WRITER: ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก ODB.SG
TRANSLATOR: กาญจนา กาญจนพาที
EDITOR: MUSTARD SEED TEAM
ไม่ว่าเป้าหมายของคุณจะเป็นการอ่านพระคัมภีร์ให้ได้มากขึ้นหรืออะไรก็ตาม นี่เป็นวิธีการที่คุณจะไม่พลาดเป้าหมายที่ตั้งไว้ของคุณ
วันหนึ่งในเดือนมกราคมเมื่อหลายปีก่อน นได้ตั้งเป้าหมายที่เรียบง่ายขึ้นมาอย่างหนึ่ง คือจะอ่านพระคัมภีร์วันละหนึ่งบท และะจะย่อใจความสำคัญให้เหลือหนึ่งบรรทัด หากทำต่อเนื่องประมาณสามปี ฉันก็จะมีรายการสรุปครบทั้ง 1,189 บทของพระคัมภีร์ ซึ่งจะกลายเป็นแหล่งอ้างอิงที่สะดวกสำหรับค้นหาเรื่องราวและพัฒนาการสำคัญต่างๆ ในพระคัมภีร์
ห้าปีหลังจากนั้น ฉันทำได้แค่ประมาณ 650 บท ฉันหยุดอยู่ที่หนังสือบทเพลงคร่ำครวญและหนังสือสดุดีก็ทำไปได้แค่ 1 ใน 3 ทุกเดือนธันวาคม ฉันจะบอกกับตัวเองว่าปีหน้าฉันจะเริ่มต้นใหม่
บางทีเป้าหมายปีใหม่ควรจะถูกเรียกว่า “เป้าหมายเดือนมกราคม” เพราะจากรายงานโดยกลุ่มคนออกกำลังกายในระบบเครือข่าย “สตราว่า” พบว่าคนส่วนใหญ่จะละทิ้งเป้าหมายปีใหม่ไป ลองทายดูสิตอนไหน คำตอบคือ 19 มกราคม เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจว่าภายใน 19 วัน คนที่ปฏิฎาณว่าจะมีสุขภาพดี หลายคนล้มเลิกไปแล้ว
ฉันสงสัยว่านี่จะเป็นเรื่องเดียวกันกับคนที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะอ่านพระวจนะของพระเจ้า สำหรับฉันแล้วแน่นอน ถึงฉันจะรักพระเจ้ามากแต่ฉันก็ต้องสารภาพว่า การอ่านพระคำของพระองค์เป็นประจำนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทาย และเรากำลังเริ่มคิดว่าเราควรตั้งเป้าหมายอะไรสำหรับปีนี้ ฉันจึงอยากแบ่งปันข้อคิดที่ฉันได้เรียนรู้และได้นำมาใช้กับตัวเอง
ถ้า มานาประจำวัน เป็นเหมือนอาหารหลักของเราทุกวันฉันก็อยากแนะนำว่าอย่าอ่านเฉพาะมานาประจำวันอย่างเดียว มันอาจจะรู้สึกแปลกที่พูดแบบนี้เมื่อรู้ว่าฉันทำงานที่ หน่วยงานมานาประจำวัน เราเชื่อว่าการติดตามพระเยซูต้องมีการขุดให้ลึกลงไปในพระคำของพระเจ้าตรงๆ
มันมีบางเวลาและบางวันที่มานาประจำวันสามารถให้บทเรียนด้านจิตวิญญาณประจำวันแต่เพื่อที่เราจะรู้จักพระเจ้าจริงๆ เราต้องใช้เวลาในการอธิษฐานพอๆ กับการอ่านและทบทวนพระคำของพระเจ้าในส่วนที่ละเอียดกว่า ในซีรีส์ Our Journey Through Series สามารถช่วยคุณอ่านพระคัมภีร์ เล่มต่อเล่มได้อย่างเป็นระบบโดยไม่ต้องลำบากมากนัก
ขั้นที่สอง ให้เรามาตั้งเป้าหมายที่เราทำได้จริง และสามารถทำต่อเนื่องได้ หรือไม่ก็หาวิธีที่เป็นรูปธรรม เพื่อช่วยให้เราทำตามเป้าหมายอะไรก็ตามที่เราได้ตั้งไว้เกี่ยวกับการอ่านพระคัมภีร์
