fbpx
WRITER: แอนเดรีย ชาน ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR/ EDITOR: Mustard Seed Team

ฉันก้าวข้ามผ่านอายุ 20 ปีเมื่อไม่กี่ปีที่แล้ว ตอนนั้นฉันรู้สึกกดดันที่จะต้องเข้าสู่การมีความสัมพันธ์ (แต่งงานและสร้างครอบครัว) ฉันได้ไปเห็นแคมเปญล่าสุดของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวยี่ห้อ SKII ชื่อ #ChangeDestiny (#เปลี่ยนโชคชะตา) เป็นแคมเปญที่สามารถอธิบายได้อย่างดีถึงการต่อสู้ที่ผู้หญิงโสดจะต้องเผชิญในทุกๆ วัน โดยเฉพาะเมื่อพวกเธอเข้าสู่ช่วงอายุ 25 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้หญิงส่วนใหญ่กำลังจะแต่งงานและมีลูก

ในสังคมคนเอเชีย การแต่งงานนั้นเปรียบเสมือนการเรียนจบจากมหาวิทยาลัย มันคือการวัดมูลค่าและคุณค่าทางการตลาดของตัวคุณ ถ้าคุณยังเป็นโสด ผู้คนจะเริ่มคิดว่าตัวคุณนั้นมีปัญหาบางอย่าง บางทีคุณอาจจะเป็นคนที่ดื้อเกินไป มีบุคลิกห้าวเกินไป หรือรักอิสระเกินไป มันช่างเจ็บปวดเหลือเกินที่สังคมได้ตีตราพวกเราแบบนั้น ทั้งๆ ที่พวกเราหลายคนลึกๆ แล้วก็อยากจะสร้างครอบครัวของตัวเองเหมือนกัน

ฉันเริ่มสังเกตว่าหัวข้อการสนทนาเกี่ยวกับสถานะความสัมพันธ์ต่างๆ เป็นที่พูดถึงอยู่ตลอดเวลา และมันก็เป็นแบบนั้นทุกครั้ง เมื่อคุณบอกว่าตัวเองยังโสด คุณจะรู้ได้เลยว่าผู้คนจะทักทายคุณแบบแปลกๆ และตามด้วยการแตะไหล่เบาๆ พร้อมแสดงความเห็นใจและพูดประโยคที่คุ้นหูว่า “ไม่ต้องกังวล เดี๋ยวก็เจอคนที่ใช่”

บางครั้งมันก็ทำให้ฉันรู้สึกแย่ ฉันรู้สึกกังวลว่าจะไม่สามารถเจอคนที่เหมาะสมที่จะสร้างครอบครัวร่วมกันกับฉันได้ ในขณะที่อิสระจากความเป็นโสดนั้นมันช่างยอดเยี่ยม บางครั้งฉันก็แอบมีความรู้สึกอิจฉาเบาๆ เมื่อเห็นคู่รักที่มีความสุข แต่ฉันไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากสงสัยในตัวเองว่าไม่ดีพอตรงไหน

ฉันมั่นใจว่าฉันไม่ใช่คนโสดเพียงคนเดียวที่กำลังเผชิญกับความสงสัยในตัวเองและความไม่มั่นคงเกี่ยวกับอนาคต ในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยคำถาม ฉันได้พบกับสิ่งที่ช่วยให้ฉันได้ใช้ชีวิตโสดอย่างมีประโยชน์สูงสุด โดยใช้ชีวิตตามแนวทางต่อไปนี้

1) ลิสต์คุณสมบัติของคู่พระพรที่คุณต้องการในอนาคต

ในฐานะคนโสด มันมีประโยชน์มากเพราะจะช่วยให้เรามีไอเดียว่าสามีหรือภรรยาแบบไหนที่เรากำลังมองหา ฉันแบ่งปันเรื่องนี้เพราะมันสำคัญสำหรับฉันมากในการเขียนลิสต์ออกมา เมื่อฉันตระหนักว่าฉันได้อะลุ่มอล่วยในบางคุณสมบัติ ที่เคยสำคัญมากสำหรับฉันในอดีตตอนที่จะเลือกคบใครสักคน

มันเป็นเรื่องดีที่เราจะเขียนลิสต์ขณะที่ยังเป็นโสดอยู่ เพื่อคุณสมบัติสำคัญต่างๆ ที่เรามองหานั้นจะมาจากมาตรฐานของพระคัมภีร์มากกว่าอารมณ์ความรู้สึกของเราเอง(ซึ่งเป็นความผิดพลาดที่ฉันเคยผ่านมาก่อน) การทำลิสต์ดังกล่าวยังช่วยเป็นเครื่องเตือนใจให้คุณรอคอยสิ่งที่ดีที่สุดจากพระเจ้า ไม่ใช่อะลุ่มอล่วยกับคุณค่าที่สำคัญสำหรับคุณ สำหรับฉัน 3 สิ่งที่อยู่ในลิสต์คือ เขาต้องรักพระเจ้า รักเด็ก และสามารถเป็นผู้นำที่ดี(ในการเป็นหัวหน้าครอบครัวและนำฉันให้เดินไปในทางของพระเจ้าร่วมกัน)

