fbpx
WRITER: อเล็กซ์ สตาร์ก ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR: ปาลีญา ธนาวัฒนเจริญ
EDITOR: Mustard Seed Team

อเล็กซ์ สตาร์ก เป็นศิษยาภิบาลของคริสตจักรนิวไลฟ์ (Newlife Church) คริสตจักรตั้งอยู่ที่บริสเบน ประเทศออสเตรเลีย ภูมิหลังของเขามีความเกี่ยวข้องกับ OCCA the Oxford Centre for Christian Apologetics ที่ทำการค้นคว้า การเขียน และการพูดเพื่อตอบคำถามของประชาชนเกี่ยวกับความเชื่อของคริสเตียน เขามีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือและนำคนอื่นให้เห็นความงดงามของเรื่องราวของคริสเตียนและเดินในทางของพระเยซูคริสต์ และรู้จักกับชีวิตที่เราถูกสร้างขึ้นมา

เมื่อผมเติบโตขึ้นมา ผมจำได้ว่าผมถามผู้ใหญ่คนหนึ่งว่า “ทำไมคุณถึงไม่เชื่อในพระเจ้า” คำตอบของเธอทำให้ผมอึ้ง “ถ้าพระเจ้ามีจริง ฉันคงไม่ผ่านการแท้งติดต่อกันถึงเจ็ดครั้งหรอก” เจ็ดครั้ง!

ในปี 2015 รายการทอล์กโชว์ของชาวไอริชรายการหนึ่งชื่อว่า “ความหมายของชีวิต” (The Meaning of Life) โดย Stephen Fry ผู้ไม่เชื่อในพระเจ้า เขาถูกถามว่า เขาจะพูดอะไรกับพระเจ้าถ้าเขาพบว่าพระเจ้ามีจริง คำตอบของ Fry ทรงพลังและน่าตกตะลึง

ผมคงพูดว่า “มะเร็งกระดูกในเด็ก? ไม่เข้าใจ? ทำไมพระองค์ถึงกล้า? พระองค์กล้าที่จะสร้างโลกที่เต็มไปด้วยความทุกข์ยากซี่งไม่ใช่ความผิดของพวกเราได้ยังไง สิ่งนี้ไม่ถูกต้อง สิ่งนี้มันเลวร้ายอย่างยิ่ง”

ความทุกข์คือสิ่งที่เราทุกคนต้องเผชิญไม่ว่าจะเป็นชนชาติ เพศ วัฒนธรรม หรือชนชั้นไหน เราอาจจะเผชิญการเป็นมะเร็ง สูญเสียคนที่เรารัก ประสบกับปัญหาสุขภาพจิต หรือแค่เราเปิดดูข่าว เราก็พบว่าความทุกข์เป็นประสบการณ์สากล และมันทำให้เราทุกคนเกิดคำถามกับพระเจ้าว่า พระเจ้าผู้ทรงอ้างว่าพระองค์มีอำนาจและความดี ทำไมพระองค์ยอมให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น?

แต่คำถามข้อนี้เองที่ทำให้เราเข้าใจถึงความเชื่อที่เรามีในเรื่องของความทุกข์ โลก และพระเจ้า 

ความทุกข์คืออะไร?

จากประสบการณ์ ความทุกข์ทำให้เรารู้สึกเหมือนความอยุติธรรม เราต้องการที่จะพูดว่ามันคือสิ่งที่ชั่วร้าย แต่ในความจริง ความโกรธที่เรามีต่อพระเจ้าทำให้เราต้องตั้งข้อสันนิษฐานว่าความทุกข์เป็นสิ่งที่ผิด แต่ถ้าความทุกข์ไม่ใช่สิ่งที่ผิด เราจะไม่มีเหตุผลที่จะโกรธและไม่มีเหตุผลที่จะสงสัยในการดำรงอยู่ของพระเจ้า เพราะฉะนั้น บางทีคำถามแรกที่เราควรจะถามคือ “อะไรคือเหตุผลที่ทำให้เราบอกว่าความทุกข์คือสิ่งที่ผิด” 

