WRITER: Jilly Jang
EDITOR: Mustard Seed Team
“เมื่อพระเยซูตรัสอย่างนั้นแล้ว พระองค์ก็ทรงเป็นทุกข์ในพระทัย และตรัสเป็นพยานว่า ‘เราบอกความจริงกับท่านว่า คนหนึ่งในพวกท่านจะทรยศเรา’” (ยอห์น 13:21)
ช่วงนี้ฉันกำลังเฝ้าเดี่ยวด้วยการอ่านพระกิตติคุณยอห์น โดยพยายามฝึกอธิษฐานทูลขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นผู้เปิดเผยเรื่องราวก่อนอ่านเสมอ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เมื่อก่อนฉันมักจะมองข้ามไป
เนื้อหาดำเนินมาถึงตอนที่พระเยซูทรงล้างเท้าให้สาวกทั้ง 12 คน และตรัสบอกให้รู้ว่ายูดาส อิสคาริโอท คือคนที่จะทรยศพระองค์ (ยอห์น 13:26) ตอนแรกที่อ่าน ฉันไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับการหนุนใจอะไรจากเรื่องราวของยูดาส นอกจากมองเขาว่าเป็นเพียงข้อมูลของคนที่ไม่เชื่อวางใจในพระเยซู แถมยังแอบยักยอกเงินพันธกิจ จนสุดท้ายเมื่อพระเยซูถูกตรึง เขาก็จบชีวิตตัวเองลง (มัทธิว 27:5)
แต่ขอบคุณพระเจ้า… หลังจากปิดพระคัมภีร์ลงโดยไม่ได้คิดอะไรต่อ ฉันก็เปิดฟังพอดแคสต์คริสเตียนแบบสุ่มๆ ความน่าอัศจรรย์คือ เรื่องในพอดแคสต์กลับเป็นตอนเดียวกับที่พระเยซูบอกว่ายูดาสจะทรยศพระองค์! ซึ่ง AI ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าฉันกำลังอ่านตอนไหนอยู่ เนื่องจากฉันอ่านจากพระคัมภีร์ที่พิมพ์เป็นเล่ม ถ้าพระเจ้าทรงประสงค์จะตรัสกับฉัน พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็ทรงมีวิธีทำให้ฉันได้รับรู้จนได้ ทรงเป็นพระเจ้าผู้รู้ทะลุทะลวงอย่างแท้จริง
สิ่งที่หนุนใจฉันอย่างมากในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของยูดาส แต่เป็นเรื่องของพระเยซูคริสต์เจ้า ผู้ทรงเป็นทั้งเจ้าบ่าวและผู้เลี้ยงของฉัน พระองค์ทรงรักผู้ที่พระบิดาส่งมาให้จนถึงที่สุด ตามที่พระองค์ตรัสว่า “สารพัดที่พระบิดาประทานแก่เราจะมาหาเรา และคนที่มาหาเรา เราจะไม่ขับไล่เลย” (ยอห์น 6:37)
ฉันลองถามตัวเองว่า ถ้ารู้ว่าใครคนหนึ่งเป็นตัวร้ายขั้นสุด เป็นอันตรายที่จะนำความตายมาให้ ฉันจะเลือกเขามาเป็นเพื่อนไหม? แน่นอนว่านอกจากจะไม่คบแล้ว ฉันคงหนีไปให้ไกลที่สุด แต่พระเยซูกลับยังทรงเลือกยูดาส นอกจากเพื่อให้เป็นไปตามคำเผยพระวจนะในสดุดี 41:9 แล้ว พระองค์ยังทรงรักเขาในชีวิตจริงด้วย พระคัมภีร์บรรยายว่าพระองค์ทรงเป็นทุกข์กับการทรยศของยูดาส พระองค์ไม่ได้รักเฉพาะผู้ที่เชื่อวางใจอย่างมารธา มารีย์ และลาซารัสเท่านั้น (ยอห์น 11:5) แต่ยังทรงรักศัตรูไม่แพ้กัน เหมือนที่พระองค์ทรงสอนให้พวกเราทำ (มัทธิว 5:44)
