fbpx
WRITER: มิเชล อ่อง ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR: รักษพร พรกีรติกุล
EDITOR: สรสิทธิ์  ธัมมารักขิตานนท์

ฉันเก็บกระเป๋าเดินทางและบอกลาครอบครัวเพื่อจะไปทำงานที่ต่างประเทศ

ตอนนั้นก็ไม่ได้มีเสียงจากพระเจ้าอย่างชัดเจนว่าใช่หรือนี่เป็นแผนการที่เราเตรียมไว้สำหรับเจ้า

จริงๆ แล้วฟ้าสวรรค์ค่อนข้างจะเงียบเมื่อฉันตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อเป็นนักเขียนเต็มเวลาในองค์กรคริสเตียนที่ไม่แสวงหาผลกำไร

ในตอนแรก ฉันไม่ค่อยมั่นใจว่าจะตอบสนองอย่างไรเมื่อมีคนเสนอโอกาสให้ฉันเข้าร่วมเป็นนักเขียนเต็มเวลาในองค์กรนี้ ใจหนึ่งฉันก็รู้สึกดีที่มีคนเห็นว่าความสามารถในการเขียนของฉันเหมาะสมที่จะช่วยพัฒนาองค์กรได้ แต่อีกใจหนึ่งก็สงสัยว่าการกลับไปทำงานนักเขียนเต็มเวลาจะดีหรือไม่ เพราะจากคราวก่อนที่ฉันเคยเป็นนักข่าว ทุกอย่างดูพังไม่เป็นชิ้นดี

ก่อนที่ฉันจะตัดสินใจลาออก ฉันทำงานในธุรกิจขายปลีก E-commerce ในขณะเดียวกันก็เป็นอาสาสมัครนักเขียนให้องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรด้วย ออฟฟิศของฉันตั้งอยู่ในตึกขนาดใหญ่ที่มีคาเฟ่ มีการทำงานเป็นเวลา ฉันทำงานมายาวนานตั้งแต่วันที่ฉันยังเป็นนักข่าวสมัยก่อนในส่วนของเงินเดือน(ถึงแม้จะไม่มาก) แต่ก็มีความมั่นคงและฉันก็รู้ว่าถ้าฉันทำงานต่อที่นี่เงินเดือนก็จะขยับขึ้นตามไป

แต่ฉันก็เกิดความรู้สึกกระวนกระวายภายในว่าฉันไม่ได้ใช้ความสามารถในการเขียนของฉันในทางที่ควร ในขณะที่ฉันถูกจ้างจากประสบการณ์การทำงานเป็นนักข่าว แต่เวลาที่ฉันใช้ในบริษัทขายปลีกคือการ คัดลอกและวาง ข้อมูลสินค้า และใช้เวลามากมายในการทำงานกับทีมต่างๆ เพื่อโปรโมทการขาย

มันไม่ใช่งานที่แย่และเมื่อมองอย่างผิวเผินก็ดูเหมือนว่าฉันจะมีชีวิตที่ลงตัว มีงานที่มั่นคง ร่วมทำงานอาสาสมัครและมีสังคมที่เหมาะสม

การตอบรับงานจากองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรนั้นหมายถึงการที่จะต้องยอมละทิ้งความมั่นคงเหล่านี้ และย้ายไปทำงานในต่างประเทศ ใครจะรู้ว่าชีวิตที่ต่างประเทศจะเป็นอย่างไร? ฉันอาจจะพบกับความทุกข์ยาก ไม่มีเพื่อน และใช้ชีวิตด้วยงบประมาณที่จำกัดก็เป็นได้

ใจที่รักเงินทอง

ความกังวลอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ฉันหนักใจก็คือ เงิน

เพราะว่าฉันยังไม่เคยได้ยินว่าใครรวยอู้ฟู่จากการทำงานองค์กรไม่แสวงผลกำไร ฉันบ่นกับพี่สาวว่า จะเกิดอะไรขึ้นหากฉันกลายเป็นคนจนตลอดชีวิต? ในขณะที่เพื่อนๆ ของฉันทำงานในบริษัทใหญ่โต พวกเขาจะมีกระเป๋าแบรนด์เนมและรถหรู” ประเด็นคือ ต่อให้ฉันมั่นใจว่าของแบรนด์เนมต่างๆ ไม่ได้ดึงดูดฉันสักเท่าไหร่ แต่ความกังวลต่อสิ่งเหล่านั้นก็ค่อยๆ เข้ามาในความคิดของฉัน เมื่อฉันพยายามไม่สนใจกับของใช้แบรนด์แนม ความกังวัลที่จะไม่มีของใช้เท่าคนอื่นก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