ลัทธิที่ไม่เชื่อว่ามีพระเจ้าบอกว่าโลกนี้มาจากความว่างเปล่า เกิดขึ้นโดยไม่มีจุดประสงค์ และท้ายที่สุดจะถูกทำลาย (ตายด้วยความร้อนหรือสิ่งอื่นๆ ) ความทุกข์จึงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่มีอะไรเลวร้ายเกี่ยวกับเรื่องนี้ มันก็เป็นแค่เรื่องธรรมชาติ ถ้าไม่มีระดับวัดความยุติธรรมหรือความไม่ยุติธรรมนอกจากธรรมชาติ ถ้าเช่นนั้นก็ไม่มีทางที่จะพูดอย่างมีความหมายว่าความทุกข์เป็นสิ่งที่ผิด C.S.Lewis ผู้เขียน The Chronicles of Narnia ได้หยิบยกประเด็นนี้เมื่อเขาไตร่ตรองถึงช่วงที่เขาเปลี่ยนจากคนที่ไม่เชื่อในพระเจ้ามาเป็นคริสเตียน เขาบอกไว้ว่า

ข้อโต้แย้งของผมต่อพระเจ้าคือ จักรวาลนี้ดูโหดร้ายและไม่ยุติธรรม แต่ผมได้ความคิดเรื่องความยุติธรรมหรือความไม่ยุติธรรมมาจากไหน คนจะไม่บอกว่าเส้นนี้คดเคี้ยวถ้าเขาไม่มีแนวคิดเกี่ยวกับเส้นตรง ผมเปรียบเทียบจักรวาลกับอะไรผมถึงบอกว่ามันไม่ยุติธรรม

ถ้าพระเจ้ามีจริง ทำไมพระเจ้าไม่ยุติความทุกข์ของเรา

บทวิจารณ์เก่าแก่ได้กล่าวไว้ว่า “ถ้าพระเจ้าทรงเป็นเหมือนที่พระองค์บอกว่าพระองค์เป็น ทรงเป็นความรัก ทรงพลัง และเต็มไปด้วยความดีงาม พระองค์น่าจะยุติความทุกข์ทรมาน เพราะฉะนั้นเมื่อยังมีความทุกข์นั่นหมายความว่าไม่มีพระเจ้า” และพวกเราหลายๆ คนยอมให้คำเหล่านี้มีผลกับพวกเราโดยไม่ผ่านการไตร่ตรองให้ดี

ความพิเศษของการกล่าวอ้างของเรื่องราวคริสเตียน

เรื่องราวของคริสเตียนกล่าวว่าพระเจ้าได้สร้างเราเพื่อการดีและเพื่อพระองค์ แต่เพราะการเลือกของเราความชั่วร้ายจึงได้เข้ามาในโลก และตอนนี้เราอาศัยอยู่ในโลกที่แตกสลาย ความทุกข์ในมุมมองของคริสเตียนคือความอยุติธรรมอย่างแท้จริง มันไม่ใช่ส่วนหนึ่งของโลกที่พระเจ้าต้องการ ดังนั้นเมื่อคุณเผชิญกับความทุกข์และร้องออกมาว่า “โลกนี้ไม่ใช่โลกที่ควรจะเป็น” คุณกำลังสะท้อนเสียงร้องในพระทัยของพระเจ้าที่คร่ำครวญถึงความแตกสลายของโลกนี้

แทนที่จะตั้งข้อสงสัยถึงการดำรงอยู่ของพระเจ้า ประสบการณ์ความทุกข์ที่เราเผชิญอยู่ จริงๆ แล้วมันคือหลักฐานถึงการดำรงอยู่ของพระเจ้า

การดำรงอยู่ของพระเจ้าได้ให้มาตรวัดความยุติธรรมนอกเหนือจากตัวเรากับเรา ซึ่งให้ความหมายว่าโลกนี้ไม่ได้เป็นอย่างที่มันควรจะเป็น

ความจริงที่ว่าโลกนี้แตกสลายเป็นการอธิบายถึงการมีอยู่ของความทุกข์ แต่อย่างไรก็ตามมันไม่สามารถอธิบายประสบการณ์เฉพาะตัวกับความทุกข์ของแต่ละคนได้อย่างสมบูรณ์แบบ สิ่งนั้นต้องใช้ความรู้ทั้งหมดของจักรวาล แต่เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความจำกัด เราไม่สามารถมองเห็นทุกอย่างเหมือนที่พระเจ้าทรงมองเห็น มันจึงหมายความว่า บางครั้งการทนทุกข์ของเราเพื่อเหตุผลบางอย่างที่พระเจ้าทรงรู้แต่เราไม่สามารถเข้าใจได้ ถ้าพระเจ้ายิ่งใหญ่พอที่จะเป็นพระเจ้า พระองค์จะยิ่งใหญ่พอที่จะรู้เหตุผลว่าทำไมเราถึงทนทุกข์ในขณะที่เราไม่เข้าใจ มันทำให้เรามีสติและมันสมเหตุสมผล

