fbpx
WRITER: คิว แจ๊คสัน ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR: ปาลีญา ธนาวัฒนเจริญ 
EDITOR: นารดา ไทรงาม

เขารักฉัน เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยม ทั้งเอาใจใส่ ห่วงใย มีน้ำใจและใจดี เขาเคารพความเชื่อของฉันและมาโบสถ์กับฉันอยู่หลายครั้ง จริงๆ แล้ว เขามีคุณสมบัติทุกอย่างที่ฉันต้องการในคู่ชีวิต ยกเว้นความจริงที่ว่าเขาไม่ใช่คริสเตียน

แต่ความคิดที่จะยอมหยุดความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์แบบเพียงเพราะเหตุผลเดียวนี้ทำให้ฉันใจสลาย ยิ่งเราคบกันนานเท่าไหร่ มันก็ยิ่งทำให้ฉันหัวใจสลายมากขึ้นเท่านั้น

คริสเตียนหลายคนที่เคยรักกับคนที่ไม่ได้มีความเชื่อเดียวกันจะเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงการต่อสู้ที่ทำให้เสียใจอย่างรุนแรงนี้ ด้วยหลักการง่ายๆ คือ “อย่าเข้าเทียมแอก” หรือ “ผูกพันกับคนที่ไม่เชื่อ” (2 โครินธ์ 6:14) มันยิ่งยากที่จะทนไหวเมื่อหลักการนี้ต่อสู้กับคนที่เราห่วงใยมากเป็นพิเศษ เมื่อสิ่งที่เราปรารถนาที่สุดกำลังพาเราข้ามเส้นที่ดูเหมือนจะโหดร้ายนี้

เมื่อหลายปีที่แล้ว ฉันเคยอยู่ตรงจุดนั้น

ความสัมพันธ์ของเรากำลังเบ่งบานโดยเริ่มจากมิตรภาพที่ไม่มีพิษมีภัย ฉันไม่ได้คาดหวังว่ามันจะกลายมาเป็นความสัมพันธ์ที่โรแมนติก แต่สุดท้ายมันก็เป็นเช่นนั้น

ถึงแม้จะมีช่วงเวลาดีๆ ด้วยกัน ความสัมพันธ์ที่เรามีร่วมกัน ความปรารถนาที่ฉันอยากมีอนาคตร่วมกับเขา ฉันรู้ว่าฉันมาถึงจุดที่แม้ว่ากำลังคบกับคนที่ไม่เป็นคริสเตียน ฉันจะไม่และฉันไม่ควรจะแต่งงานกับคนที่ไม่ได้มีความเชื่อเดียวกัน ในช่วงเวลานั้น ฉันเชื่อว่าการแต่งงานกับคนที่ไม่เป็นคริสเตียนคือความบาป

และเมื่อฉันย้ายไปเรียนที่มหาวิทยาลัย ความสัมพันธ์ของเราก็มาถึงจุดจบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และหลายปีต่อมา ฉันได้เข้าใจว่า ฉันควรจะคิดให้น้อยลงว่าการแต่งงานกับคนไม่เป็นคริสเตียนนั้นคือความบาป หรือว่าฉันหลีกหนีอะไรมาได้บ้าง แต่ฉันควรจะลงทุนมากขึ้นกับการตัดสินใจ (โดยเฉพาะเรื่องสำคัญ) จากตัวตนของฉันในฐานะลูกสาวที่รักของพระเจ้า ฉันไม่ได้เสียใจที่ความสัมพันธ์ของฉันกับเขาที่ไม่เป็นคริสเตียนนั้นจบลง แต่ฉันเสียใจเพราะเหตุผลที่ฉันได้ให้กับตัวเองและกับเขาในการยุติความสัมพันธ์ ในความคิดของฉัน มีช่องที่ระบุว่า “คริสเตียน” และคนที่จะมาเป็นคู่ชีวิตของฉันจะต้องถูกติ๊กในช่องนี้ แต่การหาคู่ชีวิตที่ดีไม่ใช่การหาคนที่ติด “ฉลาก” ที่ถูกต้อง