พี่สาวของฉันเป็นนักโภชนาการอยู่ในโรงพยาบาล เธอบอกกับฉันว่า ไม่มีคนไข้คนไหนขอบคุณกระเป๋าแบรนด์เนมที่ช่วยให้กำลังใจและความกล้าหาญในการเผชิญกับความเจ็บป่วยต่างๆคนส่วนใหญ่มักจะขอบคุณครอบครัวและเพื่อนของเขาที่คอยช่วยให้พวกเขาผ่านไปได้ ไม่ใช่กระเป๋าราคาแพง

ฉันต้องต่อสู้ระหว่างการไม่อยากยอมแพ้เพื่อนๆ ที่ประสบความสำเร็จและขณะเดียวกันก็ไม่อยากบอกกับพระเจ้าในวันพิพากษาว่าฉันปฏิเสธการทำงานในองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรเพราะความกังวลเรื่องเงิน

แต่การคุยกับพี่สาวของฉันก็เพียงพอแล้วที่ทำให้เห็นความชั่วคราวของการครอบครองสิ่งของ พระคัมภีร์บอกว่าอย่าสะสมทรัพย์สมบัติเพื่อตัวพวกท่านเองไว้ในโลก ที่อาจเป็นสนิมและที่แมลงกินเสียได้ และที่ขโมยอาจทะลวงลักเอาไปได้(มัทธิว 6:19) แต่จงสะสมทรัพย์สมบัติเพื่อตัวพวกท่านเองไว้ในสวรรค์(มัทธิว 6:20) สำหรับฉันนั่นก็หมายถึงการยอมละทิ้งความมั่นคงทางการเงินเพื่อติดตามสิ่งที่พระเจ้าอยากให้ฉันทำการเป็นนักเขียนเต็มเวลา

บางครั้ง เราแค่ต้องยอมเชื่อฟัง

เมื่อก้าวผ่านความกังวลเกี่ยวกับสิ่งของได้แล้ว ฉันยังพบว่าตัวเองรู้สึกสิ้นหวังที่ต้องการได้รับการยืนยันจากพระเจ้าโดยตรง ฉันพยายามเฝ้าเดี่ยวและใช้เวลากับพระองค์อย่างกระวนกระวายเพราะอยากให้รู้สึกเหมือนได้รับการรับรองว่าถ้าฉันรับตำแหน่งนี้ ชีวิตจะไปต่ออย่างราบรื่น

ฉันนึกถึงความดีใจเมื่อตอนที่ฉันเจอหนังสือเก่าใน Kindle มันเป็นหนังสือที่เขียนโดยศิษยาภิบาลชาวอเมริกันและนักเขียนจอห์น ออร์ตเบิร์ก ที่มีชื่อว่าอะไรคือพระประสงค์ของพระเจ้าในชีวิตฉัน?” และฉันคิดว่านี่แหละ! ฉันจะได้เจอพระประสงค์ของพระเจ้าในหนังสือเล่มนี้

ถึงหนังสือจะไม่ได้มีคำตอบที่เป็นรูปธรรม แต่ฉันก็ต้องสะดุดกับประโยคที่ไม่ธรรมดา ออร์ตเบิร์กมองดูชีวิตของบุคคลในพระคัมภีร์หลายๆ คน รวมถึงโมเสส กิเดโอน อับราฮัม เยเรมีย์ และสังเกตได้ว่าความรู้สึกพร้อมนั้นไม่มีจริง พระเจ้าไม่ได้มองหาความพร้อม แต่มองหาการเชื่อฟัง

คำที่บอกว่ามองหาการเชื่อฟังดังอยู่ในหูของฉัน การเชื่อฟังในพระคัมภีร์หมายความว่าให้เราวางใจในพระเจ้าถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เห็นภาพเรื่องราวทั้งหมด ฉันรู้สึกว่าพระเจ้ากำลังตักเตือนฉัน ยิ่งฉันคิดถึงเรื่องนี้

ฉันก็ยิ่งพบว่าความกลัดกลุ้มที่พยายามจะตามหาพระประสงค์ของพระเจ้าเป็นแค่ข้ออ้างที่มาจากความกลัวของฉัน ที่จะต้องเอาตัวเองไปอยู่ในจุดที่สำคัญในฐานะนักเขียนอีกครั้ง

