fbpx
WRITER: แม๊กซ์ เจกานาธาน ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR: ปาลีญา ธนาวัฒนเจริญ
EDITOR: Mustard Seed Team

แม๊กซ์ เจกานาธาน (Max Jeganathan) เป็นวิทยากรและนักเขียนของ “Thinking Faith” เขาหลงไหลและมีใจเกี่ยวกับฤทธิ์อำนาจของข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตคน เขาเกิดที่ประเทศศรีลังกา ครอบครัวของแมกซ์อพยพมาที่ประเทศออสเตรเลียในฐานะผู้ลี้ภัยช่วงกลางทศวรรษ 1980 เขาเคยทำงานเป็นทนายความ และที่ปรึกษาทางการเมือง และที่ปรึกษาด้านนโยบายให้กับรัฐสภาแห่งชาติของออสเตรเลีย และตอนนี้เขากำลังศึกษาปริญญาเอกด้านกฎหมาย ปัจจุบันแมกซ์อาศัยอยู่ที่สิงค์โปร์กับภรรยาของเขา ฟิโอน่า และลูกอีกสองคน เขาชอบดูหนัง ดื่มไวน์ดีๆ กับเพื่อนและเล่นกับลูกๆ

“เอาที่คุณสบายใจ” เป็นสโลแกนยอดนิยมที่เราจะเห็นได้ทั่วไปตามสื่อโซเชียลมีเดีย มันเน้นที่ตัวของเราหรือความรู้สึกของเรา เราได้ยินในบทเพลง หนัง กลอนต่างๆ บนโลกนี้ เขาว่ากันว่ายุคหลังความจริง (Post-truth culture) สามารถสรุปว่าผู้นั้นคือผู้ที่คิดด้วยความรู้สึก ความรู้สึกมาก่อนความยุติธรรม ความรู้สึกมาก่อนผู้อื่น ความรู้สึกมาก่อนการสูญเสีย บางทีสิ่งที่อันตรายที่สุดคือความรู้สึกนั้นมาก่อนความจริง

การโจมตีความจริงในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ ความคิดแบบเพิกเฉยความจริงเรียกร้องให้เรากลับมาสนใจทั้งความจริงและการมีอยู่ของความจริงซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ง่ายๆ ประโยคที่กล่าวว่า “ไม่มีความจริงสมบูรณ์” เป็นประโยคที่เป็นความจริงโดยสมบูรณ์ ถ้ามันอ้างว่านี่คือความจริงก็เป็นการทำลายตัวมันเอง และถ้ามันอ้างว่านี่ไม่ใช่ความจริงก็เป็นการทำลายตัวมันเองเช่นกัน ไม่ว่าจะทางใดมันก็เปิดเผยความคิดอย่างมีเหตุผล ด้วยการอาศัยหลักพื้นฐานของตรรกะ เรารู้ว่าความจริงโดยสมบูรณ์มีจริง

คำถามจึงกลายเป็น “แล้วมันคืออะไร” ด้วยคำถามนี้ เราไม่จำเป็นต้องมองลึกไปไกลกว่านักปรัชญาเพลโต ผู้มีชื่อเสียงเกี่ยวกับการค้นหาความจริง เราแค่ต้องเดินตามหลักฐานที่พยายามนำเราไป

ให้เราพิจารณาหลักฐานและข้ออ้างของเนื้อหาคริสเตียน และนี่คือหลักฐานอย่างน้อย 3 อย่างที่มีความโดดเด่น

 

