fbpx

ถ้อยคำที่บาดลึก

วันที่ 17 | พระธรรมประจำวัน

1 แมลงวันตาย ย่อมทำให้น้ำมันหอมบูดเหม็นไป ความเขลาเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำลายปัญญาและเกียรติยศ
2 จิตใจของคนมีปัญญา ย่อมนำไปทางขวามือของเขา แต่จิตใจของคนเขลา ย่อมนำไปทางซ้ายมือของเขา
3 แม้เมื่อคนเขลากำลังเดินไปตามทาง เขาก็ขาดสติ และมักแสดงแก่ทุกคนว่า ตนเป็นคนเขลา
4 ถ้าอารมณ์โกรธของผู้ครอบครองพลุ่งขึ้นต่อท่าน อย่าลุกจากที่ของท่าน เพราะว่าอารมณ์เย็นย่อมระงับความผิดใหญ่หลวงไว้ได้
5 มีสิ่งสามานย์ที่ข้าพเจ้าเห็นภายใต้ดวงอาทิตย์ ประหนึ่งว่าเป็นความผิดซึ่งมาจากผู้มีอำนาจ 
6 คือคนเขลาถูกแต่งตั้งไว้ในตำแหน่งสูงใหญ่ และคนมั่งคั่งรับตำแหน่งต่ำต้อย 
7 ข้าพเจ้าเห็นทาสขี่ม้า และเจ้านายเดินที่พื้นดินอย่างทาส
8 ผู้ใดขุดบ่อไว้ ผู้นั้นจะตกลงในบ่อนั้น ผู้ใดพังกำแพงทะลุเข้าไป งูจะขบกัดผู้นั้น
9 ผู้ใดสกัดหิน ผู้นั้นอาจเจ็บเพราะหินนั้น ผู้ใดผ่าขอนไม้ ผู้นั้นจะประสบอันตรายเพราะขอนไม้นั้นได้
10 ถ้าขวานทื่อแล้ว และเขาไม่ลับให้คม เขาก็ต้องออกแรงมาก แต่ประโยชน์ของปัญญาคือการนำมาซึ่งความสำเร็จ
11 ถ้างูขบเสียก่อนที่ทำให้มันเชื่อง หมองูก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรแล้ว
12 ถ้อยคำจากปากของผู้มีปัญญาทำให้เขาเป็นที่โปรดปราน แต่ริมฝีปากของคนเขลาจะเผาผลาญตัวเขาเสีย
13 ถ้อยคำจากปากของเขาเป็นความเขลาตั้งแต่เริ่มปริปาก ตอนจบของคำพูดก็เป็นความบ้าบออย่างร้าย
14 คนเขลาพูดมากซ้ำซาก มนุษย์ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ใครจะบอกเขาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเขาจากไป?
15 การตรากตรำของคนเขลาทำให้เขาเหน็ดเหนื่อย เพราะว่าเขาไม่รู้จักทางเข้าเมือง
16 โอ แผ่นดินเอ๋ย วิบัติแก่เจ้าเมื่อกษัตริย์ของเจ้าเป็นเพียงคนรับใช้ และเจ้านายทั้งหลายของเจ้ามีการเลี้ยงกันสนุกสนานแต่เช้า
17 โอ แผ่นดินเอ๋ย เจ้าจะเป็นสุข เมื่อกษัตริย์ของเจ้ามาจากตระกูลของขุนนาง และเจ้านายของเจ้ามีการเลี้ยงตามกาลเทศะ เพื่อจะมีกำลังวังชา มิใช่จะดื่มให้มึนเมา
18 เพราะความขี้เกียจ หลังคาจึงทรุดพังลง และเพราะความเกียจคร้าน เรือนจึงรั่วเฉอะแฉะ
19 อาหารทำให้คนหัวเราะ และเหล้าองุ่นทำให้ชีวิตชื่นบาน และเงินก็จัดให้ได้ทุกอย่าง
20 อย่าแช่งด่าพระราชา เออ แม้แต่ในความคิดก็อย่าเลย และอย่าแช่งคนมั่งมี แม้เจ้าอยู่ในห้องนอนของเจ้าเพราะนกในอากาศจะคาบเสียงของเจ้าไปหรือตัวที่มีปีกจะเล่าเรื่องนั้น

