WRITER: Mustard Seed Team
EDITOR: Mustard Seed Team
พอเริ่มปีใหม่ เรามักจะตั้งเป้าหมายสำหรับปีนั้นๆ บางคนมีหลายเป้าหมาย มีทั้งใหญ่และเล็ก บางเป้าหมายทำได้ บางเป้าหมายดูเกินจริง อาจเเบ่งเป็นระยะสั้นและระยะยาว แต่อย่างไรก็ตามเราก็ควรจะตั้งเป้าหมายในชีวิต มีเป้าหมายก็ดีกว่าไม่มี เพราะเป้าหมายเหมือนเป็นจุดเส้นชัยที่เราอยากไปให้ถึง แม้ผลลัพธ์จะถึงหรือไม่ก็ตาม
แล้วเราควรจะตั้งเป้าหมายให้ SMART มีความเฉพาะเจาะจง ชัดเจน วัดผลได้ สามารถเป็นจริงได้ สมเหตุสมผลและมีขอบเขตเวลาที่ชัดเจน ซึ่งเราอาจจะแบ่งเป้าหมายย่อย เป็นแนวทางของพฤติกรรมเพื่อให้เราทำได้สำเร็จไปทีละขั้น เมื่อเรามีแผนว่าเราจะไปที่ไหน เราจะไปที่นั่นง่ายขึ้น
“ใจของมนุษย์กับแผนงานทางของเขา แต่พระยาห์เวห์ทรงนำย่างเท้าของเขา” (สุภาษิต16:9)
เราควรตั้งเป้าหมายการเติบโตทางจิตวิญญาณที่ดีเป็นความสําคัญอันดับแรกของเรา การเติบโตในความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้าและการเรียนรู้ที่จะเป็นเหมือนพระเยซู และเราสามารถใช้หลักการตั้งเป้าหมายของคริสเตียนที่ดีเพื่อให้บรรลุเป้าหมายส่วนตัวและอาชีพที่ถวายเกียรติพระเจ้า และช่วยให้เรารักเพื่อนบ้านของเรามากขึ้น เป้าหมายจึงควรสอดคล้องกับน้ำพระทัยพระเจ้าที่มีในชีวิตของเรา
“อย่าลอกเลียนแบบอย่างคนในยุคนี้ แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ แล้วอุปนิสัยของท่านจึงจะเปลี่ยนใหม่ เพื่อท่านจะได้ทราบพระประสงค์ของพระเจ้า จะได้รู้ว่าอะไรดี อะไรเป็นที่ชอบพระทัย และอะไรดียอดเยี่ยม” (โรม 12:2)
เมื่อเราแสวงหาพระเจ้าอย่างจริงจังและทําตามแผนของเราต่อพระองค์ ทุกรายละเอียดอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้กับพระเจ้าของเรา แต่เราอย่าผูกติดอยู่กับผลลัพธ์ หากเป้าหมายไม่สำเร็จแม้ว่าคุณจะพยายามลงมือทําเพื่อให้มันเกิดขึ้น มันอาจไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม พระเจ้าทรงควบคุมอยู่ ให้ความล้มเหลวในอดีตเป็นบทเรียน ลืมสิ่งที่เคยผิดพลาดแล้วทำให้เต็มที่ บากบั่นอดทนก้าวต่อไป (ฟีลิปปี 4:12-14)
ให้เราตั้งเป้าหมายสัก 2-3 อย่างบันทึกความตั้งใจและอธิษฐานฝากไว้กับพระเจ้า พระเจ้าใส่ใจกับความฝันที่คุณมีและสิ่งที่คุณต้องการทําให้สําเร็จ ถ้าอยากให้เราอธิษฐานเผื่อก็ส่งหัวข้อมาบอกเราได้นะ เรียนรู้ที่จะเอาชนะความท้าทายไปพร้อมกัน
YOU MAY ALSO LIKE
โรคซึมเศร้านำฉันไปหาพระเยซู
WRITER: มิเชล ไล ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: นิศารัตน์ มั่นเกตุEDITOR: ไวท์ โรคซึมเศร้าของฉันเริ่มขึ้นเมื่อในเดือนธันวาคม 2006 ฉันจำได้แค่ว่า ตอนไปทัศนศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น ฉันรู้สึกเศร้าและเหนื่อยอยู่ตลอดเวลา มันก็เป็นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งปี 2007...
พระเจ้าปลดปล่อยฉันจากการต่อสู้ทางจิตใจได้อย่างไร
WRITER: จอร์แดน ดิเฟอร์นันโด้ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: เฮจี คิมEDITOR: ณัฐรวี ยุ้งทอง อาการซึมเศร้าและความวิตกกังวลไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับฉัน อาการแพนิคโจมตีเป็นประจำ ตามมาด้วยข้อสงสัยและความไม่เชื่อหลายๆ อย่าง...
มาพูดคุยเกี่ยวกับโรคทางจิตเวชกันเถอะ
WRITER: มาริสซา ลุค ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: Mustard Seed TeamEDITOR: Mustard Seed Team ฉันมีอาการวิตกกังวลครั้งแรกเมื่ออายุ 16 ปี หนึ่งปีหลังจากนั้น ฉันตัดสินใจทำตามการทรงเรียกสู่การทำงานเป็นผู้รับใช้เต็มเวลา ซึ่งทำให้ฉันได้ย้ายไปประเทศต่างๆ เป็นเวลาแปดปี...


