fbpx
WRITER: แคสซานดรา โย ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR: พัฒน์นรี หมุดเชื้อ
EDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร

เมื่อไรก็ตามที่เราเจอกับความท้าทายในชีวิต เรามักจะคาดหวังให้สถานการณ์ได้รับการแก้ไขและดีขึ้น ฉันรู้ว่าฉันชอบนำความหวังนี้ไปอธิษฐานกับพระเจ้า ฉันหวังว่าพระองค์จะทำบางอย่างและเตรียมทางออกให้ในช่วงที่ฉันอ่อนแอ

อย่างไรก็ตาม เมื่อคำอธิษฐานได้รับคำตอบที่ช้าหรืออาจจะไม่ได้รับคำตอบ ฉันถูกบังคับให้ต่อสู้กับความไม่แน่นอน ก็เข้าใจได้ว่าในสถานการณ์แบบนี้ เพื่อนๆ ของฉันที่คอยอยู่เคียงข้างในชีวิตไม่รู้ว่าจะปลอบใจฉันยังไงดี ในความสงสัยของตัวเองและความเงียบงันที่น่าอึดอัดจากคนอื่น ฉันเริ่มสงสัยในความดีของพระเจ้า

แต่แม้จะมีความไม่เชื่อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พระเจ้าก็ทรงสำแดงพระองค์เองในวิธีที่ฉันไม่คาดคิด พระองค์ใช้ความยากลำบากสอนฉันเกี่ยวกับพระลักษณะที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงของพระองค์ท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

1. จำไว้ว่า พระเจ้าทรงควบคุมอยู่

เมื่อฉันต่อสู้กับการสูญเสียและความโกรธ ฉันนึกถึงผู้คนในพระคัมภีร์ที่ได้ผ่านวิกฤติแบบนี้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น รูธ โยเซฟ และเปาโล พวกเขาสูญเสียสิ่งต่างๆ ไปมากมาย แต่การตอบสนองของพวกเขาช่างแตกต่างอย่างมากจากสิ่งที่ฉันคาดหวังว่าคนๆ หนึ่งจะทำในช่วงวิกฤติ

เมื่อรูธกลายเป็นหญิงม่ายไม่มีลูก เธอเลือกที่จะตามแม่สามีไปอาศัยอยู่ในต่างแดน และติดตามพระเจ้า (นางรูธ 1:16) โยเซฟตัดสินใจที่จะดูแลพี่น้องของเขาแม้ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะปฏิบัติกับเขาอย่างเลวร้าย เพราะเขารู้ว่าพระเจ้าจะทำการดีในความอยุติธรรมที่เขาเจอ (ปฐมกาล 50:19-20) เปาโลทำพันธกิจของเขาต่อไปแม้จะเผชิญกับการข่มเหง โดยรู้ว่าการงานที่เขาทำจะเป็นผลให้คนมากมายได้รู้จักพระคริสต์

ในแต่ละเหตุการณ์นี้ พระเจ้าทำงานของพระองค์ผ่านเหตุการณ์ยากลำบาก สุดท้ายแล้วก็เพื่อให้เกิดผลดี รูธได้กลายเป็นทวดของกษัตริย์องค์ที่ยิ่งใหญ่ของอิสราเอล โยเซฟได้รักษาชีวิตของเผ่าทั้งสิบสองเผ่าเอาไว้ และเปาโลได้กระจายข่าวประเสริฐไปทั่วโลก

เมื่อใดก็ตามที่เหตุการณ์เลวร้ายจู่โจม ตัวอย่างจากพระคัมภีร์เหล่านี้ย้ำเตือนฉันว่าพระเจ้าทรงควบคุมอยู่ และพระองค์ยังแสนดี

ฉันต้องขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับการงานของพระองค์ในชีวิตของฉัน แม้ฉันไม่สามารถเห็นผลลัพธ์ของมันได้ตลอดเวลาก็ตาม

ในเวลาที่ยากลำบาก ฉันมักจะไปหาเพื่อนเและกลุ่มที่ไว้วางใจได้เพื่อปรับทุกข์ในช่วงเวลาที่ต้องต่อสู้เพื่อที่จะยังขอบพระคุณได้ และพึ่งพาพวกเขาในการย้ำเตือนถึงความดีของพระเจ้า

2. จำไว้ว่า เราสามารถไว้วางใจพระเจ้าได้ท่ามกลางความไม่แน่นอน

ฉันเคยวางแผนไว้ว่าจะหางานเต็มเวลาที่มั่นคงทำหลังจบจากมหาวิทยาลัย และเริ่มหางานอย่างจริงจังก่อนเพื่อนๆ ของฉันจะเริ่มด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่ฉันคิดว่าจะใช้เวลาหนึ่งเดือนในการหา กลับกลายเป็นใช้เวลาถึงแปดเดือน ในทุกการสัมภาษณ์ที่ผ่านมา ฉันอธิษฐานขอพระเจ้าเปิดประตูสู่โอกาสนั้น แต่กลับเจอเพียงประตูทุกบานที่ถูกปิดลง

ในขณะที่มันกำลังยากเหลือเกิน ฉันเห็นพระหัตถ์ของพระเจ้าท่ามกลางสถานการณ์ของฉัน ฉันได้งานแบบสัญญาจ้างชั่วคราวอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้ฉันมีรายได้ และฝึกฝนทักษะอาชีพของฉันในขณะที่หางานแบบเต็มเวลา ในช่วงเวลาของการแสวงหา อธิษฐาน และรอคอย การหางานนี้สอนให้ฉันมีความบากบั่น ถ่อมใจ และชื่นชมยินดีท่ามกลางช่วงเวลาที่เหี่ยวแห้งนี้ และช่วยให้ฉันเติบโตขึ้นในความสัมพันธ์ของฉันกับพระเจ้า ฉันค่อยๆเริ่มวางใจในพระผู้ให้มากกว่าอยากได้ของขวัญซะอีก