ตั้งแต่เด็ก ผมและพี่น้องอีกสามคนคุ้นเคยกับการกระทบกระทั่งกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการอยู่ด้วยกันทุกวัน และบางครั้งก็มีการเอาชนะกันระหว่างพี่น้องด้วย

ผมยังจำได้ถึงเหตุการณ์หนึ่งในช่วงวัยรุ่นอายุประมาณ 15-16 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ผมมักตอบสนองอย่างรวดเร็วเกินไปต่อสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นความอยุติธรรม และพูดอะไรออกไปโดยไม่ได้รู้เรื่องราวทั้งหมด ผมรู้สึกว่าผมทำงานบ้านซึ่งคิดเป็นสัดส่วนแล้วมากกว่าน้องสาว แต่กลับไม่ได้รับการมองเห็นคุณค่าที่สมน้ำสมเนื้อกับปริมาณงานที่ทำ ผมเลยตัดสินใจพูดกับแม่ในสิ่งที่คิด

ขณะที่ผมกำลังบ่นอยู่นั้น คำพูดของผม ซึ่งตอนแรกผมคิดว่ามันฟังดูชอบธรรมมากๆ ตอนอยู่ในหัวของผม แต่จู่ๆ ผมก็ได้ยินมันอย่างที่มันเป็นจริงๆ นั่นก็คือเป็นคำพูดที่โง่เขลา ไม่เป็นความจริง และหยุมหยิม เมื่อคำสุดท้ายหลุดออกจากปาก ผมก็เริ่มรู้สึกเสียใจที่ได้พูดออกไป  

ผมยังจำใบหน้าอันเจ็บปวดของแม่ได้ ตอนที่แม่พยายามอธิบายให้ฟังว่า มุมมองของผมไม่ตรงกับความเป็นจริง และแม่ก็ไม่ได้เลือกที่รักมักที่ชัง

ตอนนั้นผมรู้แล้วว่าผมทำให้แม่เจ็บปวด ผมจึงเต็มไปด้วยความละอายใจอย่างท่วมท้น

ในช่วงอื่นๆ ของชีวิต ประสบการณ์แบบนี้เปิดเผยให้ผมรู้ว่า หัวใจของผมไม่ซื่อตรงและมีแนวโน้มที่จะตอบสนองอย่างหุนหันพลันแล่น และทำให้ผมรู้ว่าตัวเองต้องการสติปัญญา

ในปัญญาจารย์ 10:2 เราเห็นความตรงกันข้ามกันระหว่างคนมีปัญญากับคนเขลา คนมีปัญญาย่อมนำไปทางขวา หรือทางที่ “ถูกต้อง” ในขณะที่จิตใจของคนเขลาพาไปในทางตรงกันข้าม ปัญญาจารย์ได้อธิบายต่อไปอย่างละเอียดยิบถึงทางของคนเขลาตลอดทั้งบทนี้ นั่นก็คือเขาขาดสติ (ข้อ 3) ขาดความรู้ (ข้อ 15) และขี้เกียจ (ข้อ 18)

ยิ่งกว่านั้น คนเขลาแสดงแก่ทุกคนว่า ตนเป็นคนเขลา (ข้อ 3) พวกเขามีคำพูดมากมายแต่ไม่สร้างประโยชน์อะไร (ข้อ 14) และทำลายตัวพวกเขาเอง (ข้อ 12) ในทางกลับกัน ถ้อยคำของผู้มีปัญญานั้น “ทำให้เขาเป็นที่โปรดปราน” (ข้อ 12) 

แล้วการปฎิบัติตัวด้วยสติปัญญานั้นเป็นอย่างไร? โดยเฉพาะในโลกที่เต็มไปด้วยความอยุติธรรม ซึ่งบ่อยครั้งที่คนเขลาถูกแต่งตั้งไว้ในตำแหน่งที่มีเกียรติและอำนาจ (ข้อ 6)