ในสมัยก่อนที่ฉันทำงานเป็นนักข่าวก่อนที่จะทำงานในบริษัทขายปลีก ฉันต้องพบกับความเหนื่อยยาก ฉันจึงปลอบใจตัวเองด้วยการซ่อนตัวอยู่กับเอกสารจัดหาสินค้า การทำโปรโมชั้น และทำงานเขียนเป็นรอง แต่ฉันทำได้แค่การซ่อนตัวเท่านั้น และเมื่อพระเจ้าเดินมาเคาะประตูเหมือนกิเดโอน(ผู้วินิจฉัย 6:11-15) ฉันหาข้ออ้างอย่างเช่นคราวก่อนที่ฉันทำงานเป็นนักเขียนเต็มเวลา มันล้มเหลวและฉันจะไม่มีวันหาเงินให้เพียงพอกับชีวิตนี้

ฉันเริ่มต้นอาชีพนักข่าวเพราะว่าฉันต้องการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตคนผ่านงานเขียน แต่ตอนนี้ฉันกลับผลิตคำโปรโมทสิ่งของแบบไม่รู้จบในฐานะนักคิดคำโฆษณา(Copywriter) ฉันจำไม่ได้ว่ามีชีวิตใครบ้างที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงจากการขายของอย่างถล่มถลาย ฉันมั่นใจว่ามันอาจทำให้พวกเขามีความสุขแค่เสี้ยววินาทีจากการซื้อของ แต่มันคงไม่มีผลกระทบในระยะยาวสักเท่าไหร่นัก

มากยิ่งกว่านั้น วิสัยทัศน์และภารกิจขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไรก็เป็นไปในทิศทางเดียวกับความเชื่อ และฉันรู้ว่าการทำงานนี้จะทำให้ฉันได้ทำสิ่งที่ฉันรักมาก นั้นคือการเขียนและการทำงานร่วมกับทีมอาสาสมัครคนอื่นๆ ฉันรู้ว่าพวกเขามีความกระตือรือร้นในสิ่งที่พวกเขาทำ และฉันอยากเป็นส่วนหนึ่งในสังคมที่เหนียวแน่นนี้

หลังจากความลังเลใจ ฉันเริ่มรู้ว่าฉันไม่สามารถซ่อนตัวเองได้อีกต่อไป นั่นสร้างความตกใจให้กับหัวหน้าอย่างมาก ฉันยื่นใบลาออกและเริ่มบอกลาเพื่อนๆ เพื่อนร่วมงานและโค้ชกีฬาของฉัน ฉันไม่แน่ใจว่าฉันทำสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่แต่ฉันตัดสินใจที่จะเชื่อฟังพระเจ้า โดยไม่ได้คำนึงถึงการได้ยินเป็นเสียงดังหรือการได้รับการยืนยันชัดเจนจากสวรรค์

ความสัตย์ซื่อของพระองค์หลังจากการเดินตาม

เมื่อเวลาผ่านไป 3 เดือนและฉันได้เห็นว่าพระเจ้าทรงจัดเตรียมสิ่งต่างๆ มากมายให้ฉันในประเทศใหม่นี้ ตั้งแต่เพื่อนที่มารับฉันและส่งฉันที่สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุดในทุกๆ วันเกือบจะ 2 เดือน จนฉันมีรถเป็นของตัวเอง และยังมีห้องเช่าพร้อมเฟอนิเจอร์ที่อยู่ใกล้กับที่ทำงานเพียงแค่ 13 นาที

พระเจ้าแสดงให้เห็นถึงความสัตย์ซื่อของพระองค์ผ่านการจัดเตรียมสิ่งจำเป็นต่างๆ ให้ฉัน

ค่าครองชีพที่สามารถใช้จ่ายได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นร้านขายของชำถูกๆ และน้ำมันเบนซินที่ทำให้เงินเดือนของฉันเหลือเก็บมากขึ้น ดังนั้นความกลัวที่จะไม่มีเงินพอกินนั้นจึงถูกพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นความจริง

ฉันคงไม่สามารถโกหกได้ว่าช่วงเดือนแรกๆ ของการปรับตัวเป็นไปอย่างราบรื่น ในทางกลับกัน มันค่อนข้างวุ่นวายในการหาซื้อรถ หาห้องเช่า ปรับตัวเข้ากับงานใหม่ และการผ่านทุกอย่างไปให้ได้มันทำให้ฉันป่วยเป็นไข้อยู่เป็นสัปดาห์

