fbpx
WRITER: แม๊กซ์ เจนกานาธาน ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR: Mustard Seed Team
EDITOR: Mustard Seed Team

การเริ่มต้นของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเรามาก ทุกสิ่งที่มนุษย์แสวงหาเพื่อเป็นรากฐาน ของอัตลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพการงานของเรา ความมั่นคงทางการเงิน สิทธิเสรีภาพ หรืออื่นๆ สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ามันเป็นเพียงสิ่งหลอกลวง ไม่แข็งแรง และผิดพลาดได้ ในขณะที่ผลกระทบทางกายภาพของไวรัสได้ครอบงำความคิดของรัฐบาลของพวกเรา และความเหนื่อยล้าที่ไม่รู้จบของงานบริการด้านสุขภาพ ผลกระทบด้านสุขภาพจิตจากโรคระบาดนี้น่าจะคงอยู่นานหลายปี

ท่ามกลางความวุ่นวายด้านการแพทย์และเศรษฐกิจ หลายคนตกงาน หลายคนสูญเสียคนรัก หรือบางคนแค่รู้สึกหมดหนทางและจมดิ่งสู่ภาวะซึมเศร้า มันไม่มีช่วงเวลาไหนสำคัญกว่าช่วงเวลานี้ ที่จะพูดถึงผลกระทบอย่างรุนแรงจากเรื่องของการป่วยทางจิตที่ทำลายล้างทั้งจากภายในและภายนอกคริสตจักร

คำถามที่คริสเตียนมักถามคือ ถ้าพระเจ้ามีจริงและเป็นอย่างที่คริสเตียนพูดว่าพระองค์เต็มด้วยความรัก เต็มด้วยฤทธิ์อำนาจและแสนดี ทำไมคริสเตียนถึงยังฆ่าตัวตาย?

มันเป็นคำถามที่ชัดเจนและยุติธรรม แต่มีความเข้าใจผิดอยู่บ้างในสมมติฐานนี้ มันเหมือนกับการสมมติว่า ถ้าเป็นคริสเตียนต้องกลายเป็นคนที่ได้รับการยกเว้นจากความแตกสลายทั้งของตัวเองและของโลกนี้ ซึ่งมันไม่ใช่เช่นนั้น

คำตอบสั้นๆ สำหรับคำถามข้อนี้คือ คริสเตียนไม่ได้ถูกยกเว้นจากความเป็นจริงทั้งสองประการนี้ คริสเตียนแตกสลายและโลกก็เช่นกัน นี่คือเหตุผลว่าทำไมคริสเตียนถึงทำบาป เป็นมะเร็ง ติดเชื้อโควิด-19 อารมณ์เสีย ตกงาน และใช่ บางครั้งก็ทุกข์ทรมานกับปัญหาสุขภาพจิต

คำสอนของพระเยซูไม่ได้เกี่ยวกับการที่เราต้องมีความมั่นคงทางอารมณ์ แต่คือการยอมรับความจริงที่ว่า เราไม่ได้มีความสามารถมากพอที่จะควบคุมอารมณ์และเป็นคนดีได้ตลอดเวลา

เราต้องการการช่วยกู้ ไม่ใช่การแก้ไขปรับปรุง และการช่วยกู้นี้มีทางเดียวเท่านั้นคือผ่านทางพระเยซูคริสต์

ขณะที่การช่วยกู้นี้ปรากฎอย่างชัดเจนผ่านการมีความสัมพันธ์กับพระเยซูและความสอดคล้องระหว่างลักษณะของเรากับหัวใจของพระองค์ มันคือการให้เหตุผลและข้อพิสูจน์ทางภววิทยา (ontological) ไม่ใช่ทางการแพทย์ เพื่อจะบอกว่า โดยการมีความสัมพันธ์กับพระเจ้า เราได้รับการเปลี่ยนแปลงเป็นคนใหม่ การเปลี่ยนแปลงนี้เปลี่ยนวิธีที่เรามีความสัมพันธ์กับพระเจ้าและวิธีที่พระเจ้ามีความสัมพันธ์กับเราเช่นกัน แต่ไม่จำเป็นว่า เราจะต้องฉลาด แข็งแรง มีสุขภาพดี หรือร่ำรวยแค่ไหน ผลลัพธ์คือคริสเตียนอยู่ภายใต้ความเปราะบางทางชีวเคมี (biochemical) และระบบประสาท (neurological) เช่นเดียวกับทุกคน นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางครั้งคริสเตียนถึงเป็นตัวอย่างของเหตุการณ์ที่น่าสลดใจของผู้ที่ไม่เห็นทางเลือกอื่นนอกจากต้องปลิดชีพตัวเอง