แอพสตราว่าได้รายงานว่านักปั่นจักรยานสามารถรักษาวินัยในการออกกำลังกายได้ดีกว่า เมื่อพวกเขาปั่นเป็นกลุ่มมากกว่าปั่นคนเดียว ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน และมุ่งมั่นที่จะออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ
จากคำแนะนำเหล่านั้น เราอาจสรุปเป็น 5 เคล็ดลับ ที่ช่วยให้เรารักษาเป้าหมายเอาไว้ได้
1. ตั้งเป้าหมาย
การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม และสามารถทำได้จริง เช่น อ่านพระคัมภีร์ให้จบหนึ่งเล่มต่อสัปดาห์หรือต่อเดือน จะช่วยให้เราก้าวเดินต่อไปในเส้นทางแห่งพระคำของพระเจ้าได้ไม่สะดุด ความอิ่มใจจากการไปถึงเป้าหมายแต่ละขั้นสามารถเป็นแรงผลักดันที่ดี เพราะมันทำให้เราบอกกับตัวเองได้ว่า “เราทำได้จริงๆ”
หากเป้าหมายของคุณคือ การอ่านพระคัมภีร์ให้จบทั้งเล่ม มัสตาร์ดซีดก็มีแผนการอ่านพระคัมภีร์หนึ่งปี พร้อมเป้าหมายรายวันที่คุณสามารถทำตามได้
2. เข้าร่วมกลุ่ม
ความรับผิดชอบต่อกันและการมีสามัคคีธรรมก็เป็นแรงผลักดันที่สำคัญไม่แพ้กัน เช่นเดียวกับการออกกำลังกายที่คนเรามักจะทำต่อเนื่องได้ดีกว่าเมื่อเข้าร่วมกลุ่มหรือมีเพื่อนนัดกันไว้ การมีกลุ่มผู้เชื่อที่มีใจเดียวกัน หรือแม้แต่มีเพื่อนเพียงคนเดียวก็สามารถหนุนใจให้เราอ่านพระคัมภีร์อย่างสม่ำเสมอได้เช่นกัน
3. ทำอย่างสม่ำเสมอ
ดูเหมือนว่าคนที่วิ่งหรือปั่นจักรยานในตอนเช้าจะสามารถรักษาวินัยได้ดีกว่า เช่นเดียวกัน การมีช่วงเวลาหรือวิธีการอ่านพระคัมภีร์ที่สม่ำเสมอจะช่วยให้เรามีวินัยมากขึ้น ตัวอย่างเช่น เราอาจทำให้การอ่านพระคัมภีร์เป็นสิ่งแรกของวัน หลังจากได้ดื่มกาแฟอุ่นๆ สักแก้ว
4. เพิ่มความหลากหลาย
นักกีฬาไม่ได้ฝึกซ้อมแบบเดียวกันทุกวัน พวกเขามีการออกกำลังที่หลากหลายในวันที่แตกต่าง เพื่อบริหารกล้ามเนื้อมัดที่ต่างกัน มันอาจจะมีบางวันที่คุณรู้สึกเหนื่อยหรือจิตใจคุณไม่สามารถเข้าใจพระคัมภีร์ได้ซักบท เราอาจใช้เวลานั้นอธิษฐน อ่านคำพยานสั้นหรือความเห็นที่น่าสนใจ หรืออ่านคำหนุนใจในสดุดี พระเจ้าทรงดีพระทัยทุกครั้งที่เราอยู่ต่อหน้าพระองค์
นักกีฬาไม่ได้ฝึกซ้อมแบบเดิมทุกวัน แต่จะสลับรูปแบบการออกกำลังกายในแต่ละวัน เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อในหลากหลายวิธี เช่นเดียวกัน บางวันเราอาจรู้สึกเหนื่อยล้า หรือจิตใจไม่พร้อมพอจะรับพระคำทั้งบทได้ ในวันแบบนั้นเราอาจใช้เวลาอธิษฐาน อ่านบทเฝ้าเดี่ยวสั้นๆ บทอธิบายพระคัมภีร์ที่น่าสนใจ หรืออ่านพระธรรมสดุดีที่หนุนใจแทนได้ พระเจ้าทรงดีพระทัยทุกครั้งที่เราอยู่ต่อหน้าพระองค์
