fbpx
WRITER: เจโนล ไบร์ทเทนสไตน์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR: ปาลีญา ธนาวัฒนเจริญ
EDITOR: พักตร์วดี คะนึงไกวัล

ฉันไม่เคยเป็นเด็กเท่ๆ เจ๋งๆ ในโรงเรียน แต่ฉันกลับมีบุคลิกภาพที่คนในโบสถ์ชอบ ฉันเป็นคนร่าเริง ฉันแต่งงานแล้ว และเป็นแม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ (ของแถม!) เป็นคนเห็นอกเห็นใจคนอื่น ฉันมีความสามารถในการบริหารจัดการเวลาและตัดการสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นฉันจึงได้รับความเคารพเพราะฉันมีของประทานและความสามารถเหล่านี้

แต่…ถ้าฉันไม่ได้เป็นอย่างนั้นละ?

สามีของฉันเป็นคนค่อนข้างเก็บตัว แม้ว่าเขาจะอยู่กับผู้คนและใช้เวลามากมายในการดูแลคนเหล่านั้น ขณะที่ฉันรักที่จะมีส่วนร่วมในทุกสิ่งและทุกๆคนรอบๆตัวฉัน เขากลับชอบที่จะทำสิ่งต่างๆด้วยตัวของเขาเองการรับใช้ของฉันในโบสถ์ทำให้หลายๆคนรู้จักฉัน ในขณะที่เขามักจะรับใช้ในวงแคบๆ ขณะที่ฉันร่าเริงสดใส เขากลับเป็นคนครุ่นคิด ในขณะที่ฉันพอใจและมีความสุข เขามักจะเสนอความคิดเห็นที่ท้าทายความคิดของคนอื่น และบางครั้งมันก็น่าอึดอัด

ในโบสถ์เองก็มักจะเป็นแบบนี้ คือ บุคลิกลักษณะของเราจะเชื่อมโยงกับจิตวิญญาณของเรา รวมทั้งความสามารถในการรัก และการเชื่อฟังของเรา  และถ้าจะให้พูดอย่างตรงๆ แล้ว ส่วนใหญ่โบสถ์ก็มักจะมองที่ของประทานและบุคลิกของคนเป็นอันดับต้นๆ ฉันเดิมพันได้เลยว่าในแต่ละนิกายก็ให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้ไม่เหมือนกัน

การทำให้เป็นกฎตายตัวในโบสถ์ก็อาจจะเป็นเรื่องเสี่ยง เช่น โบสถ์แบบคาริสเมติกก็อาจจะชอบคนที่แสดงออกทางอารมณ์มาก ส่วนพวกที่มีบุคลิกฉลาดหรือชอบใช้ความคิดก็มักจะเข้ากับกลุ่มที่มีการปฏิรูปใหม่ ขณะที่คนเงียบๆ ก็จะเลือกที่จะอยู่กับกลุ่มที่ชอบใช้ความคิด ถ้าโบสถ์ของคุณมีคนที่เข้มแข็ง มีสิทธิ์เสียงทางสังคม เป็นผู้นำ โบสถ์จะเติบโต

แต่ถ้าคุณอยู่ในโบสถ์ที่บุคลิกลักษณะของคุณเข้ากับโบสถ์ไม่ได้ คุณจะยังมีส่วนร่วมกับโบสถ์และกับพระเจ้าได้อย่างไร เมื่อทุกอย่างดูเหมือนต้องต่อสู้อย่างยากลำบาก

ฉันมีข้อคิดบางอย่างที่เป็นประโยชน์อยากให้คุณจดจำ

1. พระเจ้าเป็นผู้ประทานบุคลิกลักษณะให้แก่เรา

เมื่อลักษณะนิสัยของเราเข้ากันไม่ได้กับโบสถ์ของเรา เรามักจะคิดว่าพระเจ้าไม่พอใจเรา

นิสัยของฉันในฐานะผู้หญิงอาจได้รับการยกย่องในโบสถ์ แต่ผู้หญิงที่มีความคิดมุ่งมั่น แต่ไม่ได้พูดออกมา  มีโอกาสที่ผู้หญิงเหล่านั้นจะคิดไหมว่า พระเจ้าจะยอมรับเธอก็ต่อเมื่อเธอเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เธอเป็น  หรือมีโอกาสที่เราจะมองไม่เห็นความเป็นผู้นำที่กล้าหาญของพวกเธอ การพูดความจริงโดยไม่ปิดบัง ความฉลาดในการแก้ไขปัญหาของพวกเธอ ด้วยการบอกว่าพวกเธอน่าจะถูกสร้างในแบบของคนอื่นดีกว่า?

