WRITER: เคเรน พิมโพ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR: Mustard Team
EDITOR: Mustard Team
“เธอเป็นยังไงบ้างกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น? จริงๆ แล้วเธอเป็นยังไงบ้าง?” หนึ่งในเพื่อนของฉันถามฉันเมื่อไม่นานมานี้ ขณะที่พวกเรากำลังวีดีโอคอลกันโดยเราทั้งคู่ต่างกักตัวอยู่ที่บ้าน ฉันคิดว่าฉันบอกเพื่อนว่าฉันสบายดี รู้สึกขอบคุณที่ยังสามารถทำงานที่บ้านได้ ฉันรู้ว่าฉันได้รับการอวยพรให้ยังมีอาหาร ที่พัก และสิ่งต่างๆ ท่ามกลางช่วงเวลาอันสับสนวุ่นวายนี้ แต่ฉันหวังว่าฉันน่าจะพูดคำตอบจากใจจริงๆ ว่าขณะที่โลกของเรากำลังกลับตาลปัตร ฉันมักรู้สึกหมดหวัง กลัว และสิ้นหวังอยู่บ่อยครั้ง
วันอีสเตอร์คงจะไม่เหมือนเดิมในปีนี้ ด้วยตอนนี้โลกกำลังสับสน และครอบครัว เพื่อนๆ ต่างถูกแยกจากกัน ความชื่นชมยินดีและการอยู่ร่วมกันในวันอีสเตอร์นั้นได้หายไป แต่ละวันข้อปฏิบัติต่างๆ สำหรับการกักตัวก็เพิ่มขึ้น รายชื่อผู้คนที่ถูกยืนยันว่าติดเชื้อก็เพิ่มขึ้น ความโศกเศร้าอย่างต่อเนื่องเมื่อมีคนตายเพิ่มขึ้น เพื่อนๆ และครอบครัวต่างถูกเลิกจ้าง นักเรียนและผู้ปกครองต่างพยายามที่จะปรับตัวเกี่ยวกับการขาดเรียนของเด็กๆ เก้าอี้ในโบสถ์ต่างว่างเปล่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานท่ามกลางความเสี่ยงที่จะติดเชื้อในทุกๆ วัน เพื่อทำให้โลกของเรานั้นยังเดินหน้าต่อไปได้ บุคลากรทางการแพทย์ต่างถูกถาโถมด้วยงานมากมาย และในบางที่นั้นถูกบังคับให้ต้องตัดสินใจในสิ่งที่ยากที่สุดเกี่ยวกับชีวิตและความตาย แม้ว่าอีสเตอร์กำลังใกล้เข้ามา มันเหมือนกับว่าโลกของเรากำลังขาดสีสันและความสว่างที่เคยมี
ถ้าจะให้ฉันพูดตรงๆ มันเป็นเรื่องจริงที่ฉันไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตารอให้อีสเตอร์ปีนี้มาถึงเลย…แต่ฉันพร้อมที่จะรับความหวังที่อีสเตอร์จะนำมาให้
บางทีความท้อใจที่เรากำลังรู้สึกนั้น จริงๆ แล้วอาจจะเป็นสิ่งที่ช่วยเราในการเตรียมตัวที่จะรับความหวังที่เป็นหัวใจของวันอีสเตอร์ก็ได้
ฉันคิดถึงวันที่กำลังนำไปสู่อีสเตอร์ครั้งแรกเมื่อตอนที่พระเยซูถูกตรึงที่กางเขน เพราะว่าพวกเราส่วนใหญ่รู้เรื่องราวอีสเตอร์จากมุมมองภายในสู่ภายนอก มันเป็นเรื่องง่ายที่จะข้ามไปตอนที่เฉลิมฉลองการที่พระเยซูเป็นขึ้นแล้ว! พระองค์เป็นขึ้นแล้ว! พระองค์ทรงจ่ายค่าไถ่ความบาปของพวกเราแล้ว! พระองค์ทรงครอบครองชั่วนิรันดร์!
