fbpx

04/09/2022

พระเจ้าทำให้ฉันรักความเป็นตัวเองมากขึ้น

ARTIST: Arisa
ARTWORK TYPE/MEDIUM: Illustration

โดยปกติแล้ว ฉันเชื่อว่ามนุษย์เรามักจะไม่คิดว่าตัวเองมีข้อบกพร่องหรือผิดปกติอะไร จนกว่าจะถูกเปรียบเทียบ ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมหรือใครสักคน ที่ทำให้เรารู้สึกว่าสิ่งที่เราเป็นซึ่งแตกต่างจากพวกเขานั้นเป็นสิ่งที่แปลก และทำให้เกิดความรู้สึกในด้านลบมากกว่าบวกซึ่งนำไปสู่การอยากเปลี่ยนแปลง จนอาจสูญเสียความเป็นตัวตนที่พระเจ้าตั้งใจสร้างให้เราเป็นจริงๆ ไปในที่สุด

 

ก่อนที่ฉันจะรู้จักกับพระเจ้า ฉันเคยรู้สึกว่าการที่ฉันเป็นคนเงียบๆ นั้นเป็นข้อด้อย ฉันเคยถูกโหวตให้เป็นคนที่เงียบที่สุดในห้อง ฉันถูกถามมากมายถึงเหตุผลที่ฉันเป็นคนเงียบ ซึ่งจริงๆ แล้วฉันแค่คิดว่าฉันเป็นนักเรียนใหม่ที่พึ่งมาได้ไม่นาน และถ้าไม่คุ้นเคยหรือสนิทกับใครก็จะไม่ค่อยพูด หรือแม้แต่การที่ถูกคนทักว่าเรียบร้อยจัง ซึ่งมันควรเป็นข้อดีและฉันควรภูมิใจกับคำพูดเหล่านั้น แต่มันกลับทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันควรทำอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้ดูเรียบร้อยขนาดนั้น ฉันพยายามโกหกตัวเองว่าจริงๆ แล้วฉันไม่ได้เป็นคนเงียบหรือเรียบร้อย พยายามบอกตัวเองว่าจริงๆ แล้วฉันชอบเข้าสังคม ชอบพูดคุยมากกว่าที่จะฟังหรือใช้ความคิด และชอบไปเจอเพื่อนมากกว่าอยู่เงียบๆ คนเดียว แต่จริงๆ แล้วมันแทบจะตรงกันข้าม และฝืนธรรมชาติที่แท้จริง ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ฉันไม่มีอิสระในการค้นหาตัวเองและรู้จักตัวตนที่แท้จริงของฉันได้

แต่พอฉันได้รู้จักและได้รับการเติมเต็มด้วยความรักของพระเจ้า พระองค์สำแดงให้ฉันเห็นคุณค่าในความเป็นตัวตนที่แท้จริงของฉันที่พระเจ้าตั้งใจสร้างขึ้นมาอย่างเฉพาะเจาะจง เพื่อการดีที่มีเพียงคนบุคลิกแบบฉันที่จะทำได้ นั่นทำให้ฉันเห็นคุณค่าของการที่ฉันเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยเข้าสังคมขึ้นมาทันที พระเจ้าได้สำแดงความจริงกับฉันผ่านพระคัมภีร์ว่าฉันถูกสร้างและถูกกำหนดเอาไว้เพื่อการดี ไม่ใช่เพื่อจุดประสงค์ที่เป็นลบ หรือการถูกด้อยค่าแต่อย่างใด

 “พระเยโฮวาห์ตรั​สว่า เพราะเรารู้แผนงานที่เรามี​ไว้​สำหรับเจ้า เป็นแผนงานเพื่อสันติ​ภาพ ไม่ใช่​เพื่อความทุกข์​ยาก เพื่อจะให้อนาคตตามที่คาดหมายไว้​แก่​เจ้า” เยเรมีย์‬ ‭29:11‬ ‬‬

“เราได้รู้จักเจ้าก่อนที่เราได้ก่อร่างตัวเจ้าขึ้นในครรภ์ และก่อนที่เจ้าคลอดจากครรภ์ เราก็ได้กำหนดตัวเจ้าไว้ เราได้แต่งตั้งเจ้าเป็นผู้เผยพระวจนะแก่บรรดาประชาชาติ” เยเรมีย์‬ ‭1:5‬ ‭

 

พระเจ้าสำแดงกับฉันผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ว่าการที่ฉันเป็นคนไม่ชอบพูดนั้นเป็นเพราะจริงๆ แล้วฉันชอบฟังผู้อื่น โดยเฉพาะเวลาที่พระเจ้านำใครสักคนที่มีปัญหาชีวิตมาระบายกับฉัน ฉันยินดีที่จะรับฟังและเข้าใจพวกเขา ซึ่งทำให้ฉันเรียนรู้ว่าแค่นั้นก็คือพระพรอันมหาศาลสำหรับเขาแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น การที่ฉันเป็นคนเงียบ นั่นคือฉันชอบใช้ความคิด และกลั่นกรองก่อนที่จะพูดบางสิ่งออกมา นั่นเป็นข้อดีเพราะทำให้ฉันดูเป็นคนที่น่าเชื่อถือ มีวุฒิภาวะ จริงใจ และพึ่งพาได้ นอกจากนี้ ฉันชอบการเขียน และพระเจ้าได้สำแดงให้ฉันเห็นว่าฉันมีจุดแข็งในเรื่องนี้ ซึ่งมันมีประโยชน์ในการทำงานอย่างมาก

