fbpx
WRITER: เนล ลิม ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR: ศุภิสรา เจริญศรีศิลป์
EDITOR: อาเกียว

ฉันเป็นคนที่มีเป้าหมายที่ชัดเจนมากๆ ว่าชีวิตของตัวเองควรเป็นอย่างไร

เรื่องแรก ฉันควรได้แต่งงานแล้ว ในตอนนั้นฉันเคยมีคนที่อาจเรียกได้ว่าเป็นรักแท้ของฉัน และถึงแม้ฉันรู้สึกมานานหลายปีแล้วว่าฉันไม่มีสันติสุขจากพระเจ้าเลยเมื่อคิดถึงการแต่งงานกับเขา ฉันพยายามอย่างถึงที่สุดที่จะไม่สนใจมัน ฉันเรียกการขาดสันติสุขนี้แตกต่างกันไปเช่น การกลัวการผูกมัด การกลัวความเปลี่ยนแปลง หรือการกลัวการพัฒนาความสัมพันธ์ที่เร็วเกินไป และในที่สุด ฉันก็ทนใช้ชีวิตด้วยความเจ็บปวดกับใจที่ถูกแบ่งเป็นสองส่วนแบบนี้ไม่ได้ วันที่ฉันเลือกพระเจ้า และเลือกที่จะยุติความสัมพันธ์ลง ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าฉันได้แลกคนที่ฉันรักมากที่สุดกับความเหงาตลอดชีวิตไปแล้ว

ในตอนนี้ฉันควรจะมีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานแล้วเช่นกัน ฉันจะเรียนจบปริญญาด้วยเกียรตินิยมทำไม ถ้าจะมานั่งทำงานพาร์ทไทม์ ไม่มีความก้าวหน้าในการงาน ไม่มีสวัสดิการจากการทำงาน หรือโอกาสที่จะสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ ในขณะเดียวกัน เพื่อนๆ ผู้โชคดีของฉันได้งานที่ทำให้พวกเขาเข้าสู่วงการตลาดหลักทรัพย์ งานที่ต่อสู้เพื่อความยุติธรรม และงานที่รักษาคนเจ็บป่วย ฉันรู้ว่าฉันฉลาด แต่พระเจ้าก็ปิดประตูทุกงานที่ฉันคิดว่ามันดีและนั่นก็ทำให้ฉันคิดจริงๆ ว่าพระเจ้าคิดว่าฉันไม่มีความสามารถรึเปล่า?

และฉันก็ไม่ควรจะต้องมาถูกลวนลามทางเพศโดยผู้รับใช้อาวุโสในโบสถ์ของตัวเองมานานกว่า 4 ปีเลย หรือการที่ต้องหาโบสถ์ใหม่เพื่อที่ฉันจะได้รับการรักษาภาวะจิตผิดปกติหลังจากเผชิญเหตุการณ์รุนแรงในชีวิต และในจุดที่แย่ที่สุดในชีวิตของฉัน ฉันไม่เคยมีสังคมที่ฉันคุ้นเคยจนสามารถเรียกว่าครอบครัวได้เลย และพระเจ้าก็ดูเหมือนจะไม่รีบร้อนในการเตรียมครอบครัวใหม่ให้กับฉัน พระองค์ไม่ได้พูดอะไรสักคำในเรื่องที่ฉันกำลังหาโบสถ์ที่เป็นครอบครัวใหม่ ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าพระเจ้ากำลังพอใจที่จะเอนตัวสบายๆ อ่านหนังสือพิมพ์ ในขณะที่ฉันจมลงในทะเลไปแล้ว

