fbpx
WRITER: เรเชล มอร์แลนด์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR: รักษพร พรกีรติกุล
EDITOR: อาเกียว

ฉันต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะไม่พิมพ์ข้อความกลับไป ฉันปิดโทรศัพท์เพื่อควบคุมความใจร้อนของฉัน ฉันจะยอมให้อารมณ์ครอบงำฉันไม่ได้ ฉันจะไม่ยอมเป็นคนที่ใช้คำพูดอย่างไม่ระมัดระวัง

ฉันรู้ว่าข้อความของเพื่อนไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเรื่องส่วนตัว แต่จากผลทดสอบบุคลิกภาพ INFJ และ 4 จาก Enneagram Test (ทำไมผลการทดสอบถึงตรงจนน่าตกใจเช่นนี้) ฉันรู้ว่าอารมณ์คือจุดอ่อนของฉัน นี่คือเหตุผลที่ฉันต้องคอยสำรวจตัวเองอยู่เสมอให้แน่ใจว่าฉันไม่ปล่อยให้อารมณ์เป็นใหญ่เหนือชีวิตฉัน

เพื่อนๆ ที่รัก อารมณ์เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง เราไม่ควรให้มันมีอิทธิพลเหนือเรา ฉันรู้ว่าหลายคนเป็น  นักใช้ความรู้สึกนี่เป็นเรื่องยากอย่างแท้จริง แต่เป็นหนึ่งในบทเรียนสำคัญที่สุดที่ฉันได้เรียนรู้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

การเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ สามารถช่วยเราได้ในทุกเรื่องของชีวิต ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เราจะไม่กำหนดสิ่งต่างๆ ด้วยความรู้สึกของเรา แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราให้อารมณ์เป็นผู้ควบคุมเราอยู่หรือไม่ ให้เรามาเริ่มกันเลย

1. คุณโต้กลับแทนที่จะตอบกลับ

เมื่ออารมณ์ควบคุมฉัน ฉันพบว่าตัวเองมักจะโต้กลับ (ซึ่งบางครั้งไม่จำเป็น) ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวทันที ไม่ว่าจะเป็นการได้รับอีเมลเกรี้ยวกราดจากเพื่อนร่วมงาน หรือเห็นจานชามที่ใช้แล้ว (อีกแล้ว) วางทิ้งอยู่บนเคาน์เตอร์ในห้องครัว บางครั้งมันง่ายกว่ามากที่จะปล่อยตัวเองให้ทำตามอารมณ์ในสถานการณ์ที่พบเจอ และพูดสิ่งแรกที่ผุดขึ้นในสมองออกมา

การด่วนสรุปนั้นง่ายกว่าการให้เวลาเพื่ออธิบายด้วยใจอ่อนน้อมและสร้างประโยชน์แก่ผู้ที่สงสัย

แต่ฉันท้าทายตัวเองให้หลีกเลี่ยงการตอบสนองแบบทันทีทันควัน และคิดว่าฉันควรตอบสนองให้ดีได้อย่างไรแทนการตอบเหมือนสาดโคลนไปทั่ว

ฉันและสามีได้ตั้งกฎที่เราจะใช้เมื่อทะเลาะกันขึ้น หนึ่งในนั้นคืออย่าจุดไฟที่ไม่จำเป็น ที่จะทำให้ต้องมาดับในภายหลังหรือพูดง่ายๆ คือ เราจะไม่พูดอะไรก็ตามที่เรารู้สึกอยากพูด ขณะนั้น มิฉะนั้นเราจะต้องใช้เวลามากกว่าเดิมในการดับไฟเหล่านั้น คือการต้องมาขอโทษกันสำหรับคำพูดสร้างความเจ็บปวดที่เราพูดออกไปอย่างไม่ยั้งคิดด้วยความโกรธ   

ปฏิกิริยาตอบกลับปกติอาจเหมือนการตอบสนองตามสัญชาตญาณ แต่การเข้าใจว่าพฤติกรรมของเราไม่ควรถูกควบคุมด้วยความรู้สึก คือก้าวแรกสู่การมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่ดี ขณะที่รอให้อารมณ์ร้อนคลายลง บางครั้งฉันขอพระวิญญาณบริสุทธิ์เปิดเผยให้ฉันเห็นถึงสาเหตุที่แท้จริงของการแสดงอารมณ์เช่นนั้น และเชิญพระองค์เข้ามาช่วยให้ฉันตอบสนองได้ดีขึ้นในครั้งต่อๆ ไปเมื่อฉันไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้