แต่ฉันชื่นชอบกับการได้ทำงานในตำแหน่งนักเขียนบทความและสร้างเนื้อหาใหม่ๆ ที่หวังว่าจะทำให้ผู้อ่านเกิดแรงบันดาลใจ ฉันมีความสุขอย่างเต็มล้นเมื่อได้อ่านคอมเมนต์ในโซเชียลมีเดีย ที่ผู้อ่านบอกว่าบทความได้ให้กำลังใจพวกเขาอย่างไรบ้าง ส่วนที่ดีที่สุดก็คือฉันได้ออกจากที่ทำงานในตอนเย็นและรู้สึกว่าได้ทำบางอย่างที่มีคุณค่า

เมื่อมองย้อนกลับไป พระเจ้าไม่ได้ส่งเสียงดังลงมาจากสวรรค์ถึงฉันโดยตรงเพื่อบอกว่าการไปต่างประเทศเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า พระองค์ไม่ได้นำฉันเดินมาในทางนี้ผ่านความหลงใหลในงานเขียนเท่านั้น แต่ยังให้โอกาสฉันได้ทำงานกับองค์กรที่ให้คุณค่าและภารกิจไปในทิศทางเดียวกับตัวฉัน มากกว่านั้นถ้าฉันไม่ได้ปล้ำสู้กับพระเจ้าผ่านความกลัวและความสงสัยเพื่อให้ได้มาซึ่งการตัดสินใจในครั้งนี้ ฉันคงไม่ได้สัมผัสกับความสัตย์ซื่อและการจัดเตรียมของพระองค์

ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้คุณต้องตัดสินใจอะไรบ้างในวันนี้ แต่ฉันเรียนรู้ว่าเราไม่จำเป็นต้องรอสัญญาณที่ยิ่งใหญ่จากสวรรค์เพื่อให้ไปต่อในแผนการณ์ของเรา แต่ที่สำคัญคือต้องอธิษฐาน หาข้อมูล และหาที่ปรึกษาที่ชาญฉลาด สิ่งเหล่านี่จะช่วยให้คุณค้นพบว่าทางที่เดินไปนั้นทำให้พระเจ้าพอพระทัยหรือไม่ หรือถ้าทางนั้นเป็นทางที่ใช่ ฉันขอให้กำลังใจคุณที่จะเก็บกระเป๋าและก้าวออกไปเลย

YOU MAY ALSO LIKE

โหยหาความรักจากพ่อ

โหยหาความรักจากพ่อ

WRITER: เจ เล็ง ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: Mustard Seed Team EDITOR: Mustard Seed Teamฉันรู้สึกมีความอิจฉาเล็กๆ เมื่อใดก็ตามที่ฉันเห็นคุณพ่อที่น่ารักกำลังพูดคุยและหัวเราะกับลูกๆ ของเขา ฉันไม่เคยมีความทรงจำที่มีความสุขแบบนั้นเลย เมื่อตอนที่ฉันอายุ 11...

จะรับใช้พระเจ้าในขณะที่ต่อสู้กับโรคซึมเศร้าได้อย่างไร?

จะรับใช้พระเจ้าในขณะที่ต่อสู้กับโรคซึมเศร้าได้อย่างไร?

WRITER: ฌอน ควาห์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ศุภิสรา เจริญศรีศิลป์ EDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร ชาร์ลส์ สเปอร์เจียน? เป็นโรคซึมเศร้า? ผมได้ยินชื่อ ชาร์ลส์ สเปอร์เจียนครั้งแรกจากศิษยาภิบาลของผม เขาได้แบ่งปันข้อคิดดีๆ จากหลายๆ คำเทศนาของสเปอร์เจียนให้ฟัง...

3 สัญญาณที่บอกว่าคุณหมดไฟในการรับใช้

3 สัญญาณที่บอกว่าคุณหมดไฟในการรับใช้

WRITER: ซาราห์ โซ๊ะ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: นารดา ไทรงาม EDITOR: สวิตตา เจริญศรีศิลป์ 29 กันยายน 2010 เป็นวันที่ฉันตระหนักว่าตัวเองหมดไฟ ในฐานะคริสเตียนวัยรุ่น เป็นนักศึกษาปริญญาตรี ฉันคิดว่าตัวเองจะมีภูมิคุ้มกันจากการหมดไฟ ที่ผ่านมาฉันไม่ได้ทำทุกอย่าง...

Share This