พระเจ้าทรงรักและช่วยเราในขณะที่เรายังเป็นคนบาป และคุณมั่นใจได้เลยว่าพระองค์ไม่ได้เรียกให้เราเป็นคนทั่วๆไป เหมือนที่ ปีเตอร์ สคัซซีโร ได้ค้นพบใน Emotional Healthy Spirituality ว่าพระเจ้าทรงใส่ใจในบุคลิกลักษณะของเรา

พระเจ้าต้องการให้เราเป็นเหมือนที่พระองค์ทรงสร้าง เติบโตอย่างอิสระเมื่อเราติดตามพระองค์ พระเจ้าทรงใส่บางสิ่งที่สำคัญและดีเพื่อให้เราสะท้อนพระองค์ในแบบพิเศษ ส่วนหนึ่งในการชำระโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์คือการที่เราจะเอาสิ่งผิดที่เราได้สะสมไว้ออกไปจากเราและให้เราเหลือสิ่งที่เป็นตัวเราจริงๆ

เมื่อคุณมีประสบการณ์ที่ยากลำบากกับโบสถ์ของคุณ ถ้าคุณเคยเข้าใจผิดในบุคลิกลักษณะของตัวเอง ฉันอยากยืนยันกับคุณว่า พระเจ้าสร้างคุณในแบบที่คุณเป็น และคุณเป็นของพระองค์ นั่นไม่ได้หมายความว่า เราไม่มีสิ่งที่ผิดหรือไม่มีความบาป แต่ในพระเจ้าเท่านั้นที่เราจะได้รับการรักษาและสามารถเป็นในแบบที่เราเป็นจริงๆ

2. คอยค้นหาอีกด้านของความอ่อนแอ

ฉันจำได้ว่าฉันลงนั่งที่พื้น เอามือกุมศีรษะ เมื่อลูกคนเล็กของฉันอายุไม่เกิน 18 เดือน ฉันคิดว่าฉันได้ให้กำเนิดเจ้าปีศาจทัสมาเนียนให้แล้ว(ความคิดนี้น่าจะเกิดหลังจากที่เขาดึงเก้าอี้ คว้าห่อผสมเครื่องดื่มบนเตาปิ้งขนมปัง และโปรยมันไปรอบๆ บ้านเหมือนผงวิเศษ)

แต่พระเจ้าเตือนฉันว่า เจ้าไม่มีวันรู้แผนการที่เรามีให้แก่เขา เราอาจสร้างให้เขาแข็งแกร่งและสร้างสรรค์เพื่อเขาจะสามารถข้ามผ่านป่าไปยังกลุ่มคนที่ไม่มีใครเข้าไปถึง หรือยืนขึ้นในห้องพิจารณาคดีสำหรับคนที่ยังไม่เกิด หรือคอยดูแลเด็กๆในห้องเรียนในเมือง ฉันเพียงแค่ต้องยอมให้พระเจ้าเป็นผู้ควบคุมจุดเด่นของเขา ไม่ใช่กำจัดมันออกไป

หนึ่งในคำพูดของแม่ของฉันคือ “ความแข็งแกร่งที่สุดของคุณคือความอ่อนแอที่สุดของคุณ” คนที่เป็นคนไม่ยอมคน พระเจ้าอาจจะให้พวกเขามีความรักที่ยิ่งใหญ่เพื่อรักษากฎเกณฑ์ของพระเจ้าและความยุติธรรมของพระองค์ ผู้หญิงคนนึงที่ไม่เคยเป็นอาสาสมัคร เธออาจกำลังทำงานที่พระเจ้าให้เธออย่างดีที่สุดอยู่

ถ้าคุณยังไม่เคยทำแบบทดสอบบุคลิกภาพของตัวเอง คุณสามารถหาแบบทดสอบฟรีได้ตามออนไลน์ สิ่งที่อยากท้าทายก็คือ อย่าพยายามทำแบบทดสอบเพื่อให้ได้สิ่งที่คุณคิดว่าจะได้รับการยอมรับมากยิ่งขึ้น แต่ให้ใช้โอกาสนี้ในการสรรเสริญพระเจ้า วางใจในพระองค์ว่าพระองค์ทรงสร้างคุณด้วยพระสติปัญญาของพระองค์ และยอมให้พระองค์ทรงนำคุณให้มีวิธีจัดการกับรูปเคารพในตัวคุณและความอยากส่วนตัวออกไป

3. ลักษณะของเราไม่ควรขัดขวางเราจากการรักผู้อื่น

ทุกคนมีจุดแข็งและจุดอ่อนที่แตกต่างออกไป สามีของฉันชอบพูดว่า “ถ้าคุณไม่สามารถเข้าใจว่าทำไมคนอื่นไม่สามารถทำแบบที่คุณทำได้ หรือไม่สามารถเห็นแบบที่คุณเห็นได้ นั่นแหละคือจุดแข็งของคุณ”