แต่ในช่วงเวลา ณ ตอนนี้ ช่วงกักตัว และการยกเลิกสิ่งต่างๆ ความเจ็บป่วยและความโศกเศร้า พวกเราเขยิบเข้าใกล้การเข้าใจบรรยากาศของอีสเตอร์ครั้งแรก เหล่าสาวกที่ฉันแอบรู้สึกดูถูกในความเขลาและแตกแยกของพวกเขา ณ ตอนนี้ฉันไม่รู้สึกแตกต่างจากพวกเขาอีกต่อไป ความกลัวของพวกเขา ความไม่มั่นคงของพวกเขา และความสงสัยได้สะท้อนให้เห็นถึงตัวฉันในสถานการณ์การแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของไวรัสโคโรน่านี้
เหล่าสาวกได้เป็นพยานถึงเหตุการณ์ที่พระเยซูถูกจับกุม ถูกสอบสวน ถูกทรมาน และหนทางแสนไกลสู่โกละโกธา ความสับสน ความหวาดกลัวต้องถาโถมใส่พวกเขาอย่างมากมาย พวกเขาไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น แม้พระเยซูได้บอกพวกเขาถึงสิ่งเหล่านี้ก่อนที่มันจะเกิดขึ้น พวกเขาไมได้เห็นจุดจบอันแสนสุข พวกเขาเห็นเพียงไม้กางเขน
คุณกำลังรู้สึกดิ้นรนในการมองหาพระเจ้าท่ามกลางสถานการร์เหล่านี้ไหม? พวกเหล่าสาวกก็รู้สึกเหมือนกัน
เหล่าสาวกยังคงล้มลงในความกลัวอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในสาวกฟาดดาบด้วยความรุนแรงและตัดหูของทหาร สาวกอีกหนึ่งคนปฏิเสธพระเยซูถึงสามครั้ง สาวกสองคนกลัวทูตสวรรค์ที่อุโมงค์ฝังพระศพ มากกว่านั้นพวกเขาปฏิเสธที่จะเชื่อพยานที่เห็นถึงการเป็นขึ้นมาของพระเยซู การตอบสนองของพวกเขาในหลากหลายรูปแบบนั้นได้เตือนให้ฉันคิดถึงการตอบสนองของตัวเองในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา การตอบสนองด้วยความกลัว ความกังวลใจ ความโกรธ และแม้กระทั่งความไม่แยแส พยายามที่จะแก้ปัญหาการระบาดครั้งใหญ่นี้ด้วยกำลังของตัวเองซึ่งมันนำไปสู่แค่การตอบสนองที่ผิด แค่ไปร้านสะดวกซื้อก็รู้สึกสงสัยคนรอบๆ ข้าง ฉันพยายามต่อสู้เพื่อจะได้กักตุนสิ่งของต่างๆ ที่มากกว่าความต้องการเพื่อปกป้องตัวเอง สิ่งเหล่านี้เป็นธรรมชาติบาปของฉัน
อย่างไรก็ดี เพราะว่าในอีสเตอร์ครั้งแรก พวกเรามีความหวังที่ไม่สั่นคลอนในสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวของเราเอง ความหวังที่พวกเรามีคือ พระเยซูเดินไปยังกางเขนและยอมตายเพื่อทำให้เราสามารถเป็นเพื่อนกับพระเจ้า(ยอห์น 15:15) พระองค์ทรงชนะความบาปและความตาย ทรงปลดปล่อยเราจากการประนาม(โรม 8:1) พระองค์ส่งให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นผู้สนับสนับสนุน เป็นที่ปรึกษา เป็นผู้ปลอบโยน และเป็นเพื่อนเรา(ยอห์น 14:26) พระองค์ทรงทำให้เราสามารถอธิษฐานโดยตรงต่อพระบิดาในพระนามพระเยซูและได้รับในสิ่งที่เราทูลขอ(ยอห์น 16:23) พระองค์ทรงสัญญาว่าจะกลับมาหาเราในวันข้างหน้าและทำให้ทุกสิ่งนั้นถูกต้อง(ยอห์น 14:28, วิวรณ์ 21:5)
ใช่แล้ว อีสเตอร์อาจจะดูแตกต่างไปในปีนี้ แต่ความหวังนี้ยังคงอัศจรรย์และสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของโลกในตอนนี้ก็เหมือนกับวันอีสเตอร์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ มันทั้งยิ่งใหญ่ เจิดจ้า และมอบความหวังให้กับชีวิตเรา แม้ว่ากำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ระดับโลกก็ตาม ความหวังนั้นได้ชนะความกลัว ความล้มเหลวทั้งหมดของเรา และให้กำลังที่แข็งแกร่งที่สุดซึ่งมากกว่ากำลังของตัวเราเอง
“ในโลกนี้ท่านจะประสบความทุกข์ยาก” พระเยซูตรัสว่า “แต่จงมีใจกล้าเถิด เพราะว่าเราชนะโลกแล้ว” (ยอห์น 16:33)
YOU MAY ALSO LIKE
เมื่อความสัมพันธ์ที่ล้มเหลวได้สอนอะไรฉัน
WRITER: คาร่า ยอ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: เฮจี คิม EDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร ฉันพึ่งย่างเข้าอายุ 30 ฉันมักจะคิดมาตลอดว่าอายุเท่านี้ฉันควรจะได้แต่งงานแล้ว.. ในช่วงเก้าปีที่ผ่านมา ฉันล้มเหลวในความสัมพันธ์ถึง 2 ครั้ง...
เมื่อความหวังในความสัมพันธ์ของฉันถูกทำลาย
WRITER: แม็คเคนซี คิง ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ณัฐพร ชังเจริญ EDITOR: Mustard Seed Team ความโดดเดี่ยวไร้คู่ที่กินเวลาเนิ่นนานกว่าสิบปีของฉันใกล้จะเดินมาถึงจุดสิ้นสุด ฉันคิดอย่างมีความสุขเล็กๆ ว่า...
เลิกเป็นคนที่สมบูรณ์แบบและเริ่มเป็นคนที่บริสุทธิ์
WRITER: เจเนล บริเทนสไตน์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: สรสิทธิ์ ธัมมารักขิตานนท์EDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร ฉันยังจำได้ดีถึงชีวิตม.ปลายที่แสวงหาพระเจ้าอย่างจริงจัง ถ้าฉันเลือกได้เพียงอย่างเดียวในโลกนี้สิ่งที่ฉันเลือกก็คือการรักษาชีวิตให้บริสุทธิ์ต่อพระเจ้า...


