WRITER: Mustard Seed Team
EDITOR: Mustard Seed Team
ในโบสถ์มีคนหลายรุ่น หลายบุคลิกภาพ หลายสถานะอยู่รวมกัน บางครั้งจึงเกิดความไม่เข้าใจกัน สื่อสารกันไม่รู้เรื่อง โลกนี้ไม่มีอะไรที่ถูกใจเราไปเสียทุกอย่าง
หลายต่อหลายครั้งที่เราพยายามให้คนอื่นเปลี่ยนมาในทิศทางที่เราเลือกตัดสินใจ โดยที่ไม่ได้ฟังและเข้าใจคนอื่น แต่เรียกร้องให้คนอื่นเข้าใจและยอมรับเรา ต่อต้านและตำหนิคนอื่นโดยไม่เข้าใจ
เเม้เราจะมีอายุช่วงวัย ความคิด ภูมิหลัง ความชอบที่แตกต่างกัน แต่เรามีพระเจ้าองค์เดียวกัน ที่จะนำเราให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ผ่อนหนักผ่อนเบาซึ่งกันและกัน พระวิญญาณบริสุทธิ์ช่วยเราก่อให้เกิดความรักและความสุข
การยอมรับและเข้าใจความแตกต่างของแต่ละคน เป็นวิธีหนึ่งที่จะสามารถช่วยลดปัญหาความขัดแย้งในความสัมพันธ์ได้
แต่เราสามารถเปิดใจและเรียนรู้จักกันมากยิ่งขึ้นได้ โดยผ่านการพูดคุยในกลุ่มเล็กๆ ที่อาจจะมีความชอบหรือมีอาชีพคล้ายกัน การออกไปประกาศด้วยกัน และการอธิษฐานด้วยกัน
การฟังอย่างเข้าใจ จะเห็นมุมมองของคนอื่น
“จงพยายามรักษาความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่มาจากพระวิญญาณนั้น โดยมีสันติภาพเป็นเครื่องผูกพัน” เอเฟซัส 4:3
การสื่อสารเป็นอีกตัวช่วยที่จะทำให้เข้าใจมากขึ้น โดยจะต้องเป็นผู้ฟังที่ดีและฟังอย่างตั้งใจ หากเป็นเรื่องสำคัญควรมีลายลักษณ์อักษรชัดเจน แสดงความจริงใจ ใส่ใจ และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เปลี่ยนคำพูดให้เหมาะสม เคารพในความคิดที่แตกต่าง ไม่มัวแต่อยากจะเอาชนะกันจนลืมในจุดๆ นี้ไป ซึ่งอาจทำให้เรื่องราวนั้นบานปลายได้แบบไม่มีที่สิ้นสุด ไม่เอาเรื่องไปพูดปากต่อปาก กล้าเผชิญหน้า ลองนั่งเปิดอกคุยกันแบบตรงๆ น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด หากิจกรรมทำร่วมกัน เช่น ออกมิชชั่นทริป ศึกษาพระคัมภีร์ในกลุ่มเซลล์ นำกลุ่มอธิษฐาน ฯลฯ
เพราะความสัมพันธ์ที่ดีนั้นยิ่งใหญ่กว่าความเเตกต่าง ฉะนั้นให้เราเข้าใจและเห็นคุณค่าของความสัมพันธ์ มาร่วมมือกันรับใช้พระเจ้า เพื่อให้น้ำพระทัยพระเจ้าสำเร็จ ดีกว่ามานั่งทะเลาะกันและมัวแต่จดจ่ออยู่ที่ความแตกต่าง การลดความขัดแย้งช่วยให้คริสตจักรเติบโตและถวายเกียรติพระเจ้า ขอให้เราทุกคนจะเติบโตไปด้วยกัน 🙂
“ดูเถิด ซึ่งพี่น้องอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
ก็เป็นการดี และน่าชื่นใจมากสักเท่าใด
เหมือนน้ำมันประเสริฐอยู่บนศีรษะไหลอาบลงมาบนหนวดเครา
บนหนวดเคราของอาโรน ไหลอาบลงมาบนคอเสื้อของท่าน
เหมือนน้ำค้างของภูเขาเฮอร์โมน ซึ่งตกลงบนเทือกเขาศิโยน
เพราะว่าพระเจ้าทรงบังคับบัญชาพระพรที่นั่น คือชีวิตจำเริญเป็นนิตย์” – สดุดี 133:1-3
YOU MAY ALSO LIKE
จะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไรควรลาออก
WRITER: แอนดรูว์ แลร์อาด ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ณัฐฤทัย อาสาประโคนEDITOR: Mustard Seed Team แอนดรูว์ ทำงานอยู่กับ City Bible Forum ในประเทศออสเตรเลีย และเป็นผู้ดูแลโครงการ Life@Work...
ฉันออกจากงานเพื่อสุขภาพจิตของฉัน
WRITER: เกรซ ลิม ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: Mustard Seed TeamEDITOR: Mustard Seed Team เพื่อนร่วมงานที่ชอบแทงข้างหลัง หัวหน้างานที่ไม่เอาใจใส่ ภาระงานที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนไม่สามารถจัดการได้ นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ฉันลาออกจากงาน...
เมื่อพระเจ้ามาผิดเวลา
WRITER: คริสเทิล กังกาดีน ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ปาลีญา ธนาวัฒนเจริญEDITOR: ส้มจี๊ด “ฉันจะเรียนจบมหาวิทยาลัย หางานดีๆ ทำ และแต่งงานตอนอายุ 24” เพื่อนของฉันคาดการณ์อย่างมั่นใจ ระหว่างที่กลุ่มเรานั่งคุยกันช่วงอาหารกลางวันในโรงเรียนมัธยมปลายหญิงล้วน...