คุณอาจสงสัยว่าทำไมคนบางคนถึงมาสายตลอด หรือไม่สามารถจัดระเบียบห้องน้ำของตัวเองได้ เพราะพระเจ้าได้ใส่ความเป็นระบบระเบียบในคุณ หรือคุณอาจรู้สึกงงที่คนอื่นขาดความยืดหยุ่น พระเจ้าอาจจะให้คุณสามารถชื่นชมกับสิ่งที่ดีและถูกต้องได้กว้างกว่าคนอื่น พระเจ้าให้จุดแข็งแก่เราแต่ละคนเพื่อประโยชน์ร่วมกัน(1 โครินธ์ 12:7)

ในทางกลับกัน จุดอ่อนของเราไม่ใช่ข้ออ้างในการไม่รักผู้อื่น

ถ้าเราต้องต่อสู้ในการเริ่มต้นความสัมพันธ์กับคนอื่นหรือเราไม่ใช่คนที่ใจดี หรือเราไม่ใช่คนที่มีระเบียบวินัย เรากำลังทำร้ายคนรอบๆ ตัวเราเมื่อเราไม่จัดการกับจุดอ่อนของเรา แต่เราควรนำจุดอ่อนของเราเข้าหาพระเจ้า และขอพระองค์ทรงสำแดงทางที่เราจะจัดการกับสิ่งเหล่านี้เพื่อเราจะรักคนอื่นๆ มากขึ้น

4. ห่วงใยลักษณะนิสัยของคนที่อยู่นอกสายตา

แม้ว่าทุกๆ โบสถ์จะมีลักษณะนิสัยที่เป็นที่ต้องการ แต่มันก็เป็นเรื่องที่ควรจะถามกันว่า มีใครที่รู้สึกไม่สบายใจในโบสถ์ของเราบ้างไหม เราจะช่วยเหลือต้อนรับพวกเขาอย่างไร เราควรจะมอบความรักและเมตตาให้แก่คนเหล่านี้เป็นพิเศษ ซึ่งหมายรวมถึงการที่พยายามเข้าหาบางคนที่อาจสร้างความสัมพันธ์ไม่เก่ง พยายามที่จะทำให้เขากล้าและรู้สึกสบายใจที่จะเปิด หรืออาจจะชวนเขามาที่บ้าน และรวมถึงการพยายามที่จะเข้าใจบางคนที่สับสนง่ายเมื่อต้องเลือกกิจกรรม

เมื่อคุณพยายามที่จะไตร่ตรองจุดแข็งและจุดอ่อนของลักษณะนิสัยของคุณ ให้คุณถามตัวเอง ว่าใครคือคนที่คุณจำเป็นต้องมีในชีวิตที่จะมาช่วยสร้างความสมดุลและช่วยเหลือกันและกันเพื่อเราจะสำแดงพระลักษณะของพระเจ้ามากขึ้น สำหรับฉัน ฉันจำเป็นต้องมีนักคิดเหมือนสามีของฉัน ฉันจำเป็นต้องมีเขาที่เป็นคนชอบอยู่คนเดียว มีความคิดที่ถี่ถ้วนเพื่อที่จะทำให้อารมณ์ของฉันช้าลง ฉันจำเป็นต้องมีความลึกซึ้งของเขาเพื่อทำให้ฉันเป็นได้มากกว่าภายนอกที่ฉันเป็น

และตาจะว่าแก่มือว่า “ข้าพเจ้าไม่ต้องการเจ้า” ก็ไม่ได้ หรือศีรษะจะว่าแก่เท้าว่า “ข้าพเจ้าไม่ต้องการเจ้า” ก็ไม่ได้ ที่จริงอวัยวะที่เราเห็นว่าอ่อนแอ เราก็ขาดเสียไม่ได้ และอวัยวะที่เราถือว่ามีเกียรติน้อย เราก็ยังทำให้มีเกียรติยิ่งขึ้น และอวัยวะที่ไม่น่าดูนั้น เราก็ทำให้น่าดูยิ่งขึ้น เพราะว่าอวัยวะที่น่าดูแล้ว ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องตกแต่งอีก แต่พระเจ้าได้ทรงให้อวัยวะของร่างกายเสมอภาคกัน ทรงให้อวัยวะที่ต่ำต้อยเป็นที่นับถือมากขึ้น เพื่อไม่ให้มีการแก่งแย่งกันในร่างกาย แต่ให้อวัยวะทุกส่วนพะวงซึ่งกันและกัน(1 โครินธ์ 12:21-25)

