TRANSLATOR: ณัฐฤทัย อาสาประโคน
EDITOR: Mustard Seed Team
Artwork by : YMI x @squarepurplefish
คำอธิบาย: เมื่อเรานึกถึงคนที่เรารักที่ยังไม่เชื่อพระเจ้า หลายคนอาจสัมผัสได้ถึงภาระใจอันใหญ่หลวงในการพาพวกเขาเข้ามารู้จักพระคริสต์ เพราะคิดว่าเราเป็นคนเดียวที่มีหน้าที่นำทางพวกเขามาสู่พระองค์ จึงคาดหวังกับตัวเองเกินความจำเป็นในเรื่องการวางตัวกับพวกเขา ความรักที่มอบให้ หรือสร้างกรอบความคิดของเราต่อพวกเขา
เราเริ่มสงสัยแล้วว่าที่เราเพียรอธิษฐานเผื่อเพื่อนๆ ของเรามาตลอดนั้นสูญเปล่าไหม หรือเรารู้สึกกดดันที่ต้องพยายามพูดถึงพระคริสต์ในทุกบทสนทนาหรือเปล่า เรากลัวว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นก่อนที่พวกเขาจะมีโอกาสเข้ามารู้จักพระคริสต์เสียอีก
ถ้าคุณเคยถามตัวเองว่า “ฉันจะมีความสุขบนสวรรค์ได้ยังไงถ้าจะไม่ได้กลับไปเจอคนที่เรารักบนนั้น?” เราหวังว่ามุมมองต่อไปนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระใจของคุณออกมาได้
YOU MAY ALSO LIKE
โรคซึมเศร้านำฉันไปหาพระเยซู
WRITER: มิเชล ไล ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: นิศารัตน์ มั่นเกตุEDITOR: ไวท์ โรคซึมเศร้าของฉันเริ่มขึ้นเมื่อในเดือนธันวาคม 2006 ฉันจำได้แค่ว่า ตอนไปทัศนศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น ฉันรู้สึกเศร้าและเหนื่อยอยู่ตลอดเวลา มันก็เป็นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งปี 2007...
พระเจ้าปลดปล่อยฉันจากการต่อสู้ทางจิตใจได้อย่างไร
WRITER: จอร์แดน ดิเฟอร์นันโด้ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: เฮจี คิมEDITOR: ณัฐรวี ยุ้งทอง อาการซึมเศร้าและความวิตกกังวลไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับฉัน อาการแพนิคโจมตีเป็นประจำ ตามมาด้วยข้อสงสัยและความไม่เชื่อหลายๆ อย่าง...
มาพูดคุยเกี่ยวกับโรคทางจิตเวชกันเถอะ
WRITER: มาริสซา ลุค ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: Mustard Seed TeamEDITOR: Mustard Seed Team ฉันมีอาการวิตกกังวลครั้งแรกเมื่ออายุ 16 ปี หนึ่งปีหลังจากนั้น ฉันตัดสินใจทำตามการทรงเรียกสู่การทำงานเป็นผู้รับใช้เต็มเวลา ซึ่งทำให้ฉันได้ย้ายไปประเทศต่างๆ เป็นเวลาแปดปี...