ปัญหาสุขภาพจิตส่วนใหญ่ (รวมถึงความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า) เป็นเรื่องทางการแพทย์ ไม่ใช่เเค่เรื่องของอารมณ์ความรู้สึก นี่คือเหตุผลว่าทำไมคริสเตียนที่กำลังประสบกับความวิตกกังวล ซึมเศร้า ความเหงา หรือโรคที่คล้ายคลึงกันนั้นควรไปพบทั้งแพทย์เหมือนกับที่ไปหาศิษยาภิบาลเสมอ การอธิษฐานเป็นสิ่งสำคัญของสุขภาพฝ่ายวิญญาณของเรา แต่พระเจ้าประทานยาแผนปัจจุบันแก่เราเพื่อตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเราด้วย การเป็นคริสเตียนไม่ได้แปลว่าเราได้รับการยกเว้นจากปัญหาสุขภาพจิต อย่างไรก็ตาม การเป็นคริสเตียนเราได้รับการปลอบประโลม ได้รับกำลัง และได้รับความหวังผ่านอุปสรรคต่างๆ ด้วยความสัมพันธ์กับพระเจ้า และความรักและการหนุนใจจากเพื่อนๆ พี่น้องในพระคริสต์

ความเจ็บป่วยทางจิตนั้นเป็นเรื่องสามารถเกิดขึ้นได้และสมเหตุสมผลเหมือนกับความเจ็บป่วยทางการแพทย์อื่นๆ เราแทบจะไม่สงสัยในพระเจ้าเลยเมื่อคริสเตียนเป็นไข้หวัดหรือข้อเท้าแพลง และเราก็ไม่ควรสงสัยเช่นกัน เมื่อสาวกของพระเยซูต่อสู้กับเรื่องสุขภาพจิต

โลกแตกสลาย ฉันแตกสลาย ศัตรูกำลังทำงาน ชีวิตมันไม่ง่ายเสมอไป นี่คือความเป็นจริงที่โหดร้ายของยุคสมัยที่เราใช้ชีวิตอยู่ และตระหนักมากขึ้นท่ามกลางการแพร่ระบาดนี้ อย่างไรก็ตาม มีความเป็นจริงที่สำคัญกว่าที่มาพร้อมกับสิ่งเหล่านี้ พระเจ้าทรงเป็นองค์จอมราชา พระเจ้าทรงสร้างคุณ พระเจ้าทรงรู้จักและรักคุณ คุณเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ (เอเฟซัส 2:10) พระองค์ทรงมีแผนการที่น่าอัศจรรย์สำหรับชีวิตคุณที่จะไม่จบอยู่เพียงแค่นี้ (เยเรมีห์ 29:11)

ไม้กางเขนของพระเยซูคริสต์แสดงให้เห็นในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ พระเจ้าผู้ไม่ถูกแยกออกจากความทุกข์ทรมาน แต่แสดงให้เราเห็นพระเจ้าผู้ทรงรักเรามากจนทรงก้าวลงไปในความทุกข์ทรมานของเราอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า โควิด-19 ความกดดันด้านการศึกษา หรือความคิดอยากฆ่าตัวตาย พระองค์ทรงทุกข์ทรมานเพื่อคุณและพระองค์ทรงมอบหนทางเพื่อที่เราจะได้มีความสัมพันธ์กับพระองค์ และเป็นอิสระจากความแตกสลายและความทุกข์ทรมานตลอดไป