นี่ไม่ควรจะเป็นโชคชะตาของฉัน ฉันควรจะได้รับใช้พระเจ้าอย่างสัตย์ซื่อตลอดชีวิตของฉัน และใช้ชีวิตอยู่ในขอบเขตที่พระเจ้ากำหนดไว้เพื่อความบริสุทธิ์ แต่ในเรื่องสำคัญที่สุดของฉัน พระเจ้ากลับเงียบอย่างน่าแปลกตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันไม่ได้ขออะไรมากเลย แค่เพียงมีใครสักคนที่ฉันจะสามารถรักได้ งานที่ฉันทำแล้วภูมิใจกับมัน สังคมที่ฉันอยู่แล้วปลอดภัย สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่พระคัมภีร์บอกไว้และมันก็เป็นสิ่งที่ดีด้วย ว่าแต่พระคัมภีร์พูดเรื่องนี้ว่าอย่างไรหละ? “พระเจ้ามิได้ทรงหวงสิ่งดีอันใดไว้ จากบรรดาผู้ที่ดำเนินในความซื่อสัตย์(สดุดี 84:11)

และเมื่อผ่านไปปีแล้วปีเล่า พระธรรมข้อนี้ก็ยิ่งดูเหมือนเป็นเรื่องตลกขึ้นเรื่อยๆ รอบๆ ตัวฉันมีแต่ผู้คนที่ไม่สนใจในพระเจ้าและเรื่องราวของพระองค์ แต่พวกเขากลับได้ทุกอย่างที่ฉันอยากได้! ทำไมพระเจ้าถึงดูเหมือนตั้งใจจะทำให้ฉันผิดหวังกับสิ่งดีทุกๆ อย่างที่ฉันพยายามไขว่คว้าเพื่อชีวิตของฉัน?

ฉันมาถึงจุดแตกหักและโกรธมากที่ฉันเสียเวลาจากการใช้ชีวิตเพื่อตัวเองไปใช้ชีวิตเพื่อพระองค์เพียงเพื่อที่จะได้สิ่งที่ไม่มีคุณค่าอะไรเลยตอบแทนกลับมา และในที่สุดฉันก็ทิ้งพระเจ้า

สถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตทำให้ฉันเข้าใจพระเจ้าผิดตลอดมา ฉันคิดว่าพระเจ้าไม่ดีเพราะพระองค์ปฏิเสธที่จะให้สิ่งดีที่ฉันจำเป็นต้องมีเพื่อความสำเร็จในชีวิต  แต่หลังจากช่วง 3 ปีแห่งความทุกข์จากการพยายามหาความสุขที่ไม่ได้มาจากพระองค์ ฉันก็ได้ตระหนักว่าฉันน่าจะตีความสถานการณ์ที่ผ่านมาผิดไปอย่างมากมาย

ในยุคนี้ เราคงไม่ค่อยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับรูปเคารพมากเท่าไหร่แล้ว มันดูเหมือนจะเป็นเรื่องล้าสมัยที่ผู้คนจะมาก้มหัวไหว้รูปปั้นไม้ และหวังว่าจะได้รับความรอด พวกเขาจะไม่เห็นได้ยังไงว่ารูปปั้นเหล่านั้นช่วยอะไรไม่ได้?

แต่สิ่งที่ฉันไม่ได้ตระหนักถึงนั่นก็คือ ความปรารถนาที่อยากจะมีคู่ชีวิต มีหน้าที่การงานที่มาพร้อมกับความก้าวหน้า และอยู่ในชุมชนคริสตจักรที่จะช่วยบรรเทาความเหงาของฉันสามารถกลายเป็นรูปเคารพได้เช่นกัน ใจของฉันคิดเองอย่างไม่รู้ตัวว่า ถ้าเพียงแต่ฉันมีสิ่งเหล่านี้ ฉันคงจะไม่ต้องเจ็บปวด สิ่งเหล่านี้คงจะเติมเต็มความต้องการสำหรับชื่อเสียง ความรัก ความเป็นที่ต้องการ และคุณค่าของฉันได้ พระเจ้า + (รูปเคารพในมุมที่คิดไม่ถึงมาก่อน) คงทำให้ฉันพอใจได้ และถ้าฉันจะต้องเลือกจริงๆ ฉันก็เชื่อว่าสิ่งที่จะทำให้ฉันพอใจได้มากกว่าก็คงจะไม่ใช่พระเจ้าหรอก

ในขณะที่พระเจ้าไม่ตอบสนองความต้องการเหล่านี้ของฉัน และมองดูฉันโมโหและกล่าวโทษพระองค์ พระองค์คงนั่งกุมขมับคิดสงสัยว่าเธอไม่เห็นได้ยังไงว่าสิ่งเหล่านั้นไม่สามารถช่วยเธอได้?”

ฉันไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่นัก แต่ฉันก็มีลางสังหรณ์ว่าทำไมพระเจ้าถึงทำลายแผนการของฉันทั้งหมด

ถ้าพระองค์ปล่อยให้ฉันได้ทุกสิ่งที่ฉันอยากได้ฉันคงจะพึ่งพาสิ่งเหล่านั้นและให้มันมาเต็มเติมทุกความต้องการของฉันอย่างแน่นอน

เมื่อนั้นฉันคงจะใช้เวลาทุกย่างก้าวเพื่อทำให้แน่ใจว่าฉันจะไม่เสียสิ่งเหล่านั้นไป เพื่อแผนการชีวิตที่วางไว้จะประสบความสำเร็จ ฉันทุ่มเทให้กับงานมากพอที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งรึยังนะ? ฉันเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีพอที่จะไม่ถูกทิ้งไว้นอกกลุ่มรึยังนะ? ฉันเติมเต็มความคาดหวังของทุกคนในชุมชนที่ฉันอยู่เพียงพอที่จะทำให้ฉันมีคุณค่าเสมอสำหรับพวกเขารึยังนะ? ด้วยการตกเป็นทาสของการแย่งชิงและไขว่คว้าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ฉันคงกลายเป็นคนที่เต็มไปด้วยความไม่มั่นคงและความกลัว

และเมื่อรูปเคารพเหล่านี้ไม่สามารถให้ในสิ่งที่ฉันต้องการได้ เหมือนอย่างที่ไม่สามารถให้ได้อยู่แล้ว ชีวิตของฉันก็คงจะไม่เป็นไปตามที่หวังไว้อยู่ดี ถ้าเช่นนั้น จะมีผลร้ายอะไรมากมายที่จะทำให้ฉันกลัวได้อีก? จะเกิดผลร้ายอะไรแก่คนที่ฉันรักถ้าฉันเพียงหวังว่าพวกเขาจะช่วยเติมเต็มฉันในขณะที่ไม่มีใครทำให้ได้?

เป็นเพราะความดีของพระเจ้าที่พระองค์ทรงพลิกชีวิตของฉันขึ้น พระองค์ทรงให้ฉันเห็นความจริงในรูปเคารพต่างๆ ที่ฉันเคยให้ช่วย พระเจ้าไม่ปล่อยให้ฉันถูกหลอกลวง ทรงแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าอะไรที่ไม่ใช่ และพระองค์ทรงนำฉันให้เข้าใกล้พระองค์ ผู้ทรงเป็นผู้เดียวที่จะเติมเต็มความต้องการได้อย่างแท้จริง(ฟีลิปปี 4:16) ฉันมาถึงจุดที่ได้เรียนรู้ว่าไม่ว่าการแต่งงาน หรือการมีอาชีพที่ประสบความสำเร็จ หรือการมีสังคมที่โบสถ์ ก็ไม่ได้เป็นเรื่องผิดที่จะอยากมีหรอกนะ แต่ถ้าฉันไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ถ้าขาดสิ่งเหล่านี้แล้วหละก็ ฉันก็รู้แล้วว่าฉันได้ให้สิ่งเหล่านี้เป็นรูปเคารพของฉันไปซะแล้ว

ตั้งแต่ฉันทิ้งความสัมพันธ์กับรูปเคารพเหล่านั้นและกลับไปหาพระเจ้า ไม่มีสักวันเดียวที่ฉันจะไม่รู้สึกสูญเสียและเจ็บปวด แต่ในขณะเดียวกัน ก็ไม่มีสักวันเดียวที่ฉันจะหลับไปอย่างไม่มีสันติสุข พระเจ้ามาเยี่ยมเยียนฉันอย่างเงียบๆ และด้วยวิธีที่น่าอัศจรรย์ใจในการเติมเต็มความต้องการของฉันในแต่ละวัน โดยไม่เคยทำให้ผิดหวังเลย พระองค์ทรงหันความสนใจของฉันไปยังสิ่งดีงามที่พระองค์ทรงมอบให้ฉันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อนสนิท งานที่ฉันมี ทำให้ฉันได้สัมผัสถึงการทรงสถิตของพระองค์ผ่านสิ่งเหล่านี้