5. ให้ตัวเองได้พักบ้าง
แผนการไดเอทหรือการออกกำลังกายที่ได้ผลมักจะมี “วันโกง” วันที่เราอนุญาตให้ตัวเองได้พักบ้าง แม้ว่าวินัยจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่ฉันเชื่อว่าเราไม่จำเป็นต้องกดดันหรือตำหนิตัวเอง หากบางครั้งเราไม่อยากอ่านพระคัมภีร์จริงๆ ถ้าเราหยุดไปหนึ่งวันก็อย่าให้ความรู้สึกผิดหรือความล้มเหลวเข้ามาครอบงำใจ
การติดตามพระเยซูไม่ได้หมายถึงการทำตามแผนการอ่านพระคัมภีร์อย่างเคร่งครัดไร้ที่ติ แต่คือการเดินทางแห่งความเพียรพยายาม ที่มีทั้งการสะดุดล้มและความผิดพลาดเป็นระยะๆ ทว่าทั้งหมดนั้นไม่ควรทำให้เราท้อถอยจากเป้าหมายสูงสุดของเรา นั่นคือการเป็นเหมือนพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา
บางทีคุณอาจอยากลองพิจารณาแนวคิดทั้ง 5 ข้อนี้ ไม่ว่าจะเลือกเพียงข้อเดียวหรือหลายข้อ ขณะที่คุณเริ่มทบทวนเป้าหมายสำหรับปีนี้…และต่อจากนี้ไป ฉันเองก็รู้ว่าจะนำหลายแนวคิดเหล่านี้มาปรับใช้ เพื่ออ่านและสรุปพระคัมภีร์ให้จบตามที่ตั้งใจไว้
ให้เราเดินทางผ่านพระคำของพระเจ้าและรักพระองค์รักพระคำของพระองค์ด้วยสิ้นสุดใจสุดวิญญาณและสุดความคิดของเราและพูดว่า
“พระดำรัสของพระองค์นั้น ข้าพระองค์ชิมแล้วหวานจริงๆ หวานกว่าน้ำผึ้งเมื่อถึงปากข้าพระองค์” (สดุดี 119:103)
YOU MAY ALSO LIKE
กังวลจนไม่หลับไม่นอน
WRITER: Mustard Seed TeamEDITOR: Mustard Seed Team ฉันนอนไม่หลับทั้งคืน บางคืนเราก็มีอาการนอนไม่หลับ หลับๆ ตื่นๆ พอเช้าตื่นมาก็ไม่สดชื่น อารมณ์ไม่ดี การนอนไม่หลับส่งผลกระทบต่อคนส่วนใหญ่เป็นครั้งคราว แต่สําหรับบางคนอาจเจอปัญหานี้เป็นประจำ...
ทำไมเราถึงไม่กล้าปฏิเสธ
WRITER: ซาร่า โซ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: สุมิตรา ชามรามดาบานEDITOR: ปวีณา นิลบุตร “ถ้าใช่ก็จงบอกว่าใช่ ถ้าไม่ใช่ก็จงบอกว่าไม่ใช่” (ยากอบ 5:12) ขณะที่ฉันเขียนข้อความนี้ ฉันเพิ่งจะพูดว่า "ไม่" ที่จะฟังความขัดข้องใจของแม่เรื่องคนสนิทในครอบครัว...
พระเจ้าช่วยฉันผ่านประสบการณ์เลวร้าย (ถูกล่วงละเมิดทางเพศ)
WRITER: แคทเธอรีน ฟลินน์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: Mustard Seed TeamEDITOR: Mustard Seed Team ในปี 2003 ฉันอายุ 24 ปี และอาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษตอนที่ฉันถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยเพื่อนร่วมห้องของฉัน...


