WRITER: ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก ODB.SG
TRANSLATOR & EDITOR: MUSTARD SEED TEAM
ยิ่งฉันเติบโตขึ้นเท่าไหร่ ฉันยิ่งตระหนักว่า มิตรภาพนั้นหายากขนาดไหน การหาเพื่อนที่ดีสักคนนั้น ยากจริงๆ
“เจ้าเป็นที่รักมากนะฮันนาห์” พระเจ้าทรงกระซิบบอกฉันด้วยถ้อยคำนี้ทุกเช้าเป็นเวลาสี่เดือน ในช่วงที่ความเจ็บปวดจากการไม่รู้สึกว่าตัวเองถูกรักหรือดีพอ ทำให้ฉันแทบไม่อยากลุกจากเตียง
ยิ่งฉันโตขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งตระหนักว่ามิตรภาพแท้จริงนั้นหายากแค่ไหน การจะหาเพื่อนแท้ที่ยอมรับและรักเราในแบบที่เราเป็นนั้นไม่ง่ายเลย เพื่อนแบบนั้นจะรู้จักเรา ใส่ใจเรา และมอบพระคุณให้เรา ทั้งที่เขาเองก็รู้ว่าตัวเขาไม่ได้สมบูรณ์แบบเช่นกัน ท้ายที่สุด เพื่อนที่ดีคือคนที่เดินร่วมเดินทางกับเราในหลากหลายฤดูกาลของชีวิต เพราะว่า “สหายที่ใกล้ชิดยิ่งกว่าพี่น้อง” (สุภาษิต 18:24) แต่หลายครั้งฉันกลับสับสนอย่างมากระหว่างมิตรภาพกับการบริการ
ความแตกต่างสำคัญของสองสิ่งนี้คือ การบริการนั้นมีเงื่อนไข แต่มิตรภาพนั้นไม่มีเงื่อนไข เรารับใช้เพื่อนของเราด้วยความรัก และถ้าเรารับใช้โดยคาดหวังสิ่งตอบแทน นั่นไม่ใช่มิตรภาพ แต่เป็นเพียงการบริการเท่านั้น
เมื่อมิตรภาพช่วงหนึ่งให้ความรู้สึกเหมือนเป็นถนนทางเดียว ฉันกลับตำหนิตัวเองที่รู้สึกเห็นแก่ตัวและอยากได้รับบางอย่างตอบแทน “เพราะว่าบุตรมนุษย์ไม่ได้มาเพื่อรับการปรนนิบัติ แต่มาเพื่อจะปรนนิบัติคนอื่น และให้ชีวิตของท่านเป็นค่าไถ่คนจำนวนมาก” (มาระโก 10:45) ไม่ใช่หรือ? ถ้าฉันสามารถมอบเวลา การรับฟัง ความเอื้อเฟื้อ และบ้านของฉันให้กับเพื่อนได้ ฉันก็ควรทำด้วยความรัก ไม่ใช่เพราะคาดหวังสิ่งใดตอบแทน แต่จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อเรารู้สึกหมดแรงและเหนื่อยล้า จากการเทใจให้กับใครสักคนอยู่ตลอด ทั้งที่เขาไม่เคยทำให้เรารู้สึกว่าถูกรักหรือมีคุณค่าเลย?
ในช่วงหนึ่งของชีวิต ฉันมีเพื่อนหลายคนที่ทำให้ฉันรู้สึกว่ามีประโยชน์มากกว่าถูกรัก บ่อยครั้งมันเหมือนกับว่าพวกเขาสนใจจะเป็นเพื่อนกับฉันก็ต่อเมื่อพวกเขาได้ประโยชน์จากการรับใช้ของฉัน (จากสิ่งที่ฉันให้ได้) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงิน ทรัพย์สิน หรือเวลา (การรับฟังปัญหาของพวกเขา และการอยู่เป็นเพื่อนในช่วงเวลาที่ยากลำบาก) แต่เมื่อใดก็ตามที่ฉันไม่สามารถให้อะไรพวกเขาได้เลย…ฉันก็กลายเป็นคนไร้ค่าในสายตาของพวกเขา
มิตรภาพในช่วงวัยยี่สิบ (หรือแม้แต่ในวัยสามสิบและสี่สิบ) อาจดูเหมือนเป็นความสัมพันธ์ที่มีเงื่อนไขแบบนี้ และมันก็ไม่ง่ายเลย ผู้คนสามารถเปลี่ยนไปอย่างมาก และนั่นเป็นสิ่งที่ยากจะมองดูและยอมรับ มันยากที่จะรู้สึกว่าเราสามารถไว้ใจใครสักคนได้ ว่าเขาอยากเป็นเพื่อนกับเราเพียงเพราะเราเป็นเรา ไม่ใช่แค่ให้เราไปเติมเต็มช่องว่างชั่วคราว จนกว่าสิ่งที่ดีกว่าหรือใครที่ดีกว่าจะเข้ามาแทนที่ ฉันคิดว่าคนวัยยี่สิบกว่าหลายคนคงเข้าใจความรู้สึกของการถูกทิ้งได้ดี ถูกปล่อยวางเร็วพอๆ กับสัญญาณโทรศัพท์ที่หายไปบนยอดเขา