พระเจ้าจึงทำให้ฉันรู้จักตัวเองและรักในความเป็นตัวฉันมากขึ้น ทำให้รู้ว่าพระเจ้าตั้งใจสร้างแต่ละคนให้มีลักษณะนิสัย ของประทาน และความสามารถแตกต่างกันไป เพื่อจะได้ช่วยเหลือพึ่งพากันและกัน แม้ในความสามารถที่ดูอ่อนค่าที่สุดก็จะได้รับการตกแต่งและมีบทบาทสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะในครอบครัวพระคริสต์ที่เราต้องพึ่งพากัน และขาดของประทานหรือคุณสมบัติใดไปไม่ได้ เพราะเราอยู่ในพระกายเดียวกัน

“ด้วยพระวิญญาณทรงโปรดประทานให้คนหนึ่​งมีถ้อยคำประกอบด้วยสติ​ปัญญา และให้​อี​กคนหนึ่​งมีถ้อยคำอันประกอบด้วยความรู้ แต่​เป็นโดยพระวิญญาณองค์​เดียวกัน และให้​อี​กคนหนึ่​งมีความเชื่อ แต่​เป็นโดยพระวิญญาณองค์​เดียวกัน และให้​อี​กคนหนึ่​งมีความสามารถรักษาคนป่วยได้ แต่​เป็นโดยพระวิญญาณองค์​เดียวกัน และให้​อี​กคนหนึ่งทำการอัศจรรย์​ต่างๆ และให้​อี​กคนหนึ่งพยากรณ์​ได้ และให้​อี​กคนหนึ่งรู้จักสังเกตวิญญาณต่างๆ และให้​อี​กคนหนึ่งพูดภาษาต่างๆ และให้​อี​กคนหนึ่งแปลภาษานั้นๆ ได้ สิ่งสารพัดเหล่านี้ พระวิญญาณองค์เดียวกันทรงบันดาลและประทานแก่​แต่​ละคนตามชอบพระทัยพระองค์” 1 โครินธ์‬ ‭12:8-11‬ ‭

“แต่​บัดนี้​พระเจ้าได้ทรงตั้งอวัยวะทุกส่วนไว้ในร่างกายตามชอบพระทัยของพระองค์ แต่​ยิ่งกว่านี้อวัยวะของร่างกายที่เราเห็​นว่าอ่อนแอ เราก็ขาดเสียไม่​ได้ และอวัยวะของร่างกายที่เราถือว่ามี​เกียรติ​น้อย เราก็ยังทำให้​มีเกียรติ​ยิ่งขึ้น และอวัยวะที่​ไม่​น่าดู​นั้น เราก็​ทำให้​น่าดู​ยิ่งขึ้น เพราะว่าอวัยวะที่​น่าดู​แล้ว ก็​ไม่​จำเป็​นที่จะต้องตกแต่​งอีก แต่​พระเจ้าได้ทรงให้อวัยวะของร่างกายเสมอภาคกัน ทรงให้อวัยวะที่ต่ำต้อยเป็​นที่นับถือมากขึ้น เพื่อไม่​ให้​มี​การแก่งแย่​งกันในร่างกาย แต่​ให้​อวัยวะทุกส่วนมีความห่วงใยซึ่​งกันและกัน” 1 โครินธ์‬ ‭12:18, 22-25‬ 

 

อย่างไรก็ตาม มีบางสถานการณ์ที่ฉันต้องพูดต่อหน้าคนเยอะๆ ซึ่งมันค่อนข้างจะขัดกับธรรมชาติของฉัน แต่ถ้านั่นคือสิ่งที่พระเจ้าให้ฉันทำ พระเจ้าก็จะเสริมกำลังให้ฉันสามารถทำสิ่งนั้นได้ อย่างที่พระองค์เคยทำให้กับผู้รับใช้ของพระองค์ในอดีต

“แล้วข้าพเจ้าก็กราบทูลว่า “​อนิจจา ข้าแต่​องค์​พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้า ดู​เถิด ข้าพระองค์​พู​ดไม่​เป็น เพราะว่าข้าพระองค์เป็นเด็ก” แต่​พระเยโฮวาห์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “อย่าว่าเจ้าเป็นแต่​เด็ก เพราะเจ้าจะต้องไปหาทุกคนที่เราใช้​ให้​เจ้​าไป และเราบัญชาเจ้าอย่างไรบ้าง เจ้​าจะต้องพูด อย่ากลัวหน้าเขาเลย เพราะเราอยู่กับเจ้า จะช่วยเจ้าให้​พ้น​” พระเยโฮวาห์ตรั​สดังนี้​แหละ” เยเรมีย์‬ ‭1:6-8‬‬

