fbpx
WRITER: ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR: Nathapol Tepjak
EDITOR: พรสวรรค์ บรรเลงรมย์

การออกเดทเป็นเรื่องที่สนุกอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

โดยเฉพาะในช่วงแรกๆ ที่คุณกำลังทำความรู้จักกัน ไม่ว่าจะเป็นการส่งข้อความหากันตลอด ไปเดทกันที่คาเฟ่และไปดูหนัง หรือจะไปเดินเล่นที่สวนหรือไปพิพิธภัณฑ์ด้วยกัน การออกเดทเป็นเรื่องที่ทำให้ใจฟูๆ มีความสุข เมื่อต่างฝ่ายต่างมีความเพลิดเพลินซึ่งกันและกัน

แต่ความสัมพันธ์นั้นไม่ได้เกิดจากอะดรีนาลีนที่หลั่งพลุ่งพล่านเมื่อคุณได้สบตากัน หรือการได้ยินเสียงของคู่ของคุณ หรือเมื่อเวลาที่คุณดื่มด่ำไปกับเสียงเพลง หรือหนังสือที่ชื่นชอบเหมือนกันเท่านั้น แต่ความสัมพันธ์จะต้องถูกสร้างขึ้นจากสิ่งที่มั่นคงกว่านั้น สิ่งที่จะช่วยให้ยืนหยัดในช่วงเวลาแห่งการทดสอบ และสิ่งนั้นจะนำคุณทั้งคู่ผ่านความขัดแย้งไปได้ (แน่นอนว่า จะมีความขัดแย้งหลายอย่าง) ความอ่อนแอ (ทั้งของคุณเองและคู่ของคุณ) และธรรมชาติบาปที่เป็นเนื้อแท้ของคุณทั้งคู่ด้วย

สำหรับเราในฐานะที่เป็นผู้เชื่อซึ่งมีพระเยซูคริสต์เป็นรากฐาน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายถึงความน่ารักและบุคลิกหน้าตาของเรา หรือว่าเป็นคนที่พูดหรือสื่อสารได้ดีเพียงใด หรือว่ามีเงินมากแค่ไหน ต่อไปนี้เป็นสิ่งสำคัญสามอย่างที่จะช่วยให้เรายึดพระคริสต์ไว้เป็นศูนย์กลางในความสัมพันธ์ของเราเสมอ

1. อุทิศตัวและความสัมพันธ์ของคุณกับพระคริสต์

คริสเตียนทุกคนต่างรู้กฎของการออกเดท อันดับแรกคือ อย่าเข้าเทียมแอกกับผู้ไม่เชื่อ (2 โครินธิ์ 6:14) ความสัมพันธ์ที่มีจะไม่ตึงเครียด หากคู่ของคุณนั้นรักและติดตามพระคริสต์เป็นเรื่องพื้นฐาน ไม่ใช่แค่เพื่อความสัมพันธ์ของเรา แต่เพื่อเห็นแก่ความเชื่อของเราและคู่ของเราเองด้วย

ก่อนที่เราจะตกลงใจในการมีความสัมพันธ์ มันจะเป็นการฉลาดถ้าหากเราค้นหาว่า คู่ของเรานั้นยืนอยู่ในจุดใดในการดำเนินชีวิตกับพระเยซู เราควรจะแยกแยะให้ดี สังเกตและตรวจสอบตัวเราเองด้วยการอธิษฐาน ว่าตัวเราเองเป็นผู้ที่ ให้พระคริสต์เป็นสิ่งที่มีค่าอยู่เหนือสิ่งอื่นใดหรือไม่ (ลูกา 14:26) ? จากนั้นค้นหาว่า คู่ (มีแนวโน้มที่จะเป็นคู่) ของฉันเป็นคนที่รักพระคริสต์และคริสตจักรรึเปล่า (1ยอห์น 2:3-6) ?

ขอให้ตั้งใจที่จะยึดพระคริสต์เป็นศูนย์กลางของชีวิตและในการคบหากันด้วย พวกเราสามารถสำรวจความสัมพันธ์ของเราอย่างสม่ำเสมอได้โดยการถามคำถามเหล่านี้ว่า เราทำอะไรได้ดี และอะไรที่ทำได้ไม่ค่อยดีนัก และจะพัฒนาได้อย่างไร

ถามตัวเราเอง ไม่ว่าจะทั้งตอนที่นำกันและกันเข้าใกล้พระคริสต์มากขึ้น หรือตอนที่ออกห่างจากพระองค์ก็ตาม สารภาพบาปและกลับใจด้วยการอธิษฐานหากจำเป็นต้องทำสิ่งนี้ และขอพระเจ้าช่วยเราที่จะรักพระองค์มากกว่าคู่ของเราเอง