ฉันเชื่อว่าไม่ได้มีแค่ยูดาสเท่านั้นที่เป็นศัตรูซึ่งพระองค์ทรงรัก แต่รวมถึงเหล่าธรรมาจารย์ที่คอยขัดขวางและจับพระองค์ตรึงกางเขน พระองค์ก็ทรงรักพวกเขาเช่นกัน ดังที่ทรงบอกรักผ่านคำอุปมาเรื่องเหรียญเงินที่หายไป (ลูกา 15:8-10) และบุตรน้อยหลงหาย (ลูกา 15:11-32)
สำหรับผู้เล็กน้อยอย่างฉัน พระองค์ก็ทรงรักและไม่ปรารถนาให้พินาศไป ฉันรู้สึกอุ่นใจอย่างมากเมื่อได้รู้ความจริงว่า พระเจ้าทรงให้เหล่าทูตสวรรค์คอยเฝ้าอยู่เฉพาะพระพักตร์สำหรับชีวิตของฉันตลอดเวลา (มัทธิว 18:10-14) นั่นหมายความว่า ไม่มีใครในโลกใบนี้เลยที่พระเยซูไม่รัก
ฉันต้องย้ำกับตัวเองอีกครั้งว่า “พระเจ้าไม่ได้รักฉันเพราะฉันเป็นคนดี และไม่ได้เลิกรักฉันเมื่อฉันแย่” เพื่อให้ฉันยังคงยืนหยัดได้ในวันที่เริ่มสงสัยว่า พระเจ้ายังทรงอยู่กับฉันไหม? พระองค์ยังรักฉันอยู่หรือเปล่า? หรือการไถ่ของพระองค์ยังครอบคลุมมาถึงฉันไหม? โดยเฉพาะในเวลาที่อ่อนแอและสุ่มเสี่ยงที่จะล้มลงในการทดลอง
ความจริงก็คือ พระคุณของพระเจ้าเพียงพอสำหรับชีวิตของฉันในทุกๆ วัน ทุกเวลา ทุกความรู้สึก และทุกสถานการณ์ (2 โครินธ์ 12:9) พระหัตถ์ของพระองค์ยึดฉันไว้เสมอ ขอเพียงแค่ฉันไม่แกะมือออกไป และที่สำคัญที่สุด แม้มนุษย์อาจจะล้มเหลวได้ แต่พระเจ้าจะไม่มีวันล้มเหลวเลย (โยชูวา 21:45) พระองค์ผู้ทรงเริ่มต้นการดีไว้ในเรา จะทรงทำให้สำเร็จจนถึงวันแห่งพระเยซูคริสต์อย่างแน่นอน (ฟีลิปปี 1:6)
YOU MAY ALSO LIKE
จะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไรควรลาออก
WRITER: แอนดรูว์ แลร์อาด ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ณัฐฤทัย อาสาประโคนEDITOR: Mustard Seed Team แอนดรูว์ ทำงานอยู่กับ City Bible Forum ในประเทศออสเตรเลีย และเป็นผู้ดูแลโครงการ Life@Work...
ฉันออกจากงานเพื่อสุขภาพจิตของฉัน
WRITER: เกรซ ลิม ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: Mustard Seed TeamEDITOR: Mustard Seed Team เพื่อนร่วมงานที่ชอบแทงข้างหลัง หัวหน้างานที่ไม่เอาใจใส่ ภาระงานที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนไม่สามารถจัดการได้ นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ฉันลาออกจากงาน...
เมื่อพระเจ้ามาผิดเวลา
WRITER: คริสเทิล กังกาดีน ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ปาลีญา ธนาวัฒนเจริญEDITOR: ส้มจี๊ด “ฉันจะเรียนจบมหาวิทยาลัย หางานดีๆ ทำ และแต่งงานตอนอายุ 24” เพื่อนของฉันคาดการณ์อย่างมั่นใจ ระหว่างที่กลุ่มเรานั่งคุยกันช่วงอาหารกลางวันในโรงเรียนมัธยมปลายหญิงล้วน...


