WRITER: แอคเนส ลี ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR/EDITOR: ทิพย์สุพร ชาน
ในฐานะที่ฉันเป็นคนค่อนข้างขี้กลัว ฉันมักจะกระวนกระวายใจและหวาดกลัวทุกครั้งเมื่อถึงเดือนแห่งเทศกาลสารทจีน (เดือนที่ 7 ของจีน)
บางคนเชื่อว่าในวันแรกของเดือนที่เจ็ด วิญญาณของคนตายจะได้รับการปลดปล่อยจากนรกเพื่อกลับมาเยือนโลกมนุษย์อีกครั้ง อาจจะมาเยี่ยมหรือมาหาคนที่เขารัก ซึ่งจะเป็นที่รู้จักโดยทั่วไปในหมู่คนจีน ในชื่อของเทศกาลสารทจีนหรือเทศกาลผีหิว บางครอบครัวจะเผากระดาษเงินกระดาษทอง,รูปหุ่นจำลอง ทั้งบ้าน รถยนต์ ของใช้ที่จำเป็นอื่นๆอีกมากมาย และจุดธูปเทียนตามถนน พร้อมจัดของเซ่นไหว้บนโต๊ะเพื่อเป็นการต้อนรับและแสดงความเอาใจใส่ต่อผีบรรพบุรุษหรือผีญาติที่จะกลับมา
นอกจากนี้ยังมีการจัดหาอาหารไว้ให้สำหรับผีเร่ร่อน,ผีไร้ญาติที่กำลังหิวโหยอีกด้วย วัดบางแห่งยังมีการจัดแสดงมหรสพบนเวทีอย่างสวยงาม โดยจัดเว้นเก้าอี้แถวหน้าให้ว่างเปล่า เพื่อเป็นการจองที่ไว้ให้สำหรับดวงวิญญาณ
เมื่อฉันยังเด็กพ่อแม่ของฉันจะเผากระดาษเซ่นไหว้แด่ดวงวิญญาณปู่ย่าตายายของฉัน ตอนนั้นฉันก็ช่วยพวกเขาเผากระดาษเงินกระดาษทองด้วยเช่นกัน แม่ของฉันที่ยังไม่ได้รับเชื่อพระเจ้าในเวลานั้น บอกฉันให้หลีกเลี่ยงการเดินผ่านสถานที่ที่เพิ่งจะมีการจัดงานศพขึ้น เพราะเชื่อว่าวิญญาณของผู้ตายยังไม่ไปไหน นอกจากนี้แม่ก็ยังเตือนให้ฉันเพิ่มความระมัดระวังอย่าเผลอเดินไปเตะหรือเหยียบข้ามของเซ่นไหว้ เพราะนั่นอาจจะทำให้ดวงวิญญาณเหล่านั้นไม่พอใจ ฉันคอยกลัวว่าวิญญาณจะติดตามหรือมาทำร้ายฉัน ฉันก็เชื่อฟังคำแนะนำของแม่อย่างเคร่งครัด แม้ว่าฉันไม่เคยพบเจอกับวิญญาณใดๆเลย แต่ความกลัวในวัยเด็กของฉันก็ยังคงฝังลึกในใจของฉันเรื่อยมา แม้ว่าฉันจะเป็นคริสเตียนแล้วก็ตาม
ในช่วงเทศกาลสารทจีนไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฉันจำได้ว่ามีอยู่วันหนึ่งที่จะต้องเดินกลับบ้านในเวลาเที่ยงคืนซึ่งต้องใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาที เพื่อที่จะต้องเดินผ่านในที่ๆมีแสงสว่างน้อย ตรงทางเดินก็มีธูปเทียนจุดแล้วปักอยู่เกลื่อนกลาด เครื่องเซ่นไหว้วางอยู่บนพื้นดิน เมื่อฉันมองเห็นสิ่งเหล่านั้นมันทำให้ฉันนึกถึงวิญญาณของผู้ตายที่วนเวียนอยู่แถวๆนั้น ความคิดแค่เพียงแว๊บเดียวแค่นั้นแหละ ฉันรู้สึกเสียวสันหลังวาบ หลับหูหลับตาวิ่งหนีแบบไม่คิดชีวิตเลยทีเดียว หัวใจของฉันเต้นรัวปานตีกลอง ฉันกลับถึงบ้านได้ภายในเวลาเพียง 5-6 นาทีเท่านั้น
ในคืนนั้นฉันเข้านอนด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทำไมฉันจึงกลัว? แล้วข้อพระธรรมสดุดี 27:1-2 ก็สะดุดเข้ามาในใจฉัน ซึ่งกษัตริย์ดาวิดได้เขียนเอาไว้ว่า “พระเจ้าทรงเป็นที่กำบังอันเข้มแข็งของข้าพเจ้า พระองค์ทรงเป็นความสว่างและความรอดของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะเกรงกลัวผู้ใดเล่า? ท่านเปาโลมีความมั่นใจในพระเจ้าอย่างเต็มที่ และรู้บรรดาคู่อริและศัตรูของเขาจะสะดุดและล้มลง”