ถ้าพระเจ้ายิ่งใหญ่กว่าเรา ผมยินดีที่จะสารภาพเช่นนั้น แน่นอนว่าจะมีความลึกลับในจักรวาล ดังนั้นหน้าที่ของเราคือการไม่ “ทำตัวเป็นพระเจ้า” หรือพยายามที่จะอธิบายความทุกข์ที่เราเผชิญอยู่อย่างสมบูรณ์ มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

ตรงกันข้ามหน้าที่ของเราคือวางใจในพระเจ้าผ่านความลึกลับในความเจ็บปวดของเราในโลกที่แตกสลายตามที่พระคัมภีร์อธิบาย

ความลึกลับทำให้มนุษย์สามารถพูดได้ว่า “ถึงแม้ผมจะไม่สามารถตามรอยพระหัตถ์ของพระเจ้าที่อยู่เบื้องหลังประสบการณ์ความทุกข์ แต่ผมสามารถวางใจในพระลักษณะของพระเจ้าผ่านความทุกข์ได้” เราทำได้โดยพยายามตีความสถานการณ์ของเราผ่านสิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับพระเจ้า แทนที่จะมองพระเจ้าผ่านทางสถานการณ์ของเรา แต่เราจำเป็นต้องรู้ว่าอะไรคือความจริงเกี่ยวกับพระองค์และปฏิเสธสิ่งที่ไม่จริงเกี่ยวกับพระองค์

ถ้าพระเจ้ามีจริง ทำไมถึงมีความอยุติธรรมมากมาย?

เราอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความทุกข์และความอยุติธรรม ทุกๆ วัน เราได้อ่านข่าวเกี่ยวกับการเหยียดเชื้อชาติ ข่มขืน การใช้อำนาจในทางที่ผิด จึงไม่ใช่เรื่องแปลกใจเลยที่หนึ่งในเรื่องที่ใช้ต่อต้านคริสเตียนที่พบได้ทั่วไปคือ “ถ้าพระเจ้ามีจริง ทำไมถึงมีความอยุติธรรมมากมาย?”

พระเจ้าเป็นอย่างไรกันแน่?

มีหลายคนที่มีความเข้าใจที่ผิดเกี่ยวกับพระเจ้าว่า พระองค์ทรงอยู่ห่างไกลและไม่สนพระทัยเกี่ยวกับชีวิตในโลกนี้ มันเป็นเรื่องง่ายที่จะโกรธพระเจ้าที่เป็นเช่นนั้น ปัญหาคือพระคัมภีร์ไม่ยอมให้เรามองพระเจ้าในแบบนั้น พระเจ้าในพระคัมภีร์คือพระเจ้าที่ส่งพระเยซูคริสต์ลงมาบังเกิดเป็นมนุษย์ ยอห์น 1:1-4 พูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า

พระเจ้าของคริสเตียนไม่ใช่พระเจ้าที่อยู่ห่างไกลหรือไม่สนพระทัย พระองค์ทรงอยู่ใกล้และทรงเสด็จเข้ามาในโลกที่เต็มไปด้วยความทุกข์ของพวกเรา

เมื่อมองให้ลึกขึ้น หนึ่งในคำอธิบายแรกเกี่ยวกับพระเยซูเกิดจากผู้สังเกตุการณ์ชีวิตของพระองค์ในช่วงเวลาของพระองค์นั่นก็คือ ยอห์น บัพติสมา ยอห์นเรียกพระเยซูว่า “ลูกแกะของพระเจ้า ผู้ทรงรับบาปของโลกนี้” (ยอห์น 1:29) และนี่คือหัวใจของคริสเตียนในความเข้าใจเรื่องพระเจ้า จุดสำคัญของเรื่องราวของคริสเตียนคือการที่พระเจ้าในประวัติศาสตร์ได้ถูกฆ่าเหมือนลูกแกะที่ถูกฆ่า ทำไม? คำตอบง่ายๆ ก็คือพระองค์ทรงรับทุกความแตกสลาย ความเจ็บปวดและบาปของเราทั้งหมด