ข่าวดีคือ ไม่มีคำว่าสายเกินไปที่จะพูดเกี่ยวกับการอุทิศตัวของเรากับพระคริสต์ มันไม่ใช่เพียงแค่ครั้งเดียว หรือแค่ก่อนจะเริ่มคบหา แต่ควรจะเป็นสิ่งที่ทำเป็นประจำสม่ำเสมอในการเข้าหาพระเจ้าทั้งส่วนตัวและทั้งคู่

2. อุทิศตัวที่จะรู้จักพระคริสต์ร่วมกัน

วิธีที่เราเติบโตไปด้วยกันทั้งในการรู้จัก ในความรัก ในการเชื่อฟัง และในการรับใช้พระเจ้าไปพร้อมๆ กันนั้น ก็เหมือนกับวิธีที่เราทำเมื่อตอนเป็นโสด โดยการฝึกฝนความมีวินัยฝ่ายจิตวิญญาณ เช่น การอธิษฐานและนมัสการ การศึกษาพระคัมภีร์และการใคร่ครวญพระวจนะของพระเจ้า ไปโบสถ์สม่ำเสมอและร่วมสามัคคีธรรมกับพี่น้องคริสเตียน (จะกล่าวถึงเพิ่มเติมในภายหลัง)

ให้เรายังคงเติบโตในการดำเนินชีวิตกับพระเจ้าเป็นส่วนตัว และหาทางช่วยคู่ของคุณด้วย การอธิษฐานควรจะเป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ของเรา อธิษฐานอย่างสม่ำเสมอเผื่อคู่ของคุณตลอดทุกช่วงสถานการณ์ในความสัมพันธ์ ไม่ว่าคุณกำลังรู้จักกันในฐานะเพื่อน หรือกำลังตัดสินใจว่าจะไปต่อในความสัมพันธ์หรือไม่ การจีบ การออกเดท หรือช่วงเวลาที่ขึ้นๆ ลงๆ ของชีวิตคู่ หรือแม้แต่กำลังเตรียมตัวที่จะมีลูกด้วย

เมื่อไหร่ก็ตามที่ใครคนใดคนนึงกำลังรู้สึกแย่และอยากจะเลิก ให้เตือนใจซึ่งกันและกันถึงการครอบครอง ความดีงาม และความสัตย์ซื่อของพระผู้ไถ่ของเรา หากคุณยังไมได้รับคำตอบ ให้หนุนใจกันในการอธิษฐาน เพื่อช่วยเตือนกันและกันว่าพระองค์เป็นใครและเราเป็นใครในพระองค์ ไม่ว่าความเชื่อของใครคนใดคนหนึ่งเริ่มสั่นคลอนท่ามกลางความหดหู่ของฝ่ายจิตวิญญาณก็ตาม ให้เราช่วยกันและกันที่สายตาของเราจะกลับมามองที่พระเจ้าโดยมุ่งไปที่พระวจนะอย่างอ่อนสุภาพ

การฝึกฝนวินัยฝ่ายจิตวิญญาณด้วยกันจะช่วยหล่อหลอมความคิดภายในของเราให้มีความคิดอย่างเดียวกันกับพระคริสต์ (โรม 12:2) ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งท่ามกลางเสียงดังวุ่นวายและโหวกเหวกของโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นเสียงของสื่อต่างๆ หรือจากเพื่อนที่ไม่เชื่อก็ตามที่บอกเราว่าการออกเดทนั้นควรจะเป็นเช่นไร

3. อุทิศตัวเองให้อยู่ท่ามกลางผู้เชื่อด้วยกัน

ไม่มีชายใด หรือหญิงคนใด ที่จะอยู่ได้อย่างลำพัง ไม่ว่าจะในความเชื่อหรือการออกเดท การมีสามัคคีธรรมระหว่างผู้เชื่อเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการสั่งสอน เสริมสร้างกัน และช่วยกันให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากในชีวิต (ฮีบรู 10:24-25, ปัญญาจารย์ 4:9-12) ขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิทธิพิเศษในความสัมพันธ์ที่เรามีพี่น้องที่ช่วยกันและกันให้สามารถทำเรื่องเหล่านี้เพื่อพวกเราได้ ทั้งช่วงเวลาของการจีบกัน การหมั้นหมาย การแต่งงาน และแม้แต่การเป็นพ่อแม่ก็ตาม