ฉันได้รับการหนุนใจในทันทีด้วยข้อพระธรรมตอนนี้ แท้จริงแล้วพระองค์ทรงเป็นที่ลี้ภัยของข้าพระองค์และไม่มีสิ่งใดที่เราต้องกลัว ซึ่งในพระธรรมฮีบรู 9:27 ได้ยืนยันว่า “สำหรับมนุษย์จะตายแค่ครั้งเดียว และหลังจากความตายนั้นจะต้องเผชิญหน้ากับการพิพากษาของพระเจ้า” นั่นย่อมหมายความว่าใน
พระคัมภีร์ชี้ให้เห็นชัดเจนแล้วว่าผู้ตายไม่ได้กลับมายังโลกมนุษย์อีกครั้ง ดูเหมือนความกลัวของฉันจะเป็นความกลัวที่ไร้เหตุผลสิ้นดี
เมื่อมองเห็นพระวจนะของพระเจ้านอกจากนี้พระวิญญาณบริสุทธิ์ในตัวเรายิ่งใหญ่กว่าซาตาน(1 ยอห์น 4:4) พระเจ้าทรงสถิตอยู่กับเราเสมอและยิ่งใหญ่กว่าวิญญาณอื่น ๆ
ฉันเขียนบทความนี้ขึ้นในช่วงเทศกาลสารทจีน ถึงแม้ตัวฉันจะถูกรายล้อมไปด้วยบรรยากาศของการจุดธูปเทียนการเซ่นไหว้,การจุดไฟเผากระดาษมากมาย แต่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกกลัวใดๆเลยแม้แต่น้อย สารทจีนปีนี้เตือนให้ฉันรู้ว่าจิตใจของฉันได้รับการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องโดยพระวจนะของพระเจ้า
วันนี้ฉันสามารถเดินผ่านสวนในเวลากลางคืนได้โดยไม่ต้องกลัววิญญาณของคนตาย เพราะความกลัวเดียวที่ฉันมีอยู่นั่นก็คือความยำเกรงพระองค์ผู้ทรงสามารถทำลายทั้งจิตวิญญาณและกายในนรกได้ (มัทธิว 10:28)
YOU MAY ALSO LIKE
ทำไมผมถึงกลัวการเป็นคนอ่อนแอ
WRITER: แดเนียล แฮมลิน ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ศุภิสรา เจริญศรีศิลป์ EDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร เมื่อนึกถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นเมื่อหลายปีที่แล้วผมยังรู้สึกเจ็บปวดอยู่นิดๆ ผมแอบชอบผู้หญิงคนหนึ่งและได้รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีเพื่อบอกเธอว่าผมรู้สึกอย่างไร...
คำโกหกที่ทำให้เราห่างไกลจากพระคำ
WRITER: ซาร่าห์ โซ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ชลิดา สุภาแสน EDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร สำหรับฉันช่วงขึ้นปีใหม่มันไม่ใช่ช่วงเวลาที่พิเศษอะไร ต้นเดือนมกราคมถือเป็นเหมือนเครื่องหมายในการเริ่มต้นกิจวัตรประจำวันเดิมๆของฉันทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน...
ฉันเป็นที่รักจริงหรือ?
WRITER: เจสลิน ซี ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ชลิดา สุภาแสน EDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร “ไร้ประโยชน์” “โง่จัง” “ไม่เห็นจะมีไรดีสักอย่าง” คำพูดเหล่านี้อาจจะเป็นคำที่เราคุ้นเคยในท่ามกลางพวกเราบางคน แม้ว่าฉันจะรู้ว่าฉันเป็นลูกของพระเจ้า...