“แต่โมเสสทูลพระยาห์เวห์ว่า “องค์เจ้านาย ข้าพระองค์ไม่ใช่นักพูด ทั้งในอดีต และตั้งแต่เมื่อพระองค์ตรัสกับผู้รับใช้ของพระองค์ ข้าพระองค์เป็นคนพูดไม่คล่อง” พระยาห์เวห์จึงตรัสกับโมเสสว่า “ใครเล่าสร้างปากมนุษย์หรือทำให้เป็นใบ้ หูหนวก ตาดี หรือตาบอด? เรา ยาห์เวห์ เป็นผู้ทำไม่ใช่หรือ? บัดนี้ ไปเถิด เราจะช่วยเจ้าให้พูด และจะสอนคำซึ่งควรจะพูด” อพยพ‬ ‭4:10-12‬ ‭

ทุกวันนี้ฉันจึงขอบคุณพระเจ้า ที่นอกจากจะได้ใช้ประโยชน์จากความเป็นตัวฉันที่ฉันเคยไม่ชอบจนทำให้ฉันยอมรับและเห็นคุณค่ามันแล้ว พระเจ้ายังเสริมกำลังให้ฉันสามารถทำในสิ่งที่ฉันไม่ถนัดเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้าด้วยเช่นกัน ทำให้ฉันตระหนักได้ว่า หากมีพระเจ้า ก็ทำได้ทุกสิ่ง เพื่อให้ฉันเป็นคนที่ดีรอบคอบและครบบริบูรณ์ในพระองค์

“พระคัมภีร์​ทุ​กตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และเป็นประโยชน์ในการสอน การตักเตือนว่ากล่าว การปรับปรุงแก้ไขคนให้​ดี และการอบรมในเรื่องความชอบธรรม เพื่อคนของพระเจ้าจะดี​รอบคอบ พรักพร้อมที่จะกระทำการดี​ทุกอย่าง” 2 ทิโมธี‬ ‭3:16-17‬ 

“และข้าพเจ้าอธิษฐานว่าขอให้ความรักของท่านทวียิ่งๆ ขึ้นพร้อมกับความรู้และวิจารณญาณทุกด้าน เพื่อท่านทั้งหลายจะสังเกตเห็นได้ว่าสิ่งใดประเสริฐที่สุด เพื่อท่านจะได้เป็นคนบริสุทธิ์ เป็นคนไม่มีที่ติได้ในวันแห่งพระคริสต์ และเป็นคนที่เต็มบริบูรณ์ด้วยผลของความชอบธรรมซึ่งเกิดขึ้นโดยทางพระเยซูคริสต์ เพื่อถวายพระเกียรติและการยกย่องแด่พระเจ้า” ฟีลิปปี‬ ‭1:9-11

‬‬

YOU MAY ALSO LIKE

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

WRITER: แมเดลีน เกรซ ชคูลฟีลด์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ปาลีญา ธนาวัฒนเจริญEDITOR: ธนากร พูลสินกูล ฉันรู้สึกราวกับว่ามีผ้าห่มผืนใหญ่ทับอยู่บนอกของฉัน เมื่อฉันลองหายใจลึกๆ เข้าไปในปอดและพยายามไอออกมาด้วยความรู้สึกแสบ...

ชีวิตที่ถูกซ่อนไว้จากความจริง

ชีวิตที่ถูกซ่อนไว้จากความจริง

TRANSLATOR: เจ.ที.เอ็ม.EDITOR: Mustard Seed Team คุณเคยทำตัวเองหล่นหายไหม รู้สึกโกรธตัวเองและต่อว่าตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกจากความผิดพลาดในชีวิตบ้างไหม หรือถามตัวเองว่าฉันเกิดมาทำไม หรือรู้สึกว่าโลกนี้มันไม่ได้มีที่ยืนสำหรับฉันเลย ความเจ็บปวดหรือความรู้สึกไร้ค่าเหล่านี้...

ถ้าการเป็นคริสเตียนไม่ได้ช่วยอะไรฉันล่ะ?

ถ้าการเป็นคริสเตียนไม่ได้ช่วยอะไรฉันล่ะ?

WRITER: อัลวิน โธมัส ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ณัฐพร ชังเจริญEDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน ผมอยากจะเริ่มต้นโดยการบอกว่า ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณนะ คงมีหลากหลายเหตุผลเลยทีเดียวที่ว่าการเป็นคริสเตียนอาจไม่ตอบโจทย์...

MUSTARD SEED

Scripture quotations taken from The Holy Bible, Thai Standard Version 2011 ®

Privacy Policy

MUSTARD SEED is a part of
Our Daily Bread Ministries.

ABOUT US

We are a platform for Christian young people to ask questions about life and discover their true purpose. We are a community with different talents but the same desire to make sense of God’s life-changing word in our everyday lives.

® 2019 MUSTARD SEED . ALL RIGHTS RESERVED.

CONNECT WITH US

          

OUR OTHER LANGUAGES SITES
YMI (English)
WarungSaTeKaMu (Bahasa Indonesia)
雅⽶米 (Simplified Chinese)

Share This