2. คุณไม่สามารถดึงเอาความจริงออกจากความรู้สึก

เรื่องหนึ่งที่ที่ปรึกษาสอนฉันคือ ความรู้สึกไม่ใช่เรื่องถูกหรือผิดมันเป็นเพียงความรู้สึกเท่านั้น ขณะที่ฉันกำลังแบ่งปันทุกความรู้สึกอยู่นี้ ฉันต้องการจะบอกว่าความรู้สึกของเราไม่น่าเชื่อถือเสมอไป ในความเป็นจริง บ่อยครั้งที่ความรู้สึกกำลังหลอกลวงเราอยู่ เราพบความจริงนี้ได้ใน เยเรมีย์ 17:9 ที่อธิบายว่าจิตใจคือแหล่งของความชั่วร้ายจิตใจของมนุษย์คือสิ่งที่หลอกลวงมากที่สุด ชั่วร้ายที่สุด ใครจะรู้อย่างแท้จริงว่ามันแย่เพียงไร

เมื่อเราเริ่มให้ความรู้สึกครอบงำความจริง เราพบว่าเราถลำลึกไปกับมันจนไม่สามารถควบคุมมันได้ หรืออีกนัยหนึ่งคือ ทันทีที่เรายอมให้ความรู้สึกอยู่เหนือความจริง เราเริ่มเชื่อมันมากกว่าสิ่งที่พระเจ้าตรัสเกี่ยวกับเราและความจริงทั้งหมด นี่คือจุดที่เราจะต้องรู้ว่านี่เป็นเรื่องฝ่ายวิญญาณ แทนที่จะทำตามอารมณ์ความรู้สึกที่เรียกร้อง ฉันรู้ว่าฉันต้องทำอย่างพระเยซู และสำแดงผลของพระวิญญาณในชีวิตของฉัน ซึ่งนั่นรวมถึงการควบคุมตัวเอง (กาลาเทีย 5:22-23)

3. คุณรู้สึกควบคุมตัวเองไม่ได้

การแสดงออกทางความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นการเกรี้ยวกราดแบบเด็กๆ หรือการขอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยอีกต่อไป อารมณ์ของเราสร้างผลกระทบโดยตรงกับความคิดและพฤติกรรมของเรา ซึ่งบางครั้งถูกแสดงออกมาอย่างไม่เหมาะสม

ถ้าคุณกำลังอ่านเรื่องนี้อยู่ เห็นได้ชัดว่าคุณมีความฉลาดทางอารมณ์พอที่จะรู้ว่าอารมณ์ของคุณจะพลุ่งพล่านขึ้นเมื่อไร แต่สำหรับผู้ที่คิดว่าการควบคุมอารมณ์เป็นเรื่องยาก นี่คือจุดที่เราควรเข้ามาหาวิธีจัดการกับมัน ไม่ว่าจะเป็นความกลัวว่าจะเอาท์เลยทำให้รู้สึกสิ้นหวังขณะที่เลื่อนนิ้วไปมาในอินสตาแกรม หรือความรู้สึกเหมือนถูกปฏิเสธจากเสียงที่เงียบไปของคู่สนทนาอีกฝ่ายทางโทรศัพท์ เป็นสิ่งจำเป็นที่เราต้องรู้จุดที่สร้างปัญหาและทำให้เราอยู่ในวังวนเดิมๆ นี้

ยิ่งเราไวต่อจุดอ่อนของเราขึ้นเท่าไร เรายิ่งสามารถนำสิ่งเหล่านั้นทูลต่อพระเจ้า และได้รับการช่วยเหลือเพื่อควบคุมอารมณ์เร็วขึ้นเท่านั้น

ในวันนี้และยุคนี้ที่สังคมและวัฒนธรรมของเราส่งเสริมการเปิดเผยความรู้สึกที่อ่อนไหวและเปราะบางได้มากขึ้น แต่อะไรคือสิ่งที่จำเป็นที่แท้จริงสำหรับการรักษาความสัมพันธ์ ทั้งหมดนี้คือความจำเป็นที่เราควรเรียนรู้ที่จะไม่ดำเนินชีวิตตามความรู้สึก