2) พิถีพิถันในการเลือกที่จะอ่านและคนที่คุณจะฟัง

การเป็นโสดนั้นเป็นช่วงเวลาที่ดีในการเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่ความสัมพันธ์ ซึ่งรวมไปถึงเรื่องการวางตัวอย่างไรต่อเพศตรงข้ามและขอบเขตที่ชัดเจนในความสัมพันธ์ ในโลกปัจจุบันนี้ผู้คนละเลยในเรื่องของการสร้างขอบเขตความสัมพันธ์ทั้งด้านร่างกายและอารมณ์ขณะออกเดท และมันเป็นเรื่องปกติมากที่จะเห็นพวกเขาทำตัวสนิทสนมใกล้ชิดเหมือนกับเป็นสามีภรรยากัน

ให้เราเลือกติดตามสื่อและอ่านหนังสือต่างๆ ที่มีแนวทางเดียวกันกับพระคัมภีร์ดีกว่าการอ่านบทความฝ่ายโลกเกี่ยวกับการออกเดท เช่น หนังสือหรือบทความที่หนุนใจเรื่องการปกป้องตัวเราจากความสัมพันธ์แบบลุ่มหลง ไม่คาดหวังในความสัมพันธ์ที่ถูกกำหนดจากโซเชียลมีเดีย และปกป้องเราจากความเจ็บปวด ยิ่งไปกว่านั้นเราควรจะมองหาที่ปรึกษาซึ่งเป็นคู่แต่งงานคริสเตียนที่เติบโตฝ่ายวิญญาณ หรือยอมรับคำแนะนำจากบทความคริสเตียนและพระคัมภีร์แทน

ถ้าลองทำตามแล้วพวกเราจะรู้อย่างชัดเจนว่าควรจะประพฤติเช่นไรต่อความสัมพันธ์แบบเพื่อนและต่อความสัมพันธ์แบบคู่รักในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรอบข้างเราเต็มไปด้วยคำแนะนำในแบบของโลกนี้

3) เมื่อเราขีดเส้น “เฟรนด์โซน” เพื่อน… เป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้น

มันเป็นเรื่องปกติที่จะมองเพื่อนที่เป็นเพศตรงข้ามในฐานะคนที่มีโอกาสพัฒนาความสัมพันธ์เป็นคู่รักในอนาคต ดังนั้นฉันจึงได้ค้นพบสิ่งที่เป็นประโยชน์คือการให้ความสำคัญกับการเป็นเพื่อนอันดับแรก หรือจะพูดอีกแบบคือขีดเส้น “เฟรนด์โซน” กับทุกคน สิ่งนี้ช่วยให้ฉันทำตัวได้อย่างเป็นธรรมชาติกับเพื่อนทุกๆ คน และไม่ตกอยู่ในการทดลองที่พยายามจะ “โชว์” เพื่อให้เพื่อนผู้ชายประทับใจ และถ้าความสัมพันธ์จะถูกพัฒนาไปเกินกว่าคำว่าเพื่อน ฉันจะรู้อย่างแน่นอนว่าเขาคนนั้นชอบฉันที่ “เป็นฉันจริงๆ”

ฉันก็เคยพยายามที่จะควบคุมชีวิตรักและเขียนเรื่องราวความรักของตัวเอง แต่แทนที่จะให้ตัวเองตกอยู่ในโลกแฟนตาซีแห่งการตกหลุมรัก ฉันขอพระเจ้าที่จะช่วยให้ฉันมองเห็นทุกคนเป็นพี่น้องในพระคริสต์ เพื่อที่ฉันจะไม่จบลงด้วยการนั่งหมกมุ่นว่าคนใดคนนึงอาจจะเป็นคนที่ฉัน “ตามหา”

4) อาสาสมัครตามความเหมาะสม

พวกเราได้รับการอวยพรจากความรักอันอุดมของพระเจ้า พวกเราถูกเรียกเพื่อจะออกไปเป็นพระพรแก่ผู้อื่น ซึ่งสามารถทำได้ผ่านทางการรับใช้ในพันธกิจต่างๆ หรือการเป็นอาสาสมัครให้กับชุมชน

เมื่อคุณเป็นโสดคุณก็มีเวลามากขึ้น ทำไมไม่ลองใช้เวลาที่มีอยู่แบ่งปันความรักของพระคริสต์ให้กับคนอื่นๆ ดูล่ะ? ฉันได้ลองเป็นอาสาสมัครในองค์กรต่างๆ ที่ทำพันธกิจเกี่ยวกับเด็กและการแจกจ่ายอาหารให้กับผู้ที่ขัดสน คุณจะลองทำทั้งสองอย่างก็ได้นะ เช่น โครงการแจกอาหารสำหรับคนยากจน หรือ การจัดค่ายกิจกรรมต่างๆ