1. พระเจ้าผู้ทรงเสด็จลงมา

เป็นเรื่องแปลก ที่หลักฐานทางความเชื่อของศาสนาคริสต์ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาพยานที่พิสูจน์ไม่ได้หรือแนวคิดที่เป็นนามธรรมหรือตำนานต่างๆ ในทางกลับกัน มันกลับฝังลึกอยู่ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ ถ้าพระคัมภีร์จะเป็นที่น่าเชื่อถือ พระเจ้าของพระคัมภีร์ต้องออกมาในโลกในฐานะมนุษย์นั่นคือพระเยซู ชีวิต ความตาย และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์สามารถพิสูจน์ได้ด้วยการตรวจสอบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ พระคัมภีร์ของคริสเตียนมีทั้งหมด 66 เล่มถูกเขียนโดยผู้เขียนกว่า 40 คนและสามารถตรวจสอบได้ การวินิจฉัยของคริสเตียนในเรื่องสภาพของความเป็นมนุษย์สามารถตรวจสอบได้ทั้งทางประสบการณ์และสังคมวิทยา หลักฐานที่เชื่อถือได้มีมากกว่าที่ถูกตัดทอน แต่เพื่อที่จะสรุป การที่พระเจ้าเที่ยงแท้ได้เข้ามาในประวัติศาสตร์ของโลกในฐานะมนุษย์เป็นสิ่งพิเศษสำหรับเรื่องราวของคริสเตียน

2. พระเจ้าแห่งความสัมพันธ์

เรื่องราวของคริสเตียนไม่ใช่ปรัชญาหรือความเชื่อต่างๆ แต่คือสิ่งที่แตกต่างและพิเศษกว่าสิ่งอื่นใด และชัดเจนในความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพระเจ้าผ่านทางพระเยซู สิ่งที่สำคัญที่สุดของชีวิตคริสเตียนไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณทำ คิด พูด หรือรู้สึก (ถึงแม้สิ่งเหล่านี้ก็มีความสำคัญ)

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ สิ่งที่คุณเป็น ลูกของพระเจ้าที่เดินไปกับพระองค์และมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับพระองค์

ความสัมพันธ์ของคริสเตียนนี่เองที่ทำให้คริสเตียนแตกต่างจากโลกทัศน์อื่นๆ ความสัมพันธ์ได้รับการพิสูจน์ในทางสถิติว่าเป็นเครื่องบ่งชี้ความสำเร็จของมนุษย์ที่ทรงพลังมากที่สุด โลกทัศน์ที่เน้นความสัมพันธ์เหนือสิ่งอื่นใดจึงควรค่าที่จะให้ความสนใจ

3. พระเจ้าผู้ช่วยให้รอด

ความจริงของความเห็นแก่ตัวของมนุษย์อยู่ชนชาติ เผ่าพันธุ์ วัฒนธรรมมายาวนาน เราต้องการความมั่นคงทางการเงิน ความสุข ชื่อเสียง ความมั่งคั่ง ความสะดวกสบาย จำนวน “ไลค์” ในอินสตาแกรมและอีกมากมาย นี่คือมงกุฎที่เราตามหา มงกุฎที่ทำให้เราเป็นราชาเหนือชีวิตของเรา Marilynne Robinson ผู้เขียนนวนิยายเรื่อง Gilead ที่ได้รับรางวัล Pulitzer ได้เขียนไว้ถึงความจริงสองประการที่เราหนีไม่ได้คือ โลกนี้ไม่เพียงพอสำหรับเรา และความไม่เพียงพอของเราต่อโลกนี้ ไม่ว่าเราจะทำดีแค่ไหน เราจะประสบความสำเร็จมากขนาดไหน จะมีบางสิ่งสำหรับเราและโลกนี้ที่ไม่ถูกต้องเสมอ

ทำไมเราต้องการพระผู้ช่วยให้รอด?

ภาพยนตร์เรื่อง The Martian นำแสดงโดย Matt Damon ซึ่งกล่าวถึงนักบินอวกาศชื่อ Mike Watney ที่พบว่าตัวเองติดอยู่ที่ดาวอังคารหลังจากการอพยพฉุกเฉินของสถานีอวกาศของเขา เรื่องราวทำให้เราติดตามความเฉลียวลาด นวัตกรรม ความยืดหยุ่นอันน่าทึ่งในการต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดของเขา

เราได้ค้นหาคำตอบในตัวของเราเอง แต่สิ่งที่เราพบกลับเป็นคำถามที่เพิ่มมากขึ้น เราสามารถที่จะเอาชนะเทคโนโลยี การเงิน การแพทย์ การศึกษา วิศวกรรม และอวกาศ แต่เมื่อกลับมาที่ความต้องการในการได้รับความช่วยเหลือของเรา สิ่งที่เราพบ กลับเป็นเหมือนคำพูดของ Buzz Aldrin มนุษย์คนที่สองที่ได้ไปดวงจันทร์ มันคือ “ความว่างเปล่าอันยิ่งใหญ่”

การขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของความสำเร็จของมนุษย์นั้นไม่ได้ผล เราไม่ได้ต้องการความพยายามที่มากขึ้น ความสำเร็จที่มากขึ้นหรือชัยชนะที่มากขึ้น แต่เราต้องการการช่วยเหลือ

และนั้นคือสิ่งที่เราทุกคนได้รับผ่านทางพระเยซูคริสต์

บางที อาจถึงเวลาที่เราควรจะมองย้อนกลับไปยังคนที่ขึ้นไปอยู่บนไม้กางเขนในตอนบ่ายอันมืดมิดเมื่อ 2000 ที่แล้ว พระเยซูคริสต์ได้ทำลายความผิดบาปของมนุษย์ที่ขวางกั้นและทำให้เราแยกจากพระเจ้าด้วยความรักของพระองค์ที่มีต่อเรา บนไม้กางเขนพระเยซูสำแดงให้เราเห็นว่าความจริงสำคัญกว่าความรู้สึก ความรักสำคัญกว่าความสำเร็จ และความยุติธรรมไม่จำเป็นต้องหลีกทางให้กับความเมตตา บนไม้กางเขนพระเยซูจ่ายราคาค่าเสียหายของเรา พระองค์นำความรัก ความยุติธรรม ความเมตตามารวมกันในช่วงเวลาหนึ่ง พระองค์ทรงพิชิตความว่างเปล่าของเรา เราสามารถพบหลักฐาน คำตอบ การเติมเต็มที่เราค้นหาในพระองค์ ผ่านทางพระองค์ และกับพระองค์เท่านั้น

ทำไมต้องเป็นพระเยซู? เพราะพระองค์เสด็จมาเพื่อเรา เพราะพระองค์ทรงรักเรา เพราะเราต้องการพระองค์ เพราะพระองค์เป็นความจริง และถ้าคุณและผมพร้อมที่จะตามไปยังหลักฐาน เราจะพบว่ามันชี้ไปที่ความจริงในพระวจนะของพระองค์

YOU MAY ALSO LIKE

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

WRITER: แมเดลีน เกรซ ชคูลฟีลด์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ปาลีญา ธนาวัฒนเจริญEDITOR: ธนากร พูลสินกูล ฉันรู้สึกราวกับว่ามีผ้าห่มผืนใหญ่ทับอยู่บนอกของฉัน เมื่อฉันลองหายใจลึกๆ เข้าไปในปอดและพยายามไอออกมาด้วยความรู้สึกแสบ...

ชีวิตที่ถูกซ่อนไว้จากความจริง

ชีวิตที่ถูกซ่อนไว้จากความจริง

TRANSLATOR: เจ.ที.เอ็ม.EDITOR: Mustard Seed Team คุณเคยทำตัวเองหล่นหายไหม รู้สึกโกรธตัวเองและต่อว่าตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกจากความผิดพลาดในชีวิตบ้างไหม หรือถามตัวเองว่าฉันเกิดมาทำไม หรือรู้สึกว่าโลกนี้มันไม่ได้มีที่ยืนสำหรับฉันเลย ความเจ็บปวดหรือความรู้สึกไร้ค่าเหล่านี้...

ถ้าการเป็นคริสเตียนไม่ได้ช่วยอะไรฉันล่ะ?

ถ้าการเป็นคริสเตียนไม่ได้ช่วยอะไรฉันล่ะ?

WRITER: อัลวิน โธมัส ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ณัฐพร ชังเจริญEDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน ผมอยากจะเริ่มต้นโดยการบอกว่า ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณนะ คงมีหลากหลายเหตุผลเลยทีเดียวที่ว่าการเป็นคริสเตียนอาจไม่ตอบโจทย์...

Share This