พระเจ้าทรงเผชิญความทุกข์ทรมานร่วมกับมนุษย์เป็นคำกล่าวอ้างของคริสเตียนที่พิเศษ

ไม้กางเขนคือที่ๆ ความแตกสลายของโลกนี้มุ่งไปที่พระเจ้าและทำลายพระองค์เพื่อเราทั้งหลาย

ไม่ว่าความทุกข์จะหมายความว่าอย่างไร แต่มันไม่สามารถแปลความว่าพระเจ้าไม่รักเราหรือไม่สนใจเราได้ พระองค์ทรงทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อพิสูจน์ว่าพระองค์ทรงรักและใส่ใจ พระองค์ทรงเสด็จเข้ามาในโลกที่เจ็บปวดและทนรับความเจ็บปวดด้วยร่างกายของพระองค์ แน่นอนว่ายังมีความลึกลับในประสบการณ์ความทุกข์ของเรา แต่มันไม่มีความลึกลับสำหรับพระลักษณะแห่งความรักของพระองค์ ไม่มีใครเหมือนพระเยซู

แน่นอนว่าเรื่องราวของคริสเตียนเชื่อว่าวันหนึ่งพระเจ้าจะเสด็จกลับมาเพื่อรื้อฟื้นและสร้างโลกนี้ขึ้นมาใหม่ (วิวรณ์ 21:1-5) สิ่งนี้ให้ความหวังกับเราทุกคนว่า โรคภัย ความทุกข์ ความเสื่อมสภาพและความตายจะไม่มีอำนาจเหนือจักรวาลและชีวิตของเราตลอดไป และนี่คือความหวังของเรื่องราวของคริสเตียน และเป็นคำสัญญาที่มีพลังมากพอที่จะช่วยเราเผชิญกับความทุกข์ในชีวิตนี้ ในระหว่างนี้เราทุกคนอยู่ในช่องว่างระหว่างโศกนาฏกรรมการกบฎของมนุษย์และชัยชนะที่ถูกสร้างใหม่ของพระเจ้า และคำถามที่อยู่ตรงหน้าเราคือ เราจะเชื่อวางใจในพระเจ้าผ่านความทุกข์ของเราและร่วมใจกันจนกว่าจะถึงวันที่พระเจ้าจะเสด็จมากำจัดมันหรือไม่?

YOU MAY ALSO LIKE

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

WRITER: แมเดลีน เกรซ ชคูลฟีลด์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ปาลีญา ธนาวัฒนเจริญEDITOR: ธนากร พูลสินกูล ฉันรู้สึกราวกับว่ามีผ้าห่มผืนใหญ่ทับอยู่บนอกของฉัน เมื่อฉันลองหายใจลึกๆ เข้าไปในปอดและพยายามไอออกมาด้วยความรู้สึกแสบ...

ชีวิตที่ถูกซ่อนไว้จากความจริง

ชีวิตที่ถูกซ่อนไว้จากความจริง

TRANSLATOR: เจ.ที.เอ็ม.EDITOR: Mustard Seed Team คุณเคยทำตัวเองหล่นหายไหม รู้สึกโกรธตัวเองและต่อว่าตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกจากความผิดพลาดในชีวิตบ้างไหม หรือถามตัวเองว่าฉันเกิดมาทำไม หรือรู้สึกว่าโลกนี้มันไม่ได้มีที่ยืนสำหรับฉันเลย ความเจ็บปวดหรือความรู้สึกไร้ค่าเหล่านี้...

ถ้าการเป็นคริสเตียนไม่ได้ช่วยอะไรฉันล่ะ?

ถ้าการเป็นคริสเตียนไม่ได้ช่วยอะไรฉันล่ะ?

WRITER: อัลวิน โธมัส ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ณัฐพร ชังเจริญEDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน ผมอยากจะเริ่มต้นโดยการบอกว่า ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณนะ คงมีหลากหลายเหตุผลเลยทีเดียวที่ว่าการเป็นคริสเตียนอาจไม่ตอบโจทย์...

Share This