fbpx
WRITER: มิชเชล ออง ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR/ EDITOR: Mustard Seed Team

ฉันค้นพบว่าการตั้งปณิธานหรือเป้าหมายสำหรับปีใหม่ (New Year’s Resolutions) เหมือนจะกลายเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ เหตุผลหลักเลยคือ รายการสิ่งที่ต้องทำของฉันนั้นสามารถคาดเดาได้ และฉันก็คงทำลายความตั้งใจดีๆ เหล่านั้นลงภายในสิ้นเดือนมกราคม

สามปีที่แล้ว ความแน่วแน่ของฉันคือทำตามเป้าหมายปีใหม่ที่ฉันตั้งไว้ มันเป็นข้อที่ง่ายมากๆ (ฉันคิดว่างั้น) คือการแสวงหาพระเจ้าเหนือสิ่งอื่นใด (มัทธิว 6:33) ว่ายน้ำสองกิโลเมตรทุกครั้งที่ว่าย อ่านหนังสือเรื่อง Les Miserables จำนวน 1,488 หน้าให้จบ และดูแลผิวพรรณของฉันให้ดีขึ้น

สามปีต่อมา ฉันภูมิใจที่จะรายงานว่าหนังสือเล่มนั้นยังคงจมอยู่ในกองฝุ่น และความตั้งใจอันสูงส่งในการแสวงหาพระเจ้าเหนือสิ่งอื่นใดของฉัน มักจะกลายเป็นการแสวงหาความต้องการของเนื้อหนังเกือบทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้สูญเปล่าซะหมดทุกเรื่องนะ ฉันยังสามารถทำเป้าหมายในการว่ายน้ำได้สำเร็จ (ฉันยังคงต่อสู้ดิ้นรนทุกครั้ง) และฉันยังคงขยันดูแลผิวพรรณของตัวเอง

แต่การเริ่มต้นปีใหม่นั้นดีเสมอในการเริ่มทำอะไรใหม่ๆ และฉันตั้งใจว่าปีใหม่นี้จะต้องต่างจากเดิม!

ปีนี้ แทนที่จะลิสต์รายการที่ดีเดิมๆ ที่จะต้องทำให้ได้อันแสนน่าเบื่อหน่าย ฉันตัดสินใจว่าจะเขียนนิสัยแย่ๆ ที่ต้องการจะกำจัดออกแทน

ยังไงซะมันง่ายกว่าที่จะกำจัดนิสัยแย่ๆ แทนที่จะปลูกนิสัยดีๆ ขึ้นมาถูกไหม? แต่มาลองดูกันว่าฉันจะทำได้ไหม ก่อนถึงสิ้นเดือนมกราคม

ในเวลาเดียวกัน นี่คือสามนิสัยแย่ๆ ที่ฉันหวังว่าจะเลิกทำให้ได้ภายใน 12 เดือนต่อจากนี้

1. งีบหลับขณะอธิษฐาน

ฉันชอบการอธิษฐานบนเตียง และความจริงที่ว่าฉันมักจะเผลอหลับไปก่อนที่ฉันจะเริ่มอธิษฐานประโยคแรกนั้นก็ไม่ช่วยให้ฉันเลิกทำแบบนี้ได้วันแล้ววันเล่า แต่วิธีการนี้คงไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการอธิษฐานของฉัน ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจเปลี่ยนวิธีการอธิษฐานของฉัน

ปีนี้ฉันได้แรงบันดาลใจจากพระธรรมสดุดี 55:7 ที่ผู้เขียนสดุดีกล่าวว่า “เออ ข้าจะได้หนีไปให้ไกล ข้าจะได้พักในถิ่นทุรกันดาร” 

ในขณะที่คำอธิษฐานของฉันอาจไม่ได้เป็นการร้องขออย่างเจ็บปวดเสมอไป ฉันวางใจเพราะรู้ว่าฉันสามารถอธิษฐานได้ทุกเวลาของวัน และตั้งใจที่จะอธิษฐานสั้นๆ ตลอดทั้งวัน

