน เกรซ ชคูลฟีลด์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ปาลีญา ธนาวัฒนเจริญEDITOR: ธนากร พูลสินกูล ฉันรู้สึกราวกับว่ามีผ้าห่มผืนใหญ่ทับอยู่บนอกของฉัน เมื่อฉันลองหายใจลึกๆ เข้าไปในปอดและพยายามไอออกมาด้วยความรู้สึกแสบ...

ชีวิตที่ถูกซ่อนไว้จากความจริง

ชีวิตที่ถูกซ่อนไว้จากความจริง

TRANSLATOR: เจ.ที.เอ็ม.EDITOR: Mustard Seed Team คุณเคยทำตัวเองหล่นหายไหม รู้สึกโกรธตัวเองและต่อว่าตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกจากความผิดพลาดในชีวิตบ้างไหม หรือถามตัวเองว่าฉันเกิดมาทำไม หรือรู้สึกว่าโลกนี้มันไม่ได้มีที่ยืนสำหรับฉันเลย ความเจ็บปวดหรือความรู้สึกไร้ค่าเหล่านี้...

ถ้าการเป็นคริสเตียนไม่ได้ช่วยอะไรฉันล่ะ?

ถ้าการเป็นคริสเตียนไม่ได้ช่วยอะไรฉันล่ะ?

WRITER: อัลวิน โธมัส ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ณัฐพร ชังเจริญEDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน ผมอยากจะเริ่มต้นโดยการบอกว่า ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณนะ คงมีหลากหลายเหตุผลเลยทีเดียวที่ว่าการเป็นคริสเตียนอาจไม่ตอบโจทย์...

Share This