ให้เราใช้เวลาไปกับการเรียนรู้ซึ่งกันและกันในกลุ่ม เช่น การไปเยี่ยมโบสถ์ของกันและกัน และแนะนำเขาให้รู้จักกับเพื่อนๆในกลุ่มของคุณทำความรู้จักเพื่อนๆ ที่มีส่วนในชีวิตของคู่ของคุณมาตลอดหลายปี

คุณควรจะมองหาพี่น้องที่เป็นคู่ที่อายุมากกว่าเพื่อจะเป็นที่ปรึกษาฝ่ายจิตวิญญาณ ที่คุณจะสามารถแบ่งปันเรื่องราวที่คุณกำลังเผชิญปัญหาทั้งในเรื่องความสัมพันธ์และความแตกต่างของบุคลิกระหว่างคุณทั้งสองคน รวมไปถึงเรื่องการวางแผนการแต่งงานและความสัมพันธ์กับญาติๆ ของคู่สมรสของคุณในอนาคต

ให้ตัวคุณเองอยู่ท่ามกลางพี่น้องที่อายุมากกว่าคุณ ที่พวกเขาสามารถจะช่วยดูแลคุณได้ และให้คำแนะนำที่ชาญฉลาดกับคุณและเป็นที่ปรึกษาตัวอย่างเช่น หากคุณทำผิดพลาดในเรื่องความบริสุทธิ์ ให้รายงานตัวต่อพวกเขาและให้พวกเขาอธิษฐานเผื่อ หากทำเช่นนี้ คุณจะมีประสบการณ์ในสติปัญญาของพระเจ้า ได้รับการหนุนใจ และความช่วยเหลือในช่วงเวลาที่ต่ำสุดของชีวิต เมื่อคุณรู้สึกเหมือนกำลังเดินผ่าน “หุบเขาเงามัจจุราช” ของการทดลองในความสัมพันธ์ของคุณ

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงเวลาของการออกเดท หรือกำลังรอคอยใครบางคน ตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะอธิษฐานและทูลขอการอวยพรจากพระเจ้าที่จะให้คู่พระพรของคุณรักพระองค์และเป็นคนที่นำคุณให้รักพระองค์เช่นกัน ขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงนำคุณในการติดตามพระคริสต์ และช่วยคุณให้อยู่ในชุมชนของผู้เชื่อเพื่อที่พวกเขาจะได้อธิษฐานเผื่อ ได้เห็นชีวิต  และให้คำแนะนำที่นำไปใช้ได้

ด้วยพระคุณของพระเจ้า พระองค์จะช่วยเราทั้งสองให้ยึดพระคริสต์ไว้เป็นศูนย์กลางทั้งในความสัมพันธ์และในชีวิตของคุณ

YOU MAY ALSO LIKE

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าฉันไม่อยากอ่านพระคัมภีร์หรืออธิษฐาน

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าฉันไม่อยากอ่านพระคัมภีร์หรืออธิษฐาน

WRITER: ฉีฉี ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: นิศารัตน์ มั่นเกตุEDITOR: กรชวัล เพชรเลิศอนันต์ มันเป็นอีกหนึ่งวันที่ยาวนาน ในระหว่างที่ดูแลพวกลูกๆ  สะสางงานต่างๆ  ก็แทบจะไม่มีเวลาให้ได้พักหายใจเลย เมื่อลูกๆ...

ฉันมีส่วนรับผิดชอบในความรอดของเพื่อนหรือไม่?

ฉันมีส่วนรับผิดชอบในความรอดของเพื่อนหรือไม่?

WRITER: เมดาลีน คาลู ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: PinkEDITOR: Thitikarn Nithiuthai (Mesy) ฉันยังจำช่วงเวลาที่ฉันเริ่มต้นความสัมพันธ์กับพระเยซูได้ ราวกับว่าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ในช่วงที่อากาศหนาวเย็นของเดือนมกราคม ฮันนาห์...

เสียงที่ดังพอ

เสียงที่ดังพอ

WRITER: GRACESaoriEDITOR: Mustard Seed Team เคยไหม? ที่ในบางครั้งเสียงของใครบางคนก็ดังกว่าเสียงของตัวเอง เสียงนี้มักดังเร้าอยู่ภายในใจ บ่อยครั้งในเมื่อเราอยู่ในช่วงที่คิดไม่ตก ฟุ้งซ่าน หาทางออกไม่เจอหลายๆ สิ่ง แต่จะมีเสียงๆ นี้แหละ ที่กลับดังขึ้นมาหัวใจ...

Share This