ตัวอย่างเช่น ฉันสามารถอธิษฐานแบบเร็วๆ 5 วินาที ขณะที่ฉันกำลังขับรถไปทำงาน หรือขณะที่ฉันกำลังสั่งกาแฟหรือชาในตอนเช้า

การแก้ปัญหาเรื่องการอธิษฐานอีกวิธีหนึ่งคือ ฉันเขียนหัวข้ออธิษฐานเป็นข้อๆ ลงในสมุดบันทึกหรืออัดเสียงลงในโทรศัพท์ของฉัน วิธีการนี้ฉันจึงสามารถอธิษฐานเผื่อหัวข้อต่างๆ ได้ที่ละข้ออย่างเฉพาะเจาะจง (และเห็นสิ่งที่พระเจ้าตอบในแต่ละข้อ) ทำให้ฉันได้จดจำว่าพระเจ้าทรงทำงานในชีวิตฉันอย่างไร (สดุดี 77:11)

ฉันไม่ได้เสนอให้พวกเราละทิ้งเวลาพักสงบกับพระเจ้าด้วยการอธิษฐานสั้นๆ แบบนี้ แต่การเริ่มต้นจากก้าวเล็กๆ สามารถช่วยเราสร้างชีวิตแห่งการอธิษฐานที่เข้มแข็งได้ ฉวยทุกโอกาสในการอธิษฐานไม่ว่าจะเมื่อไหร่หรือจะด้วยวิธีใดก็ตาม จะช่วยให้เราอธิษฐานตามลิสต์รายการที่เรามีได้อย่างครบถ้วนโดยแบ่งเป็นทีละนิด แทนที่จะรอให้จบวันแล้วอธิษฐานทุกหัวข้อด้วยสภาพร่างกายที่เหนื่อยล้า ซึ่งอาจจะทำให้เราหลับก่อนที่เราจะเริ่มอธิษฐานประโยคแรกเสียอีก

 

2. ให้สัญญาที่เป็นไปไม่ได้

ฉันชอบใช้คำว่า “ไว้นัดเจอกันนะ” บ่อยมาก คุณจะได้รับการอภัยถ้าคิดว่าตารางกิจกรรมของฉันจะถูกจองเต็มจนถึงปี 2022 (ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่เลย วันหยุดสุดสัปดาห์ของฉันส่วนใหญ่นั้นว่างเปล่า)

ความจริงก็คือ ฉันใช้ประโยคนี้ในการตัดรำคาญบางคน (ไม่อยากเสียเวลากับการสนทนาที่น่าอึดอัดคือ… ฉันถึงมีเหตุผลที่ไม่ติดต่อคนนั้นมานานหลายปี) มีบางเวลาที่ฉันจริงใจจริงๆ ที่ต้องการจะเจอกับบางคน แต่ด้วยตารางที่ยุ่งเหยิงของการเป็นผู้ใหญ่นั้นหมายถึงมันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะลงตารางเวลาที่แน่นอน

แต่เมื่อไม่นานนี้เอง ฉันสำนึกผิดเกี่ยวกับความจริงใจในการพูดคำว่า “ไว้นัดเจอกันนะ” ของฉันที่พูดไปอย่างงั้นแหละ

บางคนอาจจะมองว่าฉันพูดจากใจจริงๆ (แม้ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างงั้นเสมอไป) และรอคอยคำชวนที่ไม่มีวันเกิดขึ้น เช่น ฉันเชื่อว่ามันดีกว่าสำหรับฉันที่จะตัดบทสนทนาโดยพูดว่า “ดีใจที่ได้เจอนะ” แทนที่จะให้สัญญาที่เป็นไปไม่ได้ว่าจะนัดเจอกันอีกเมื่อไหร่ ในพระธรรมมัทธิว 5:37 กล่าวไว้ว่า “จริงก็จงว่าจริง ไม่ก็ว่าไม่ คำพูดที่เกินกว่านี้มาจากความชั่ว” และนานเหลือเกินที่ฉันใช้ชีวิตด้วยการพูดว่า “จริง” กับความตั้งใจที่จะ “ไม่” ทำตามที่พูด

