fbpx
WRITER: Mustard Seed

เราเคยตัดสินใจทำบางอย่าง ทั้งที่รู้ว่าไม่ควรไหม? แล้วเรารู้สึกอย่างไรหลังจากนั้น? หลายครั้ง ความรู้สึกผิด (guilt) ที่เกิดขึ้น คือเสียงภายในที่บอกว่าเราต้องแก้ไขบางอย่างนะและนั่นไม่ใช่เรื่องผิดเลย ความรู้สึกผิดเป็นสัญญาณเตือนตามธรรมชาติ เมื่อเราทำบาปหรือพลาดไป เพื่อให้เรากลับมายอมรับ แก้ไข และก้าวต่อไปด้วยใจที่เบาขึ้น 

แต่ความละอาย (shame) กลับหนักกว่า มันไม่ใช่แค่เราทำผิดแต่มันกระซิบว่าเราเองนั่นแหละที่ผิด เราไม่มีคุณค่าและความละอายนี้ทำให้เราอยากหลบซ่อน แม้แต่จากพระเจ้า Dr. Brené Brown เคยกล่าวว่าความละอายคือ ความเจ็บปวดที่ทำให้เราเชื่อว่าเรามีข้อบกพร่อง จนไม่คู่ควรกับความรักหรือการยอมรับ 

การสำนึกผิดที่มาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ (conviction from Holy Spirit) จะนำไปสู่การกลับใจ การขอโทษ และการเปลี่ยนแปลง แต่ความละอายคืออาวุธของศัตรู ที่พยายามทำให้เรารู้สึกว่าพระเจ้าไม่มีวันให้อภัยเราได้อีกแล้วและผลักเราให้หนีจากพระองค์เพราะว่าความเสียใจตามพระประสงค์ของพระเจ้า ทำให้เกิดการกลับใจ ซึ่งจะนำไปสู่ความรอดและจะไม่ทำให้เสียใจ แต่ความเสียใจอย่างโลกนั้นย่อมนำสู่ความตาย(2 โครินธ์ 7:10) 

เมื่อความรู้สึกผิดได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม มันสามารถนำไปสู่การฟื้นฟูจิตใจ แต่ความละอายที่ฝังลึกกลับกลายเป็นรากของปัญหาทางอารมณ์ เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวล พฤติกรรมทำร้ายตัวเอง หรือการเสพติด โดยเฉพาะในวัยเด็กและวัยรุ่น การแยกแยะความผิดจริง” (guilt) กับความรู้สึกผิดปลอม” (false guilt) จึงเป็นสิ่งสำคัญ เราอาจรู้สึกผิดในสิ่งที่เราไม่ได้ทำ เช่น แบกรับอารมณ์หรือความผิดพลาดของคนอื่น เป็นต้น 

พระเจ้าทรงรู้ว่าเราพลาดได้ และยังคงรักเราเสมอแต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เรา คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์สิ้นพระชนม์เพื่อเรา(โรม 5:8) 

การเยียวยาเริ่มจากความจริงใจ ยอมรับความผิดอย่างตรงไปตรงมา ไม่ปิดบังหรือกดไว้ ขอการให้อภัย และเชื่อว่าพระคุณของพระเจ้าเพียงพอสำหรับเราแล้ว การขอโทษคนที่เราเคยทำร้าย และการตัดสินใจให้อภัย ไม่ใช่เพราะเขาสมควรได้รับ แต่เพราะว่าเราไม่อยากผูกติดกับความเจ็บปวดอีกต่อไป รวมถึงการให้อภัยตัวเองด้วยนะแต่จงมีใจกรุณา ใจสงสาร และใจให้อภัยแก่กันและกัน เหมือนอย่างที่พระเจ้าทรงให้อภัยพวกท่านในพระคริสต์ (เอเฟซัส 4:32) 

เมื่อความรู้สึกผิดได้รับการเยียวยาอย่างแท้จริง มันจะไม่กลายเป็นโซ่ตรวน แต่จะกลายเป็นแรงผลักให้เรารักพระเจ้ามากขึ้น และเข้าใจหัวใจของผู้อื่นมากขึ้น พระเจ้าทรงสร้างเราอย่างละเอียดอ่อน และทรงเข้าใจความเปราะบางของหัวใจมนุษย์ พระองค์รู้ว่าเราต้องการทั้งการให้อภัย การเข้าใจ และการนำทาง 

“พระยาห์เวห์ทรงอยู่ใกล้ผู้ที่ใจแตกสลาย และทรงช่วยผู้สิ้นหวัง” (สดุดี 34:18) 

วันนี้วางความรู้สึกผิดของเราไว้ที่พระบาทของพระเจ้า ให้อภัยตัวเองในนามของพระเยซู และลุกขึ้นเดินต่อไปด้วยความเชื่อว่า พระองค์ยังไม่จบเรื่องราวของเรา และเส้นทางข้างหน้าจะงดงามกว่าสิ่งที่ผ่านมา 

YOU MAY ALSO LIKE

โรคซึมเศร้านำฉันไปหาพระเยซู

โรคซึมเศร้านำฉันไปหาพระเยซู

WRITER: มิเชล ไล ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: นิศารัตน์ มั่นเกตุEDITOR: ไวท์ โรคซึมเศร้าของฉันเริ่มขึ้นเมื่อในเดือนธันวาคม 2006 ฉันจำได้แค่ว่า ตอนไปทัศนศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น ฉันรู้สึกเศร้าและเหนื่อยอยู่ตลอดเวลา มันก็เป็นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งปี 2007...

พระเจ้าปลดปล่อยฉันจากการต่อสู้ทางจิตใจได้อย่างไร

พระเจ้าปลดปล่อยฉันจากการต่อสู้ทางจิตใจได้อย่างไร

WRITER: จอร์แดน ดิเฟอร์นันโด้ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: เฮจี คิมEDITOR: ณัฐรวี ยุ้งทอง อาการซึมเศร้าและความวิตกกังวลไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับฉัน อาการแพนิคโจมตีเป็นประจำ ตามมาด้วยข้อสงสัยและความไม่เชื่อหลายๆ อย่าง...

มาพูดคุยเกี่ยวกับโรคทางจิตเวชกันเถอะ

มาพูดคุยเกี่ยวกับโรคทางจิตเวชกันเถอะ

WRITER: มาริสซา ลุค ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: Mustard Seed TeamEDITOR: Mustard Seed Team ฉันมีอาการวิตกกังวลครั้งแรกเมื่ออายุ 16 ปี หนึ่งปีหลังจากนั้น ฉันตัดสินใจทำตามการทรงเรียกสู่การทำงานเป็นผู้รับใช้เต็มเวลา ซึ่งทำให้ฉันได้ย้ายไปประเทศต่างๆ เป็นเวลาแปดปี...

Share This