เมื่อเปาโลได้ถามคำถามว่า “สิ่งที่ผู้เชื่อและผู้ที่ไม่เชื่อมีเหมือนกันคืออะไร” ในพระธรรม 2 โครินธ์ เปาโลพยายามชี้ให้เห็นถึงความไม่เข้ากันระหว่างคนที่เลือกจะวางชีวิตและการตัดสินใจไว้ในพระหัตถ์ของพระเจ้ากับคนที่ยังกุมชีวิตของตนเองไว้แน่น ถ้าคริสเตียนจะเข้าสู่การรวมเป็นหนึ่งที่สนิทลึกซึ้งเช่นการแต่งงาน ทั้งคู่จะต้องเห็นพ้องว่าใครมีสิทธิ์นำชีวิตและการแต่งงานของพวกเขา

ถ้าฉันพยายามจะรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ ฉันอาจได้แต่งงานกับคนที่ไม่ใช่คริสเตียน

ไม่มีอะไรรับประกันว่าการแต่งงานนี้จะทำลายตัวมันเอง บางทีเราอาจจะพยายามอดทนต่อภาวะตึงเครียดของการจับคู่ที่ไม่เท่าเทียมและยังแต่งงานกันอยู่

แต่แน่นอนว่ามันจะเป็นเรื่องที่ยากเมื่อเวลาผ่านไปและความท้าทายต่างๆ โผล่ขึ้นมา ฉันได้เห็นถึงปัญญาในคำเตือนของเปาโลอย่างชัดเจนขึ้น

แฟนหนุ่มของฉันสามารถรักฉันด้วยกำลังที่เขามีเท่านั้น และความท้าทายในชีวิตที่เข้ามาจะเป็นบททดสอบความแน่วแน่นั้น เขาจะไม่สามารถมองไปยังพระบิดาที่รักเราและแสนดีเพื่อจะเรียนรู้วิธีที่จะรักฉันเมื่อเขาอ่อนแอเกินไปหรือไม่มีแรงที่จะทำด้วยตัวเอง เมื่อเรามีข้อถกเถียงถึงงานที่เข้ามา เวลาที่จะสร้างครอบครัว วิธีการใช้เงินของเรา หรือเวลาต้องให้เงินแก่คนที่เดือดร้อน เราจะหันไปหาคำแนะนำในทิศทางที่แตกต่างกัน เขาคงเลือกที่จะพึ่งพาสติปัญญาที่ได้รับจากโลกนี้ซึ่งบางครั้งอาจขัดแย้งกับปัญญาที่ดี สงบสุข อ่อนน้อม และไม่ลำเอียง ซึ่งฉันหวังจะพึ่งพาจากเบื้องบน (ยากอบ 3:17)

เมื่อเวลาผ่านไปเมื่อความยืดหยุ่นของฉันอ่อนตัวลง และความเหนื่อยล้าจากความเห็นที่ไม่ตรงกันและความขัดแย้งได้เข้ามา มันคงจะกลายเป็นการต่อสู้ในทุกๆ วันเพื่อฉันจะให้ความสำคัญกับความเชื่อของฉันก่อน ถ้าความสัมพันธ์ของฉันกับพระเจ้าอ่อนแอลงและฉันออกห่างจากสติปัญญาของพระเจ้าที่ชี้นำ ฉันอาจะยอมละทิ้งความเชื่อของฉันไปเลย ด้วยหวังว่าชีวิตคู่ของฉันจะมีความสุขอย่างที่จับต้องได้ อย่างไรก็ตาม รางวัลชั่วคราวที่ฉันจะได้ต้องแลกมากับการสูญเสียความสัมพันธ์ที่สำคัญที่สุดที่ฉันจะมี คือ การได้รู้จักและรักพระเจ้าผู้ทรงสร้างฉันและการพบความยินดีในความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับพระองค์

ในอีกด้านของการอกหักครั้งนี้ ฉันได้เติบโตขึ้นเพื่อจะยึดมั่นคำเตือนในพระธรรม 2 โครินธ์ 6:14 ตามที่ข้อพระคำเป็น คือพระคุณของพระเจ้าที่เต็มไปด้วยพระเมตตา

การปกป้องที่ฉันไม่สมควรจะได้รับ พระองค์ทรงประทานสติปัญญาให้คุณและฉันในการเลือกคนที่เราจะผูกพันตัวเราด้วย เพราะพระองค์ทรงต้องการจะให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา และสิ่งที่ดีที่สุดคือสิ่งที่กระตุ้นให้เรารู้จักและรักพระองค์มากขึ้น