เมื่อ “เพื่อนสนิท” ของคุณได้พบกับรักแท้ของชีวิตเธอแล้ว
ฉันเคยมีเพื่อนที่ยินดีจะสละเวลาให้ฉัน เมื่อเราอยู่ในช่วงฤดูกาลเดียวกันของชีวิต แต่ทันทีที่พระเจ้าพาพวกเขาก้าวไปสู่ช่วงถัดไป ฉันก็ไม่เป็นที่ต้องการและไม่ใช่สิ่งสำคัญอีกต่อไป จนกว่าฉันจะสามารถช่วยตกแต่งงานหรือช่วยวางแผนเหตุการณ์สำคัญในชีวิตของพวกเขาได้ ฉันเคยมีเพื่อนที่ติดต่อมาเฉพาะตอนที่ต้องการบางอย่าง แต่กลับไม่เคยสะดวกเลยเมื่อฉันต้องการเพื่อนหรือขอความช่วยเหลือบ้าง ฉันเคยมีเพื่อนที่ไม่รักษาคำพูด และไม่แม้แต่จะขอโทษที่ทำให้ฉันผิดหวัง และฉันก็เคยมีเพื่อนที่พยายามเปลี่ยนฉัน หรือเอาฉันไปล้อเลียนในสิ่งที่ฉันเป็น พวกเขาบอกว่าทำไปเพราะขำๆ สนุกๆ แต่ฉันคิดว่าใครกันแน่ที่กลายเป็นตัวตลก นั่นแหละคือสิ่งที่ตัดสินว่ามันสนุกจริงหรือไม่
“เพื่อนที่ดีจะแบกภาระของกันและกัน” (กาลาเทีย 6:2)
เพื่อนที่ดีไม่ควรทำให้คุณรู้สึกเหมือนต้องทนอยู่ด้วย ไม่เป็นที่ต้องการ รู้สึกแปลกแยก เหมือนเป็นภาระ หรือมีค่าเฉพาะตอนที่คุณพอดีจะเข้ากับตารางเวลาของเขาเท่านั้น เพื่อนที่ดีควรทำให้คุณรู้สึกมีคุณค่า ไม่ว่าคุณจะเพิ่งช่วยเขาทำเรื่องใหญ่โตมา หรือแค่นั่งอยู่กับเขา ดูรายการอะไรสักอย่างด้วยกัน เพื่อนที่ดีจะแบกภาระของกันและกัน (กาลาเทีย 6:2) โดยไม่ทำให้มันดูเหมือนเป็นภาระสำหรับเขาเลย
ฉันรู้ว่าตัวเองก็ไม่ได้เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดเสมอไป ฉันอาจเห็นแก่ตัวกับเวลาของตัวเอง และทำให้บางคนไม่รู้สึกว่าเขาเป็นสิ่งสำคัญ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ฉันรู้สึกขอบคุณอย่างมากสำหรับพระคุณของพระเยซู ที่ทรงตักเตือนและปรับเปลี่ยนฉัน และสำหรับเพื่อนๆ ที่เต็มไปด้วยพระคุณเช่นกัน เมื่อฉันบอกพวกเขาว่า “ขอโทษนะ”
“แม้ว่าในเวลานั้นเพื่อนของพระองค์จะล้มเหลวและไม่อยู่เคียงข้างพระองค์ แต่พระเยซูก็ยังทรงอยู่เพื่อพวกเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข เช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงอยู่เพื่อพวกเราในวันนี้”
มิตรภาพเป็นหนึ่งในหนทางที่เราทั้งแสดงออกและสัมผัสถึงความรักของพระคริสต์ เมื่อเรารู้สึกว่าตัวเองดีพอเพียงเพราะสิ่งที่เราทำได้ เราก็เริ่มเชื่อว่าความรักของพระคริสต์ที่มีต่อเราถูกวัดค่าแบบเดียวกันด้วย เมื่อฉันถูกรายล้อมไปด้วย “เพื่อน” แบบนั้น จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ในช่วงหนึ่งของชีวิต ฉันไม่เชื่อในความรักที่ไม่มีเงื่อนไข