หลังจากหางานมานาน สุดท้ายพระเจ้าก็จัดเตรียมประตูที่เปิดให้ฉัน เป็นประตูที่ฉันไม่ได้เสาะหาหรือคาดหวัง แต่เป็นสายงานที่ฉันกำลังมองหา ฉันกำลังจะเริ่มเส้นทางอาชีพนี้ในเดือนธันวาคม ประสบการณ์นี้สอนฉันให้วางใจในพระเจ้าในการจัดเตรียมของพระองค์ท่ามกลางความไม่แน่นอน มันไม่ใช่การหางานที่ตั้งอยู่บนเงื่อนไขของฉันอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่พระเจ้าวางแผนไว้สำหรับฉัน และมันเกินกว่าที่ฉันจะคาดคิดได้

3. จำไว้ว่า คุณค่าของเราทุกคนอยู่ในพระคริสต์แต่เพียงผู้เดียว

ในมหาวิทยาลัย ฉันรับใช้พระเจ้าอย่างแข็งขันในชมรมและที่คริสตจักร แต่ชีวิตของฉันก็ยังเจออุปสรรคมากมาย เพื่อนและย่าของฉันเสียชีวิตอย่างกระทันหัน ฉันเสียมิตรภาพที่มีค่าไป และผลการเรียนของฉันก็แย่ลง แม้ฉันจะพยายามอย่างหนักที่จะทำให้มันดีขึ้น การสู้ต่อเพื่อรักษาความหวังและคุณค่าของตัวเองก็ดูเหมือนจะเป็นการต่อสู้ที่ไม่รู้จบ แม้ในขณะที่ฉันเห็นเพื่อนและคนรอบข้างผ่านชีวิตมหาวิทยาลัยไปโดยไม่ลำบากมาก และประสบความสำเร็จเชิงวิชาการอย่างที่ฉันปรารถนา

เมื่อเสาหลักแห่งความปลอดภัย คือผลการเรียนและมิตรภาพถูกพรากไป ฉันต้องกลับมาพิจารณาว่า ฉันกำลังวางคุณค่าของตัวเองไว้บนสิ่งต่างๆ ที่ฉันมี หรือว่าในการที่พระเจ้ามองฉันอย่างไร

แม้ในเหตุการณ์เช่นนี้  พระเจ้าให้ฉันผ่านพ้นไปได้ในผลการเรียนเทอมสุดท้าย ในวันที่ฉันเรียนจบ ฉันมองย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาทั้งหมด ฉันรู้ว่าจุดสำคัญสูงสุดไม่ใช่การประสบความสำเร็จทางการเรียน แต่เป็นบทเรียนที่ได้รู้ว่าฉันจะวางคุณค่าของฉันไว้ที่ไหน นอกจากนี้ยังผลักดันให้ฉันแบ่งปันการต่อสู้ในการเดินกับพระเจ้านี้แก่ผู้อื่นด้วย เพื่อให้กำลังใจ คอยอยู่เคียงข้าง และอธิษฐานเผื่อ

ประสบการณ์ทั้งหมดที่ฉันได้เขียนเป็นความท้าทายที่เจอในชีวิต ซึ่งมีรสขมในตอนนั้นที่ฉันเผชิญ แต่อย่างไรก็ตาม ฉันกำลังเรียนรู้ที่จะมองว่าประสบการณ์ที่ขมขื่นนั้นสามารถกลายเป็นโอกาสที่จะได้เดินกับพระเจ้าอย่างใกล้ชิด และเพื่อเข้าใจพระประสงค์และความดีงามของพระองค์แม้จะเจอปัญหา ฉันขอท้าทายคุณในวันนี้ที่จะมองความท้าทายที่คุณเจอในชีวิต และเรียนรู้ที่จะมองข้ามการต่อสู้นั้นว่าพระเจ้าจะทำให้ทุกสิ่งสวยงามในเวลาของพระองค์ (ปัญญาจารย์ 3:11)

YOU MAY ALSO LIKE

ฉันเป็นคนบาปจริงหรือ? เป็นและไม่เป็น

ฉันเป็นคนบาปจริงหรือ? เป็นและไม่เป็น

WRITER: จาเนล ไบร์ทเท็นสไตน์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: Mustard Seed TeamEDITOR: Mustard Seed Team หลายเดือนที่แล้ว มีคนบอกฉันว่าพวกเขาพบกลยุทธ์การสร้างวินัยแบบใหม่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับลูกๆ ของพวกเขาโดยบังเอิญ เมื่อพวกเขาจับได้ว่าลูกของเขากำลังทำผิด เด็กจะหยุดทำ...

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

WRITER: แมเดลีน เกรซ ชคูลฟีลด์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ปาลีญา ธนาวัฒนเจริญEDITOR: ธนากร พูลสินกูล ฉันรู้สึกราวกับว่ามีผ้าห่มผืนใหญ่ทับอยู่บนอกของฉัน เมื่อฉันลองหายใจลึกๆ เข้าไปในปอดและพยายามไอออกมาด้วยความรู้สึกแสบ...

คำสารภาพของผู้ที่มักทำตามความพอใจของผู้อื่น

คำสารภาพของผู้ที่มักทำตามความพอใจของผู้อื่น

WRITER: โจอันนา ตัน ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: Natty GraceEDITOR: ธนิตาวสี ชวาลปัญญาวงศ์ ถึงแม้ว่าฉันจะคุ้นเคยกับคำว่า “people-pleaser” หรือ “คนที่ต้องการเอาใจทุกคน” มาโดยตลอด แต่ฉันก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนเช่นนั้น...

Share This