fbpx
WRITER: คิว แจ็คสัน ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR: เฮจี คิม
EDITOR: พาทินธิดา เจริญสวัสดิ์

ฉันคิดว่าตัวเองเป็นคนที่ตัดสินใจอย่างรอบคอบ ฉันพยายามนึกถึงทุกปัจจัย ทุกผลลัพธ์และใช้เวลานานกว่าจะตัดสินใจอะไรสักอย่างเสมอ(อย่างกับว่าการใช้เวลามากๆ จะช่วยให้เกิดการตัดสินใจที่ดีขึ้น) แน่นอนว่าฉันไม่มีปัญหากับความไม่รอบคอบ แต่ปัญหาของฉันคือ ถึงแม้จะพยายามแค่ไหนฉันก็ยังไม่สามารถตัดสินใจได้ดีและไม่มั่นใจด้วยว่าจะมีใครบนโลกนี้ทำได้ เพราะท้ายที่สุดเราต่างก็ไม่สามารถคาดการณ์ผลลัพธ์ของทุกการตัดสินใจได้ เราไม่สามารถคาดเดาสถานการณ์ในอนาคตได้และเราไม่สามารถรู้หนทางที่ดีที่สุดในการเตรียมความพร้อมสำหรับโอกาสที่มาถึงอย่างไม่คาดคิดได้

ฉันเผชิญหน้ากับความจริงนี้ตอนเรียนมหาวิทยาลัยปีสาม เมื่อพบว่าตัวเองทนทุกข์ทรมานกับการตัดสินใจที่ยากลำบาก ความตั้งใจที่จะศึกษาเรื่อง “การเมืองการปกครองเปรียบเทียบ(Comparative Politics)” ของฉัน ทำให้ตัวเองได้มีโอกาสลงสมัครฝึกงานช่วงภาคฤดูร้อนที่สำนักงานตัวแทนของรัฐในกรุงวอชิงตันดีซี หลังจากที่สัมภาษณ์ไปแล้วฉันกรอกข้อมูลการสมัครและเขียนเรียงความส่งไป กระทั่งไม่กี่เดือนก่อนปิดภาคเรียน ฉันก็ได้การตอบรับจากสำนักงานที่ไม่เพียงเสนอตำแหน่งพนักงานฝึกหัดให้ แต่ยังได้รับเงินสนับสนุนอีกด้วย นับว่าเป็นเรื่องน่าแปลกใจเพราะการฝึกงานส่วนใหญ่ในกรุงวอชิงตันดีซีมักจะไม่ได้รับเงินสนับสนุน ซึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้ฉันได้รับเงินสนับสนุนก็คือฉันเคยได้ทุนเรียนดีมาก่อน และทางแผนกที่ฉันสมัครไปก็รับทราบและยอมรับในความตั้งใจ นี่จึงเป็นที่มาของการได้เงินสนับสนุนในครั้งนี้

ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็วสำหรับโอกาสที่จะสะสมผลงานและความมีเกียรติ แต่ในขณะเดียวกันฉันเองกลับสั่นคลอนกับความรู้สึกไม่แน่นอนเรื่องการฝึกงานครั้งนี้ และเลือกที่จะตอบสนองโดยการอธิษฐานอย่างจริงจังเกี่ยวกับการตัดสินใจ

ระหว่างที่ฉันอธิษฐานฉันก็พบว่าตัวเองอยากได้งานใกล้ๆ มหาวิทยาลัยที่เรียนอยู่ เพื่อจะได้อยู่บ้านในช่วงฤดูร้อน แทนที่จะต้องไปใช้ชีวิตไกลถึง 700 ไมล์ในกรุงวอชิงตันดีซี การตัดสินใจของฉันในครั้งนี้ไม่สมเหตุสมผลเลย ฉันเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียและเหตุผลต่างๆ ที่สุดท้ายแล้วทุกคำตอบก็ชี้ไปยังการฝึกงานในกรุงวอชิงตันดีซี ส่วนหนึ่งเพราะมันเป็นโอกาสซึ่งหาได้ยากที่จะได้ทำงานเป็นตัวแทนภาครัฐ แน่นอนว่าฉันจะได้รับประสบการณ์มากมายในสาขาที่ฉันกำลังศึกษา และเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เป็นแสงสว่างในศูนย์กลางการเมืองของประเทศ ฉันคิดไปถึงขั้นจะย้ายไปอยู่ที่กรุงวอชิงตันดีซีหลังจากเรียนจบปริญญา ซึ่งมันจะทำให้ฉันมีโอกาสได้สร้างความสัมพันธ์ที่อาจช่วยให้ฉันได้งานทันทีหลังจากการจบการศึกษา!

อย่างไรก็ตาม ยิ่งฉันอธิษฐานเกี่ยวกับการตัดสินใจมากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งรู้สึกสบายใจมากขึ้นกับการเลือกที่จะอยู่ที่บ้านเกิด กลับกันฉันยิ่งรู้สึกไม่สบายใจมากขึ้นเกี่ยวกับการฝึกงานที่กรุงวอชิงตันดีซี

ในที่สุดฉันก็รู้ว่าต้องเลือกอะไร ดังนั้นหลังจากการต่อสู้และอธิษฐานเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ในที่สุดฉันก็แจ้งสำนักงานและคณะกรรมการทุนการศึกษาว่าฉันคงไม่รับข้อเสนอของพวกเขา

อันที่จริงแล้วฉันรู้สึกโล่งใจมากแต่กลับต้องอึดอัดเมื่อตอบคำถามคนรอบตัวได้แค่ว่า “ฉันอธิษฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้ แล้วรู้สึกว่าการไปฝึกงานที่วอชิงตันดีซีมันไม่ใช่” แม้จะมีเพื่อนคริสเตียนที่สนิทสองสามคนจะเข้าใจในการตัดสินใจของฉัน แต่คำตอบธรรมดาๆ นี้ก็ยังทำให้คนส่วนใหญ่มีคำถามอยู่ดี