ในคืนก่อนที่พระเยซูจะทรงทราบว่าพระองค์จะถูกตรึงบนกางเขน หลังจากทุกสิ่งที่พระองค์ทรงทำ (และกำลังจะทรงทำ) เพื่อเหล่าสาวก พระองค์ขอให้พวกเขาอยู่ตื่นกับพระองค์และอธิษฐาน พระเยซูทรงต้องการเพื่อนให้อยู่เคียงข้างในสิ่งที่พระองค์กำลังจะทำสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงโลก และพระคัมภีร์บอกเราว่า เพื่อนของพระองค์ (ซึ่งก็คือเหล่าสาวก) ที่พระองค์ไม่เคยเรียกร้องอะไรมากมายจากพวกเขา กลับไม่สามารถแม้แต่จะตื่นอยู่ได้ (มัทธิว 26:36–46) แม้ว่าพระเยซูจะเสด็จมาเพื่อรับใช้ พระองค์ก็ทรงมีและทรงต้องการเพื่อนเช่นกัน แม้ว่าเพื่อนของพระองค์จะล้มเหลวและไม่อยู่เคียงข้างพระองค์ในเวลานั้น พระเยซูก็ยังทรงอยู่เพื่อพวกเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข เช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงอยู่เพื่อพวกเราในวันนี้
มันไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่หลังจากการอธิษฐานอย่างมากมายและการแสวงหาพระเจ้า พระองค์ทรงสอนฉันเกี่ยวกับขอบเขตที่เต็มไปด้วยความรัก วิธีการให้อภัยและมีเมตตา และมิตรภาพที่แท้จริงควรเป็นอย่างไร แม้มันจะเจ็บปวด แต่เพื่อนบางคนก็ถูกกำหนดมาให้อยู่กับเราเพียงชั่วฤดูกาลเท่านั้น และเราต้องวางใจว่าพระเจ้าองค์อธิปไตยของเรา ทรงสอนและขัดเกลาชีวิตเราผ่านประสบการณ์ที่บีบคั้นหัวใจเหล่านี้
เพื่อนๆ อย่าลืมว่าพระเจ้าทรงเห็นทุกสิ่ง พระองค์ทรงรู้ดีที่สุด และทรงรู้ว่าเราต้องการอะไร ตั้งแต่ฉันอธิษฐานขอการเยียวยาจากพระเจ้า พระองค์ทรงตัดแขนงหลายเเขนงที่ไม่เกิดผลออกไปแล้ว
(ยอห์น 15:2) และประทานเพื่อนที่แสนงดงามให้กับฉัน เพื่อนที่ทำให้ฉันได้เห็นความจริงของถ้อยคำที่พระองค์ตรัสกับฉันตลอดสี่เดือนที่ยากลำบากที่สุดว่า “เธอถูกรักอย่างมาก” พระเจ้าทรงรักคุณอย่างยิ่ง และเมื่อรู้สึกเหมือนไม่มีใครรักคุณในแบบที่คุณเป็นจริงๆ จงวิ่งไปหาพระเยซู เพราะไม่เพียงแต่พระองค์จะประทานทุกสิ่งที่คุณต้องการให้ แต่พระองค์ยังทรงเป็นเพื่อนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่คุณจะมีได้ (ยอห์น 15:13)
YOU MAY ALSO LIKE
5 วิธีดีๆ สำหรับคนโสด
WRITER: แอนเดรีย ชาน ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR/ EDITOR: Mustard Seed Team ฉันก้าวข้ามผ่านอายุ 20 ปีเมื่อไม่กี่ปีที่แล้ว ตอนนั้นฉันรู้สึกกดดันที่จะต้องเข้าสู่การมีความสัมพันธ์ (แต่งงานและสร้างครอบครัว) ฉันได้ไปเห็นแคมเปญล่าสุดของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวยี่ห้อ SKII...
เมื่อการทรงเรียกของพระเจ้าไม่ชัดเจน
WRITER: เบลลา นิวเบอร์รี่ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ชาลิดา สุภาแสน EDITOR: วิวรรธน์ ศรีธนางกูร ผู้คนมักจะถามฉันว่าฉันรู้ได้อย่างไรว่าพระเจ้าเรียกฉันให้เป็นมิชชันนารี บอกตามตรงเลยว่าฉันไม่มีความชัดเจนเท่าไหร่ในการทรงเรียกนี้...
อย่าปล่อยเวลาแห่งการรอคอยให้เสียเปล่า
WRITER: จาเลน เกลเวซ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ศุภิสรา เจริญศรีศิลป์ EDITOR: พาทินธิดา เจริญสวัสดิ์ ในปี 2016 แม่ของฉันถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งเต้านมระยะที่สี่ เมื่อได้ข่าว ฉันก็ได้แต่ถามพระเจ้าว่าทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ ในใจของฉันเต็มไปด้วยคำถามมากมาย...