ถึงแฟนหนุ่มที่ไม่ได้อยู่ใน “ช่อง” คริสเตียน ฉันขอโทษด้วย ฉันหวังว่าฉันจะสามารถอธิบายได้ดีกว่านี้ถึงความรักของบิดาบนสวรรค์ที่เต็มเปี่ยมด้วยความเมตตา กรุณา อย่างอุดมและความต้องการอย่างลึกซึ้งของฉันที่อยากให้ชีวิต (และการแต่งงานที่อาจเกิดขึ้น) เป็นของพระเจ้าอย่างสิ้นเชิงเพื่อให้พระองค์ปั้น ตกแต่ง และนำทาง

สำหรับคริสเตียนที่ได้แต่งงานกับคนที่ไม่เชื่อแล้ว พระเจ้าทรงประทานสติปัญญาให้กับคุณด้วยเช่นกัน และฉันหวังว่าคุณจะพบกำลังที่จะถวายเกียรติแก่พระเจ้าด้วยการรักและการอธิษฐานอย่างสัตย์ซื่อด้วยความสุภาพอ่อนโยนและจิตใจที่สงบ (1 เปโตร 3:1-6) ฉันหวังว่าคุณจะอธิษฐานอย่างไม่ลดละให้คู่สมรสของคุณยอมมาหาพระองค์

สำหรับคริสเตียนที่เป็นเหมือนฉันที่อยู่ระหว่างทางเลือกที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ ฉันเข้าใจความรู้สึกเจ็บปวดของคุณซึ่งมันไม่ง่ายเลย ฉันหวังว่าเมื่อคุณแสวงหาการทรงนำจากพระเจ้า คุณจะรู้สึกติดสนิทกับพระองค์ และคุณจะระลึกถึงความรักที่เพียงพอและสมบูรณ์แบบของพระองค์ที่มีให้คุณ ฉันหวังว่าพระเจ้าจะทรงนำคุณด้วยสติปัญญาและคุณจะได้รับสันติสุขจากพระองค์ ฉันหวังว่าพระองค์จะทรงประทานถ้อยคำพื่อคุณจะสามารถเป็นพยานถึงความสัตย์ซื่อของพระองค์แก่คนอื่นๆ รอบตัวเมื่อคุณมอบทุกสิ่งที่คุณเป็น ไม่ว่าจะเป็นการงานของคุณ ความสามารถของคุณ ความคิดของคุณ ความกลัวของคุณ และแน่นอนรวมถึงทุกความสัมพันธ์ของคุณ มอบไว้ในพระหัตถ์ของช่างปั้นผู้ยิ่งใหญ่ (อิสยาห์ 64:8) และวางใจในพระองค์ที่จะทรงปั้นทั้งหมดนี้ให้กลายเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยม

YOU MAY ALSO LIKE

คุณกำลังตั้งคำถามกับสิ่งที่คุณเชื่อหรือไม่?

คุณกำลังตั้งคำถามกับสิ่งที่คุณเชื่อหรือไม่?

WRITER: โจนาธาน มาล์ม ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ชลิดา สุภาแสน EDITOR: Mustard Seed Team ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยตั้งคำถามจริงจังกับความเชื่อของผมมากเท่าไหร่ ผมมักจะสงสัยในเรื่องวิวัฒนาการและปัญหาความชั่วร้ายที่มีอยู่ในโลกเสียมากกว่า...

ฉันเคยรู้สึกเป็นคนไม่สำคัญในแผ่นดินของพระเจ้า

ฉันเคยรู้สึกเป็นคนไม่สำคัญในแผ่นดินของพระเจ้า

WRITER: เดโบราห์ ลี ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: นารดา ไทรงาม EDITOR: พักตร์วดี คะนึงไกวัล ปีที่ผ่านมา ฉันใช้เวลาว่างเขียนบทความส่งให้กับหน่วยงานหนึ่ง แต่แล้ววันหนึ่งฉันได้รับแจ้งว่าไม่ต้องเขียนเรื่องต่อไปอีกแล้ว พวกเขาไม่ส่งอีเมลล์มาถึงฉันอีก...

เมื่อฉันเลิกวิ่งหนีอารมณ์ความรู้สึกด้านลบ

เมื่อฉันเลิกวิ่งหนีอารมณ์ความรู้สึกด้านลบ

WRITER: เจียหมิง เฉิง ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: รักษพร พรกีรติกุล EDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร ฉันไม่ชอบเวลาที่ตัวเองอารมณ์แปรปรวน ฉันคิดว่ามันเริ่มมาจากการที่ฉันเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันในวัยเด็ก ฉันไม่เคยเข้าใจเลยว่าการถกเถียงกันในเรื่องธรรมดาอย่างการล้างจาน...

Share This