WRITER: Mustard Seed Team
EDITOR: Mustard Seed Team
เพราะมีเวลาจำกัด เราแต่ละคนมีหลายสิ่งต้องทำที่แตกต่างกันออกไป จำนวนเวลาที่เราใช้บ่งบอกถึงความสำคัญ ถ้าเราให้ความสำคัญกับสิ่งไหน เราจะใช้เวลากับสิ่งนั้นมากกว่าสิ่งอื่น
เวลาเป็นสิ่งพิเศษ เป็นสิ่งที่หาซื้อไม่ได้ ใช้เเล้วหมดไป เก็บเอาไว้ใช้ไม่ได้ และเราไม่สามารถเรียกคืนมาได้ เมื่อเราเลือกที่จะทำสิ่งหนึ่งในเวลาหนึ่งไปแล้ว เราย้อนเวลากลับไปไม่ได้ เราเพียงต้องใช้เวลาของวันรุ่งขึ้นเพื่อแก้ไขมัน ไม่ว่าจะเป็นคนรวย คนจน หรือคนแบบไหน เราทุกคนมี 24 ชั่วโมงในแต่ละวันเท่ากันขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้เวลาอย่างไร เราจะใช้เวลาอย่างไรให้คุ้มค่า โดยที่เราจะไม่เสียเวลากับการแก้ไขแต่สิ่งที่เราเคยทำผิดพลาดไป
“เหตุฉะนั้นท่านจงระมัดระวังในการดำเนินชีวิตให้ดี อย่าให้เหมือนคนไร้ปัญญา แต่ให้เหมือนคนมีปัญญา จงฉวยโอกาส เพราะว่าทุกวันนี้เป็นกาลที่ชั่ว เหตุฉะนั้นอย่าเป็นคนโง่เขลา แต่จงเข้าใจน้ำพระทัยขององค์พระผู้เป็นเจ้าว่าเป็นอย่างไร” (เอเฟซัส 5:15-17)
ใช้เวลาด้วยความระมัดระวัง
เรามีเวลาเท่ากันในแต่ละวันก็จริง แต่ต่างกันตรงที่ คุณภาพของการใช้เวลาว่า เราใช้เวลาในแต่ละวันอย่างไร ไม่มีใครรู้ว่าเราเหลือเวลาอยู่บนโลกนี้อีกนานเท่าไร พระคำได้เตือนใจให้เราให้ใช้เวลาของตนอย่างมีปัญญา ไม่ใช่ไร้ปัญญา รักษาชีวิตของเราด้วยความระมัดระวังอย่าเปิดช่องให้มารใช้ชีวิตของเราได้ เพื่อเราจะไม่ต้องใช้เวลาที่มีคุณค่าทั้งชีวิตของเรากลับมาแก้ไขสิ่งที่เราทำผิด จากการปล่อยให้มารควบคุมใจของเรา อย่าให้แต่ละวันผ่านไปอย่างไร้คุณค่า อย่าพอใจกับความสะดวกสบายชั่วคราว จนลืมเป้าหมายของชีวิตและน้ำพระทัยของพระเจ้า รู้จักปฏิเสธ เมื่อเรามีเวลาจำกัด จึงควรรู้จักกล้าตอบปฏิเสธ สิ่งที่ไม่สำคัญ
ฉวยโอกาสใช้เวลาให้คุ้มค่า
เราเห็นสิ่งที่เราไม่เคยคาดคิด โรคระบาดที่ทวีความรุนแรง และภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงมากขึ้นทุกปี สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เราแปลกใจ แต่ทำให้เราตื่นตัว เพราะนั่นหมายถึงเวลาที่พระเยซูคริสต์จะเสด็จกลับมานั้นใกล้เข้ามาแล้ว เราควรฉวยโอกาสและเวลาไว้ แล้วทำให้เวลาที่เรามี เป็นเวลาที่คุ้มค่ากับชีวิตที่พระเจ้าทรงไถ่เรามา จัดลำดับความสำคัญโดยแบ่งที่สิ่งที่เราจะทำว่าสิ่งไหนสำคัญและเร่งด่วน สิ่งไหนสำคัญแต่ยังไม่เร่งด่วน สิ่งไหนที่ไม่สำคัญ แล้วทำสิ่งที่สำคัญและเร่งด่วนก่อน ใช้สิ่งที่เรามีอยู่ในมือในการฉวยโอกาสเป็นพยานและติดสนิทกับพระเจ้า เรามีสิ่งที่เราต้องการมากมาย เรามีสิ่งดีที่เราต้องทำอีกมากมาย ดังนั้นจงใช้เวลาทำสิ่งที่ควรจะทำ ในเวลาที่เหมาะสม
ใช้เวลาด้วยความเข้าใจในน้ำพระทัย
เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง สำนวนโบราณที่คุ้นเคย ถ้าเราเริ่มต้นวันอย่างดี รู้เป้าหมายของตัวเอง ก็จะใช้เวลาในวันนั้นอย่างมีแผน ในการวางแผนชีวิต เราควรรู้ว่าน้ำพระทัยพระเจ้าในชีวิตของเราคืออะไร ดังนั้นการมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพระเจ้า เป็นสิ่งแรกและสำคัญที่สุด สิ่งที่ต้องทำและสิ่งที่ควรทำคือ ชีวิตแห่งการเฝ้าเดี่ยวและการอธิษฐาน เราต้องย้ำกับตัวเองว่า เราจะให้ความสำคัญกับการมีความสัมพันธ์กับพระเจ้ามาก่อนตารางอื่นๆ ตั้งเวลาในการอธิษฐานและอ่านพระคัมภีร์ เพื่อจะรู้น้ำพระทัยพระเจ้าที่เจาะจงสำหรับชีวิตของเรามากขึ้น เราจึงจะใช้ชีวิตได้อย่างสมดุลและมีเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้น ทั้งเวลาการทำงาน การพักผ่อน การใช้เวลากับตนเอง การสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่น
ก่อนที่เวลาจะผ่านเลยไปอย่างไม่มีวันหวนกลับมา อย่าเสียเวลาอีกเลย เราจึงต้องคิดและวางแผนในการใช้เวลาของชีวิต นอกจากนี้ สิ่งที่เราต้องทำและควรทำอีกสิ่งคือ เรียนรู้ที่จะดำเนินชีวิตกับปัจจุบันให้ได้ ศัตรูที่ยิ่งใหญ่ของการใช้เวลาตามน้ำพระทัยพระเจ้าคือ การใช้เวลาไปกับการเสียใจในสิ่งที่ตนทำไปแล้ว และการใช้เวลาไปกับความกังวลในเรื่องอนาคตที่ยังมาไม่ถึง เราจะมีความสุขกับปัจจุบันได้มากขึ้น อยู่ในมือของเราเป็นเวลาที่เราจะเลือกทำบางสิ่งและไม่ทำบางสิ่ง ขอพระเจ้าช่วยที่เราจะไม่สูญเสียเวลาที่มีค่านี้ไป
YOU MAY ALSO LIKE
คำโกหกที่ทำให้เราห่างไกลจากพระคำ
WRITER: ซาร่าห์ โซ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ชลิดา สุภาแสน EDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร สำหรับฉันช่วงขึ้นปีใหม่มันไม่ใช่ช่วงเวลาที่พิเศษอะไร ต้นเดือนมกราคมถือเป็นเหมือนเครื่องหมายในการเริ่มต้นกิจวัตรประจำวันเดิมๆของฉันทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน...
เริ่มต้นด้วยการเชื่อว่าพระเจ้าทรงแสนดี
WRITER: กาเบรียล ตริโยโน ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ชลิดา สุภาแสน EDITOR: Mustard Seed Team หลายครั้งในชีวิตเราทุกคนคงเคยพูดว่า “ขอบคุณพระเจ้า” หรือ “พระเจ้าดี” แต่ทางเลือกและวิถีชีวิตของเราสะท้อนถึงสิ่งที่เราพูดหรือไม่? สำหรับฉันมันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป...
ฉันเป็นที่รักจริงหรือ?
WRITER: เจสลิน ซี ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ชลิดา สุภาแสน EDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร “ไร้ประโยชน์” “โง่จัง” “ไม่เห็นจะมีไรดีสักอย่าง” คำพูดเหล่านี้อาจจะเป็นคำที่เราคุ้นเคยในท่ามกลางพวกเราบางคน แม้ว่าฉันจะรู้ว่าฉันเป็นลูกของพระเจ้า...