ในอีกห้าปีถัดมาจนถึงตอนนี้ ฉันเห็นว่าการใช้ชีวิตในช่วงฤดูร้อนที่บ้านเกิดทำให้มีโอกาสได้พัฒนาความสัมพันธ์กับเพื่อน โดยภายหลังฉันได้แต่งงานกับเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งและยังสามารถเห็นได้อีกว่า ในขณะที่ฉันมอบแผนการเรื่องการศึกษา “การเมืองเปรียบเทียบ” ให้กับพระเจ้า พระเจ้าก็ได้เปลี่ยนเส้นทางแรงบันดาลใจและอาชีพของฉันไปโดยสิ้นเชิง พระองค์วางเส้นทางการทำงานของฉันอย่างที่ฉันไม่สามารถคาดการณ์ไว้ก่อนหรือเตรียมความพร้อมล่วงหน้าได้เลย

เราไม่สามารถหาคำอธิบาย หรือเหตุผล ได้เสมอว่าทำไมพระเจ้านำพาให้เรามาทางนี้

บางครั้งอาจใช้เวลาถึงครึ่งชีวิตกว่าเราจะเข้าใจ หรือท้ายที่สุดเราอาจไม่รู้คำตอบเลย จนมาถึงตอนนี้ พอได้มองย้อนกลับไป ฉันก็คิดว่าฉันเห็นแล้วว่าพระเจ้าทำอะไรในตอนนั้นและฉันดีใจที่พวกเราดำเนินตามแผนการของพระองค์ แทนที่จะเป็นแผนการของตัวเอง!” ฉันยึดมั่นจากสิ่งที่เกิดขึ้นนี้และคอยย้ำเตือนตัวเองว่า

ความยิ่งใหญ่ รอบรู้ และยอดเยี่ยมของพระเจ้านั้น ไม่ได้ถูกจำกัดจากตรรกะความคิดของมนุษย์

ช่วงเวลาแห่งความชัดเจนเหล่านี้สอนให้ฉันมอบแผนการทั้งหลายไว้กับพระเจ้าผู้ทรงมีความคิดและมีแผนที่สูงส่งกว่าความเข้าใจของตัวฉันเอง(สุภาษิต 3:5-6 และ อิสยาห์ 55:8-9)

มากกว่าที่จะยึดถือความเข้าใจของตัวเองและสิ่งที่โลกนี้บอกว่าดี ฉันรู้สึกขอบคุณที่ในฤดูร้อนปีนั้นตัวเองไม่ได้จบลงที่กรุงวอชิงตันดีซี เพราะมันจะทำให้ฉันออกห่างจากเส้นทางของอนาคตอันสวยงามที่พระเจ้าได้วางแผนไว้สำหรับชีวิตแต่งงานและงานของฉันในตอนนี้ ฉันรู้สึกสบายใจที่ได้รู้ว่าพระเจ้าควรคู่กับความไว้วางใจ แม้พระองค์จะทรงนำฉันไปในทางที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้หรือทำให้สับสนบ้างบางครั้งก็ตาม

พระเจ้าเป็นนักประพันธ์ที่สมบูรณ์แบบ(ฮีบรู 12:2) และนั่นหมายความว่าพระองค์รู้ทุกตอนของจุดเปลี่ยนในชีวิต ความท้าทายทุกอย่างที่เราจะต้องเผชิญและทุกข้อผิดพลาดที่ฉันจะทำ ฉันสามารถขอคำแนะนำจากพระองค์ได้เสมอและเลือกที่จะเชื่อวางใจในพระองค์ก่อนจะเชื่อตัวเองหรือสิ่งที่โลกบอกว่าดี เพื่อกำกับและประพันธ์เรื่องราวในชีวิตของฉันต่อไป

YOU MAY ALSO LIKE

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

WRITER: แมเดลีน เกรซ ชคูลฟีลด์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ปาลีญา ธนาวัฒนเจริญEDITOR: ธนากร พูลสินกูล ฉันรู้สึกราวกับว่ามีผ้าห่มผืนใหญ่ทับอยู่บนอกของฉัน เมื่อฉันลองหายใจลึกๆ เข้าไปในปอดและพยายามไอออกมาด้วยความรู้สึกแสบ...

ชีวิตที่ถูกซ่อนไว้จากความจริง

ชีวิตที่ถูกซ่อนไว้จากความจริง

TRANSLATOR: เจ.ที.เอ็ม.EDITOR: Mustard Seed Team คุณเคยทำตัวเองหล่นหายไหม รู้สึกโกรธตัวเองและต่อว่าตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกจากความผิดพลาดในชีวิตบ้างไหม หรือถามตัวเองว่าฉันเกิดมาทำไม หรือรู้สึกว่าโลกนี้มันไม่ได้มีที่ยืนสำหรับฉันเลย ความเจ็บปวดหรือความรู้สึกไร้ค่าเหล่านี้...

ถ้าการเป็นคริสเตียนไม่ได้ช่วยอะไรฉันล่ะ?

ถ้าการเป็นคริสเตียนไม่ได้ช่วยอะไรฉันล่ะ?

WRITER: อัลวิน โธมัส ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ณัฐพร ชังเจริญEDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน ผมอยากจะเริ่มต้นโดยการบอกว่า ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณนะ คงมีหลากหลายเหตุผลเลยทีเดียวที่ว่าการเป็นคริสเตียนอาจไม่ตอบโจทย์...

Share This