พระองค์ตรัสกับฉันว่า นี่ไม่ใช่รางวัลที่ได้มาง่ายๆ แต่สิ่งแรกที่เรารู้ว่าเจ้าต้องการคือการเยียวยา บางครั้งพระองค์ทรงเปิดเผยพระองค์เองผ่านหนังสือที่ฉันกำลังอ่าน ตอบคำถามเรื่องความเจ็บปวดที่ฉันไม่เคยพูดออกมาให้ใครรู้เลยด้วยซ้ำ ครั้งหนึ่ง พระองค์ถึงกับจัดเตรียมบทเรียนที่ชัดเจนมากในขณะที่ฉันกำลังเดินเล่นตอนเย็น เพื่อที่จะแสดงให้ฉันเห็นภาพว่าการเดินไปกับพระเจ้านั้นจะนำฉันให้ไปถึงชีวิตที่เหมาะสมกับฉันมากกว่าชีวิตที่ฉันได้ทิ้งไปได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้ให้ความหวังว่าฉันไม่เคยถูกพระองค์ลืมเลย

แม้ว่าฉันจะไม่มีสิ่งที่ฉันคิดว่าจำเป็นต้องมี แต่ฉันก็ได้รับ…อย่างเพียงพอแล้ว ในการปล่อยทุกสิ่งที่ฉันคิดว่าจะช่วยฉันได้และทำให้ฉันมั่นคง ฉันได้ให้พระเจ้าสำแดงฤทธิ์อำนาจของพระองค์และให้พระองค์ทำให้ชีวิตของฉันได้รับการเติมเต็มในที่สุด

ฉันไม่มีภาพชีวิตที่ชัดเจนว่าอนาคตฉันจะต้องเป็นอย่างไรอีกต่อไปแล้ว และฉันก็เริ่มเห็นว่าฉันอยู่ในพระหัตถ์ที่ปลอดภัย และบางที นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเหมือนกับสิ่งอื่นๆ เช่นกัน

YOU MAY ALSO LIKE

3 บทเรียนที่โควิด-19 สอนฉัน

3 บทเรียนที่โควิด-19 สอนฉัน

WRITER: สวิตตา เจริญศรีศิลป์ (อีฟฟี่เอง) EDITOR: Mustard Team ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เราทุกคนต่างรู้ดีว่ามีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมายรอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของไฟป่า ความขัดแย้งระหว่างประเทศ การยิงกราดกัน หรือภัยธรรมชาติ...

3 อุปสรรคของการนมัสการพระเจ้าในโลกที่เต็มไปด้วยทางเลือก

3 อุปสรรคของการนมัสการพระเจ้าในโลกที่เต็มไปด้วยทางเลือก

WRITER: แมดาไลน์ ทูว์นีย์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ศุภิสรา เจริญศรีศิลป์EDITOR: พาทินธิดา เจริญสวัสดิ์ ฉันรักที่จะนมัสการและใช้เวลาร่วมกับพระเจ้า ทุกๆ เช้าฉันพยายามหาเวลานมัสการพระเจ้าผ่านการอธิษฐาน, ฟังเพลง, อ่านพระคัมภีร์ และจดบันทึก...

3 วิธีที่จะนมัสการพระเจ้าในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

3 วิธีที่จะนมัสการพระเจ้าในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

WRITER: แมดาไลน์ ทูว์นีย์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ศุภิสรา เจริญศรีศิลป์EDITOR: พาทินธิดา เจริญสวัสดิ์ ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับฉันถึงแม้ว่ามันจะเริ่มต้นมาดีมากก็ตาม…ฉันได้ไปงานสัมมนาคริสเตียนครั้งแรกในชีวิตเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งหัวข้อของงานคือ...

Share This