5. การอยู่รวมกัน เราจึงสำแดงพระเจ้าอย่างเต็มที่

ฉันมักจะโดนหลอกให้ทำแบบสอบถาม และผลออกมากลายเป็นใครสักคนที่ไม่ใช่ฉันเลย ฉันมักจะรู้สึกอายที่เป็นคนเข้ากับคนอื่นง่าย ไม่ใส่ใจในสิ่งเล็กน้อยและมักใช้ความรู้สึกมากกว่าความคิด ฉันหมายถึงใครจะอยากได้ชื่อว่าเป็นคนไม่มีเหตุผล เป็นคนที่กระตือรือร้นจนคิดน้อยเกินไป คนที่ไม่สามารถแม้จะจับคู่ถุงเท้าของตัวเอง?

แต่พระเจ้าทำให้ความแตกต่างของเราทุกคนจำเริญขึ้น ไม่ใช่เพื่อตัวของเราเอง
แต่เพื่อเราจะเป็นเหมือนพระองค์มากขึ้น

ในเอเฟซัส 2:10 พระองค์ทรงเตือนเราว่า เราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ที่ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์เพื่อให้ประกอบการดี ซึ่งพระเจ้าได้ทรงดำริไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เรากระทำ คำว่าฝีพระหัตถ์ในภาษากรีก คือ poiema ซึ่งเป็นรากศัพท์ของคำว่า poem(บทกวี) บทกวีที่อธิบายถึงพระผู้สร้าง เราจำเป็นต้องมีทุกคำอธิบายนี้เพื่อให้โลกนี้ได้เห็นภาพของพระเจ้ามากยิ่งขึ้น

มันเป็นเรื่องยากที่พระองค์ทรงสั่งว่า “เหตุฉะนั้นจงต้อนรับกันและกัน เช่นเดียวกับที่พระคริสต์ได้ทรงต้อนรับท่าน”(โรม 15:7) แทนที่จะเหมือนกันหรือเปรียบเทียบกัน แต่ให้เราเป็นเหมือนประชาสัมพันธ์หรือเชียร์ลีดเดอร์ (แม้แต่คนที่เงียบ) สำหรับความพิเศษที่พระเจ้ามอบให้เราแต่ละคน

พระเยซูทรงยอมรับเรา แม้ในขณะที่เราปฎิเสธพระองค์ผู้สูงสุด ไม่มีความผิด ขอพระเจ้าทรงโปรดประทานพระคุณที่จะทำให้เราสามารถยอมรับพระลักษณะของพระเจ้าที่มีในเรา แต่ขอให้ฤทธิ์อำนาจของพระองค์ทำให้ความอ่อนแอของเราสมบูรณ์(2 โครินธ์ 12:9)

YOU MAY ALSO LIKE

3 เคล็ดลับในการฟื้นฟูช่วงเวลาเฝ้าเดี่ยวของเรา

3 เคล็ดลับในการฟื้นฟูช่วงเวลาเฝ้าเดี่ยวของเรา

WRITER: เดบร้า อาย์อิส ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: เฮจี คิม EDITOR: สวิตตา เจริญศรีศิลป์ พระคัมภีร์กล่าวไว้ว่า มนุษย์ไม่ได้ดำรงชีวิตอยู่ด้วยอาหารเพียงสิ่งเดียว แต่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยทุกสิ่งที่ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระยาห์เวห์ (เฉลยธรรมบัญญัติ 8:3, มัทธิว 4:4)...

จดหมายถึงเพื่อนที่รู้สึกอยากยอมแพ้ในการติดตามพระเจ้า

จดหมายถึงเพื่อนที่รู้สึกอยากยอมแพ้ในการติดตามพระเจ้า

WRITER: รีเบคก้า ลิม ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: เฮจี คิม EDITOR: สรสิทธิ์  ธัมมารักขิตานนท์ ถึง เพื่อนรัก... ฉันรู้สึกเจ็บปวดมากเมื่อเธอมาบอกกับฉันว่า เธอจะตัดสินใจ “ยอมแพ้” ในการติดตามพระเจ้า แต่ในบางมุม การตัดสินใจของเธอก็ไม่ได้ทำให้ฉันประหลาดใจสักเท่าไหร่...

วิธีในการนมัสการพระเจ้าสำคัญไหม?

วิธีในการนมัสการพระเจ้าสำคัญไหม?

WRITER: แมดาไลน์ ทูว์นีย์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ศุภิสรา เจริญศรีศิลป์EDITOR: พาทินธิดา เจริญสวัสดิ์ เมื่อสองสามปีที่ผ่านมา เพื่อนร่วมงานชวนฉันและเพื่อนๆให้ไปนมัสการที่โบสถ์แอฟริกัน เมื่อเริ่มนมัสการ...

Share This