ปกติแล้วเราจะโยง “สติปัญญา” เข้ากับความรู้ ความฉลาด และความเข้าใจเชิงลึก แต่สุภาษิต 9:10 บอกเราว่า “ความยำเกรงพระยาห์เวห์เป็นที่เริ่มต้นของปัญญา” ขณะที่ “คนโง่รำพึงในใจตนว่า ‘ไม่มีพระเจ้า’” (สดุดี 14:1) คนมีปัญญาดำเนินชีวิตด้วยความยำเกรงพระเจ้า ทำให้เกิดการเชื่อฟังต่อน้ำพระทัยซึ่งเปิดเผยอยู่ในพระคัมภีร์ 

นี่หมายถึงการเลือกที่จะดำเนินชีวิตตามพระวจนะของพระเจ้า เมื่อตกอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งหรือสถานการณ์ที่อยุติธรรม หลายปีต่อมา ผมสามารถมองย้อนกลับไปแล้วเห็นว่าพระวจนะหลายๆ ตอนสอนเราให้มีสติปัญญาในการยับยั้งปากของเรา (สุภาษิต 10:19) และการช้าในการพูด (ยากอบ 1:19) ซึ่งช่วยผมได้มาก 

ในเวลาที่ผมถูกกระตุ้นให้อยากระเบิดถ้อยคำใส่ใครด้วยความโกรธหรือความใจร้อน ผมรู้สึกขอบพระคุณที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ยับยั้งลิ้นของผมเอาไว้ และทรงให้ถ้อยคำเป็นคำตอบที่นุ่มนวลกับผมแทน (สุภาษิต 15:1) ซึ่งนั่นได้ละลายความโกรธเกรี้ยวให้หายไปแทบทุกครั้ง

สิ่งที่เกิดขึ้นช่วยให้ผมหลีกเลี่ยงความโง่เขลาแล้วใช้ชีวิตอย่างมีปัญญาได้ ดังที่ปัญญาจารย์ได้สะท้อนให้เห็นในข้อ 6-7 ว่า การปฏิบัติตนอย่างมีปัญญาไม่ได้ทำให้คนชื่นชอบเรา หรือทำให้เราหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดได้เสมอไป แต่พระคำของพระเจ้าได้สัญญาว่า เราจะได้รับพระพรยิ่งใหญ่ในการทำเช่นนี้

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำของเรา วิธีที่เราจัดการความสัมพันธ์ หรือทำการตัดสินใจครั้งสำคัญๆ ในชีวิต ขอให้เราแสวงหาปัญญาในพระคัมภีร์ และนำมาใช้ในชีวิตของเรา

– โดย ชอง โชวเอิน ประเทศสิงคโปร์

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ

1.  นึกถึงเวลาที่คุณปฏิบัติตัวอย่างโง่เขลาโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง พอได้มาทบทวนดูแล้ว การตอบสนองที่มีปัญญาน่าจะเป็นอย่างไร?

2. มีส่วนไหนในชีวิตบ้างที่คุณจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองด้วยปัญญาของพระเจ้า? จดเป็นรายการออกมาแล้วอธิษฐานมอบไว้กับพระเจ้า

ตอบสนองด้วยบทเพลง

เกี่ยวกับผู้เขียน

โครงการสำคัญชิ้นต่อไปของโชวเอินคือ การเอาชนะการผัดวันประกันพรุ่งที่เขาทำเสมอ ซึ่งเขากำลังจะเริ่มโครงการนี้ในไม่ช้า เขายังรักดนตรี กีฬา และการใช้เวลาที่มีคุณภาพกับเพื่อนๆ และครอบครัวอีกด้วย ที่สำคัญที่สุด เขาปรารถนาที่จะปรารถนาพระเจ้ามากขึ้น

ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI

MUSTARD SEED

Scripture quotations taken from The Holy Bible, Thai Standard Version 2011 ®

Privacy Policy

MUSTARD SEED is a part of
Our Daily Bread Ministries.

ABOUT US

We are a platform for Christian young people to ask questions about life and discover their true purpose. We are a community with different talents but the same desire to make sense of God’s life-changing word in our everyday lives.

® 2019 MUSTARD SEED . ALL RIGHTS RESERVED.

CONNECT WITH US

          

OUR OTHER LANGUAGES SITES
YMI (English)
WarungSaTeKaMu (Bahasa Indonesia)
雅⽶米 (Simplified Chinese)

Share This