และสำหรับคนที่ฉันตั้งใจอยากจะเจอจริงๆ นั้น มันก็แค่หมายความว่าฉันต้องมีความตั้งใจพยายามในการจัดสรรวันและเวลา แม้ว่าฉันจะต้องลงบันทึกในตารางของฉันหลายเดือนล่วงหน้าก็ตาม

3. อย่ายอมให้กับความรู้สึก “กลัว”

ฉันหวังว่าฉันจะกลัวน้อยลงเมื่อฉันต้องขับรถและเมื่อฉันต้องว่ายน้ำในที่กว้างๆ (เช่น ทะเล ทะเลสาบ) ฉันพบว่าการนำทางไปบนเส้นทางใหม่ๆ นั้นเครียดเหลือเกิน (แม้จะมีความช่วยเหลือจากจีพีเอสแล้วก็ตาม!) และสำหรับการว่ายน้ำในที่ที่กว้างมากๆ ฉันมีความกลัวอย่างไรเหตุผลว่าจะไม่สามารถว่ายกลับเข้าฝั่งได้

ดังนั้น เมื่อเพื่อนของฉันต่างยุ่งอยู่กับการเดินทางรอบโลกและขับรถบ้านไปเที่ยวตามที่ต่างๆ ฉันต่อสู้อยู่กับการขับรถเพื่อไปไหนก็ได้ให้ไกลจากบ้านตัวเองมากกว่า 25 กิโลเมตร ในขณะที่เหล่าเพื่อนสนิทยุ่งอยู่กับการฝึกฝนเพื่องานกีฬาต่างๆ ฉันยังคงมีความกลัวทะเลลึก (แม้ฉันจะเคยว่ายน้ำในที่กว้างๆ โล่งๆ มาแล้วถึงสองครั้งก็ตาม)

ฉันไม่ควรให้ความกลัวเข้ามาครอบครองชีวิตของฉัน เพราะการเกรงกลัวหรือกังวลจนเกินไปเกี่ยวกับสิ่งเล็กๆ มากมาย อาจทำให้ฉันพลาดความสุขเล็กๆ เช่น การออกไปขับรถเที่ยวไกลๆ หรือการแข่งขันว่ายน้ำในทะเล (หรือที่อื่นๆ ที่กว้างและสวยงาม)

มันจะยอดเยี่ยมแค่ไหนกันเชียว ถ้าฉันสามารถหยิบกุญแจรถและออกไปขับรถเล่นโดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะหลงทางหรือเปล่า หรือกังวลว่ารถจะติดมากขนาดไหน? มันจะเป็นที่น่ายินดีขนาดไหนถ้าฉันถูกปลดปล่อยจากความกลัว แล้วกล้าที่จะลองสมัครลงแข่งว่ายน้ำในทะเลระยะทาง 1-2 กิโลเมตร โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะจมหายไปหรือลอยอยู่ในทะเลอันกว้างขวาง

พระคัมภีร์ตรัสสอนเราว่า ด้วยความกลัวต่างๆ ของเรานั้นให้เราเชื่อในพระเจ้า (สดุดี 56:3, เฉลยธรรมบัญญัติ 3:6) “เพราะว่าพระเจ้าไม่ได้ประทานใจที่ขลาดกลัวแก่เรา แต่ประทานใจที่ประกอบด้วยฤทธานุภาพ ความรัก และการบังคับตนเองแก่เรา” (2 ทิโมธี 1:7) เมื่อใดก็ตามที่ฉันรู้สึกกลัว ฉันจะยึดมั่นในข้อพระคำนี้เสมอ

การกำจัดนิสัยที่ไม่ดีออกไป ฉันไม่สามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียว

เมื่อปีใหม่ใกล้เข้ามาแล้ว ฉันรู้ว่าฉันจะรับมือกับลิสต์รายการนิสัยแย่ๆ ด้วยความกล้าหาญและความเพลิดเพลิน เพียงเพื่อที่จะไม่ล้มเหลวก่อนจะถึงสิ้นเดือนมกราคม ดังนั้นฉันเลยตัดสินใจที่จะให้เพื่อนที่น่าเชื่อถือของฉันคอยช่วยให้ฉันอยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง และเพื่อให้กำลังใจและช่วยเหลือในยามที่ฉันล้มลง (ปัญญาจารย์ 4:9) ฉันยังคงอธิษฐานทูลขอให้พระเจ้าทรงทำงานอยู่เคียงข้างฉัน เริ่มจากอธิษฐานขอพระองค์ทรงช่วยให้ฉันมีใจที่จะอธิษฐานและไม่เผลอหลับ อธิษฐานขอให้ฉันสามารถเอาชนะความกลัวต่างๆ

มันโอเค ที่การกำจัดนิสัยแย่ๆ ออกไปจากชีวิตอาจต้องใช้เวลาเป็นปี บ่อยครั้งที่ฉันกดดันตัวเองจนเครียดมากที่จะต้องทำสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จภายใน 12 เดือนและก็ผิดหวังทุกครั้งเมื่อไม่สามารถทำได้ แต่นิสัยที่ไม่ดีเหล่านั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน ดังนั้นการที่จะกำจัดมันออกไปก็ต้องใช้เวลามากกว่า 24 ชั่วโมงแน่นอน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเอามันออกไปจากเราให้ได้

ไม่ว่านิสัยแย่ๆ อะไรก็ตามที่เราตั้งใจจะบอกลาหรือกำจัดออกในปีนี้ ให้เราเขียนลงสมุดบันทึกสักเล่มหรือแปะมันไว้บนกำแพงตรงที่เราเห็นได้อย่างชัดเจนและบ่อยครั้ง เพื่อเตือนตัวเองว่าเราอยากที่จะทำอะไร แล้วก็อย่าทำเพียงคนเดียวเอาให้แน่ใจว่ามีเพื่อนที่ไว้ใจได้คอยช่วยและอยู่เคียงข้างเรา! และสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด อย่ารู้สึกเสียใจถ้าการกำจัดนิสัยแย่ๆ มันใช้เวลานานกว่าที่คุณได้ตั้งเป้าไว้ จงตั้งใจทำมันต่อไป

ขอให้ปี 2021 นี้ เป็นปีที่เราจะแทนที่นิสัยแย่ๆ ด้วยนิสัยดีๆ กันนะ

YOU MAY ALSO LIKE

ฉันเป็นคนบาปจริงหรือ? เป็นและไม่เป็น

ฉันเป็นคนบาปจริงหรือ? เป็นและไม่เป็น

WRITER: จาเนล ไบร์ทเท็นสไตน์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: Mustard Seed TeamEDITOR: Mustard Seed Team หลายเดือนที่แล้ว มีคนบอกฉันว่าพวกเขาพบกลยุทธ์การสร้างวินัยแบบใหม่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับลูกๆ ของพวกเขาโดยบังเอิญ เมื่อพวกเขาจับได้ว่าลูกของเขากำลังทำผิด เด็กจะหยุดทำ...

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

WRITER: แมเดลีน เกรซ ชคูลฟีลด์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ปาลีญา ธนาวัฒนเจริญEDITOR: ธนากร พูลสินกูล ฉันรู้สึกราวกับว่ามีผ้าห่มผืนใหญ่ทับอยู่บนอกของฉัน เมื่อฉันลองหายใจลึกๆ เข้าไปในปอดและพยายามไอออกมาด้วยความรู้สึกแสบ...

คำสารภาพของผู้ที่มักทำตามความพอใจของผู้อื่น

คำสารภาพของผู้ที่มักทำตามความพอใจของผู้อื่น

WRITER: โจอันนา ตัน ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: Natty GraceEDITOR: ธนิตาวสี ชวาลปัญญาวงศ์ ถึงแม้ว่าฉันจะคุ้นเคยกับคำว่า “people-pleaser” หรือ “คนที่ต้องการเอาใจทุกคน” มาโดยตลอด แต่ฉันก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนเช่นนั้น...

Share This