แต่การเป็นอาสาสมัครนั้นอาจจะเริ่มง่ายๆ ด้วยการทำอาหารเย็นหรือซักผ้าให้กับคนในครอบครัว มันอาจเป็นสิ่งเล็กๆ แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่สำคัญ มันคือการแสดงความรักของคุณต่อครอบครัว และฉันมั่นใจว่าแม่ของคุณจะไม่บ่นเกี่ยวกับเรื่องนี้แน่

5) อธิษฐานเกี่ยวกับความกลัวของคุณ

ฉันค้นพบว่าการอธิษฐานเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับความกลัวของฉัน ที่กลัวว่าจะไม่สามารถสร้างครอบครัวของตัวเองได้ เมื่อฉันถูกล้อมรอบด้วยความสงสัยในตัวเองและความรู้สึกไม่ปลอดภัยฉันจะอธิษฐานดังนี้:

• ทูลขอสติปัญญา ที่เราจะรู้ว่าใครคือคนที่พระเจ้าอยากให้แต่งงานด้วย
• ทูลขอความชัดเจน ว่าในช่วงที่เราเป็นโสดอยู่นี้เราควรจะไปร่วมรับใช้กับพันธกิจใดหรือกับใคร
• ทูลขอความอดทน ที่จะรอคอยวันเวลาของพระเจ้าสำหรับอนาคตเรื่องคู่พระพร

ท้ายที่สุด ความโสดเป็นของขวัญจากพระเจ้าและเป็นโอกาสที่เราจะได้เติบโตและลงลึกในความสัมพันธ์กับพระองค์ ให้เราชื่นชมยินดีในทุกๆ วัน เพราะว่าเราทุกคนได้เจอคนที่พิเศษที่สุดแล้วนั่นก็คือ “พระเจ้า” มีคำกล่าวไว้ว่ารักแรกเป็นสิ่งที่พิเศษที่สุด แล้วใครคือคนนั้น? ก็พระเจ้ายังไงล่ะ พระเจ้าทรงเป็นรักแรกของเราเสมอ

ไม่มีความรักใดยิ่งใหญ่กว่าความรักของพระเจ้า และความรักของพระองค์เท่านั้นที่สามารถเติมเต็มคุณ มันไม่มีความสุขใจไหนจะเท่ากับการที่ได้รู้ว่ารักแรกของคุณนั้นก็รักคุณเช่นกัน

วางใจพระเจ้าให้พระองค์ทรงเขียนเรื่องราวความรักของเราในเวลาที่เหมาะสมของพระองค์ นับตั้งแต่ตอนนี้ให้เราใช้ชีวิตด้วยความเต็มบริบูรณ์ ทุ่มเทเวลาของเราเพื่อพระองค์ และแบ่งปันความชื่นชมยินดีต่อผู้คนรอบๆ ข้างเรา และมีความสุขกับกิจกรรมยามว่างของเรา

 

YOU MAY ALSO LIKE

3 สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณให้อารมณ์เป็นใหญ่ในการดำเนินชีวิต

3 สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณให้อารมณ์เป็นใหญ่ในการดำเนินชีวิต

WRITER: เรเชล มอร์แลนด์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: รักษพร พรกีรติกุล EDITOR: อาเกียว ฉันต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะไม่พิมพ์ข้อความกลับไป ฉันปิดโทรศัพท์เพื่อควบคุมความใจร้อนของฉัน ฉันจะยอมให้อารมณ์ครอบงำฉันไม่ได้...

เมื่อการทรงเรียกของพระเจ้าไม่ชัดเจน

เมื่อการทรงเรียกของพระเจ้าไม่ชัดเจน

WRITER: เบลลา นิวเบอร์รี่ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ชาลิดา สุภาแสน EDITOR: วิวรรธน์ ศรีธนางกูร ผู้คนมักจะถามฉันว่าฉันรู้ได้อย่างไรว่าพระเจ้าเรียกฉันให้เป็นมิชชันนารี บอกตามตรงเลยว่าฉันไม่มีความชัดเจนเท่าไหร่ในการทรงเรียกนี้...

อย่าปล่อยเวลาแห่งการรอคอยให้เสียเปล่า

อย่าปล่อยเวลาแห่งการรอคอยให้เสียเปล่า

WRITER: จาเลน เกลเวซ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ศุภิสรา เจริญศรีศิลป์ EDITOR: พาทินธิดา เจริญสวัสดิ์ ในปี 2016 แม่ของฉันถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งเต้านมระยะที่สี่ เมื่อได้ข่าว ฉันก็ได้แต่ถามพระเจ้าว่าทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ ในใจของฉันเต็มไปด้วยคำถามมากมาย...

Share This