ในระหว่างนี้ พระองค์ทรงสัญญาว่าจะจับมือคุณ (หากคุณยอมให้พระองค์จับ) และทรงให้กำลังเพื่อที่จะก้าวข้ามผ่านการต่อสู้ชั่วคราวของโลกที่แตกสลายของเรา (1 เปโตร 1:3-7, โรม 8:37-39) พระองค์ทรงมีพระพรมากมายสำหรับเรา การผจญภัยที่จะพาคุณไป และอีกหลายสิ่งสำหรับคุณในชีวิตนี้ พระองค์ยังมีแผนการสำหรับคุณ

ในปัจจุบัน การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความวุ่นวาย มันทำให้ผมอบอุ่นใจกับการที่ได้เห็นคริสเตียนสำแดงความรัก อธิษฐาน ช่วยเหลือ และยืนเคียงข้างกันและกันกับผู้ที่ได้รับผลกระทบ และความรักจากพระเยซูหลั่งไหลออกมา

นี่เป็นท่าทีเดียวกับที่เราต้องอยู่เคียงข้างพี่น้องคริสเตียนของเรา เมื่อพวกเขาต่อสู้กับปัญหาสุขภาพจิต ผมได้รับกำลังใจอย่างมากจากการที่คริสตจักรของผมสนับสนุนผู้คนที่มีปัญหาสุขภาพจิต ผ่านกลุ่มซัพพอร์ต การดูแลอภิบาล การให้คำปรึกษา และการส่งต่อทางการแพทย์เมื่อจำเป็น

ความคิดฆ่าตัวตายเตือนเราว่าเราต้องการพระผู้ช่วยให้รอด ในพระเยซู พระเจ้าได้จัดเตรียมการช่วยกู้ไว้สำหรับเราแล้ว

ไม่ว่าสิ่งต่างๆ จะดูเลวร้ายแค่ไหน การฆ่าตัวตายไม่จำเป็นต้องเป็นหนึ่งในทางเลือก หากคุณกำลังต่อสู้กับความคิดอยากฆ่าตัวตายหรือปัญหาสุขภาพจิต ให้ขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ ขอความช่วยเหลือจากครอบครัวของคุณ หากคุณอยู่ในคริสตจักร ให้ขอความช่วยเหลือจากคริสตจักรของคุณ ในขณะเดียวกัน ให้คุณเข้าหาพระเจ้า แล้วพระองค์จะเสด็จเข้ามาใกล้คุณ (ยากอบ 4:8)

YOU MAY ALSO LIKE

อย่าเสียของ

อย่าเสียของ

WRITER: พอลล่าEDITOR: Mustard Seed Team “ระหว่างที่พระองค์ประทับที่หมู่บ้านเบธานี ในบ้านของซีโมนคนที่เคยเป็นโรคเรื้อน ขณะเมื่อประทับและเสวยอาหารอยู่นั้น มีหญิงคนหนึ่งถือผอบน้ำมันหอมนารดาที่มีราคาแพงมากมาหาพระองค์ แล้วเปิดผอบเทน้ำมันนั้นชโลมลงบนพระเศียรของพระองค์...

ฉันเป็นคนบาปจริงหรือ? เป็นและไม่เป็น

ฉันเป็นคนบาปจริงหรือ? เป็นและไม่เป็น

WRITER: จาเนล ไบร์ทเท็นสไตน์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: Mustard Seed TeamEDITOR: Mustard Seed Team หลายเดือนที่แล้ว มีคนบอกฉันว่าพวกเขาพบกลยุทธ์การสร้างวินัยแบบใหม่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับลูกๆ ของพวกเขาโดยบังเอิญ เมื่อพวกเขาจับได้ว่าลูกของเขากำลังทำผิด เด็กจะหยุดทำ...

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

WRITER: แมเดลีน เกรซ ชคูลฟีลด์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ปาลีญา ธนาวัฒนเจริญEDITOR: ธนากร พูลสินกูล ฉันรู้สึกราวกับว่ามีผ้าห่มผืนใหญ่ทับอยู่บนอกของฉัน เมื่อฉันลองหายใจลึกๆ เข้าไปในปอดและพยายามไอออกมาด้วยความรู้สึกแสบ...

Share This