การตระหนักรู้อารมณ์ความรู้สึกของเราสำคัญมากต่อการพัฒนาตนเอง เพราะถึงอย่างไรก็ตาม เราไม่ควรใช้อารมณ์ตัดสินสิ่งหรือเรื่องต่างๆ ในชีวิตเรา เราจำเป็นต้องถามตัวเองว่าเรากำลังให้อารมณ์ควบคุมเราหรือไม่? อารมณ์กำลังพาเราไปสู่ทิศทางที่ผิดหรือไม่? ถ้าคำตอบคือ ใช่ เราต้องกลับมาสำรวจใหม่ว่าเราให้อารมณ์อยู่ในจุดที่ควรอยู่แล้วหรือไม่

เพื่อนๆ ที่รัก หากคุณพบว่าคุณคือหนึ่งในผู้ที่อยู่ใน 3 ข้อข้างต้น ไม่ต้องกังวลไป เพราะฉันอยู่ในกลุ่มเดียวกับคุณเช่นกัน อารมณ์คือส่วนหนึ่งที่ทำให้เราเป็นมนุษย์ เราไม่สามารถหยุดอารมณ์ความรู้สึกด้วยการเก็บกดมันไว้ในตัวเรา แต่เราสามารถนำอารมณ์ความรู้สึกเหล่านั้นทูลต่อพระบิดาผู้เป็นที่รักของเรา พระองค์ผู้ต้องการดูแลและกระตุ้นเราให้ใช้ชีวิตที่ดีที่สุดซึ่งพระองค์ตรียมไว้สำหรับเรา

พระเจ้าปรารถนาให้เรายอมจำนนนและมอบทุกส่วนของชีวิตเราแด่พระองค์ รวมถึงอารมณ์ความรู้สึกของเราด้วย ยิ่งเราขอการทรงนำในเรื่องอารมณ์ความรู้สึกของเรามาก ความสามารถของเราในการตัดสินว่าความรู้สึกไหนที่ไว้ใจได้จะยิ่งมากขึ้นด้วย และความรู้สึกไหนที่เราควรตรึงไว้ที่กางเขน

ดังนั้นอย่าเป็นกังวลไป เราทุกคนกำลังขับเคลื่อนอยู่ในวงล้อแห่งอารมณ์ความรู้สึกที่ไม่นิ่งที่เรียกว่าชีวิต และสุดท้ายนี้ เรากำลังอยู่บนเส้นทางที่จะได้รับการรักษาอย่างสมบูรณ์และได้รับการเติมเต็มในพระเยซู ดังนั้นพูดพร้อมกับฉันว่าอารมณ์ไม่ใช่ราชาที่ปกครองชีวิตฉัน ไม่มีอะไรในชีวิตฉันที่เป็นราชานอกจากพระเยซู

YOU MAY ALSO LIKE

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

WRITER: แมเดลีน เกรซ ชคูลฟีลด์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ปาลีญา ธนาวัฒนเจริญEDITOR: ธนากร พูลสินกูล ฉันรู้สึกราวกับว่ามีผ้าห่มผืนใหญ่ทับอยู่บนอกของฉัน เมื่อฉันลองหายใจลึกๆ เข้าไปในปอดและพยายามไอออกมาด้วยความรู้สึกแสบ...

ชีวิตที่ถูกซ่อนไว้จากความจริง

ชีวิตที่ถูกซ่อนไว้จากความจริง

TRANSLATOR: เจ.ที.เอ็ม.EDITOR: Mustard Seed Team คุณเคยทำตัวเองหล่นหายไหม รู้สึกโกรธตัวเองและต่อว่าตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกจากความผิดพลาดในชีวิตบ้างไหม หรือถามตัวเองว่าฉันเกิดมาทำไม หรือรู้สึกว่าโลกนี้มันไม่ได้มีที่ยืนสำหรับฉันเลย ความเจ็บปวดหรือความรู้สึกไร้ค่าเหล่านี้...

ถ้าการเป็นคริสเตียนไม่ได้ช่วยอะไรฉันล่ะ?

ถ้าการเป็นคริสเตียนไม่ได้ช่วยอะไรฉันล่ะ?

WRITER: อัลวิน โธมัส ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ณัฐพร ชังเจริญEDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน ผมอยากจะเริ่มต้นโดยการบอกว่า ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณนะ คงมีหลากหลายเหตุผลเลยทีเดียวที่ว่าการเป็นคริสเตียนอาจไม่ตอบโจทย์...

Share This