fbpx
WRITER: ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR: เฮจี คิม
EDITOR: Mustard Seed Team

ไม่ว่าคุณกำลังย้ายไปอยู่ต่างประเทศเพื่อเรียนต่อหรือทำงาน กำลังอยู่ในช่วงทำใจหลังจากการเลิกลา กำลังอดทนอยู่กับความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว หรือเรื่องที่ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย เราทุกคนต่างรู้สึกเหมือนกันคือ ติดอยู่กับความเหงาหรือความโดดเดี่ยว

ความเหงาสามารถทำให้เรารู้สึกแย่เป็นวันและเป็นสัปดาห์ และนำไปสู่ความท้อใจและความหดหู่ได้ง่ายๆ ในช่วงเวลานี้ คำหลอกลวงที่เราถูกล่อลวงให้เชื่อเกี่ยวกับความเหงานั้นสามารถกลายเป็นปัญหาใหญ่ มันมักทำให้เราไม่สามารถเข้าถึงและสร้างความสัมพันธ์ที่เราปรารถนาอย่างลึกซึ้งได้

นี่คือคำหลอกลวงต่างๆ ที่เราต้องระวัง:

คำหลอกลวง#1 มันไม่คุ้มค่าที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น

เพื่อนที่ไม่เคยตอบข้อความหรือโทรกลับเลย การประชุมที่ถูกเลื่อนออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า เราไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจหรือเปล่า? เราควรจะหยุดติดต่อเขาเลยดีไหม? มีความเป็นไปได้สูงว่าการที่เพื่อนของเราดูเหมือนจะไม่ใส่ใจเรานั้นไม่ใช่ความผิดของเรา

เราสามารถที่จะพูดตรงๆ และแสดงความจริงใจว่าทำไมเราถึงต้องการที่จะติดต่อพวกเขา เรายังสามารถอธิษฐานกับพระเจ้าให้ช่วยนำเราให้ได้รู้จักและเข้าหาคนใหม่ๆ ถึงแม้ว่าเราอาจจะไม่รู้จักเขาหรือเธอดีพอ  

พระเจ้าทรงทราบว่าเราทุกคนมีช่วงเวลาที่เราต้องการผู้อื่นเพื่อช่วยรับภาระกันและกัน (กาลาเทีย 6:2) เราไม่ต้องรู้สึกอายที่จะติดต่อกับผู้อื่น เพราะเป็นสิ่งที่เรากำลังดำเนินชีวิตตามการออกแบบสังคมของพระเจ้า

คำหลอกลวง#2 คุณแตกต่างเกินกว่าที่จะเข้ากับผู้อื่น

มันสามารถทำให้รู้สึกโดดเดี่ยวได้ ถ้าหากทุกคนในคริสตจักรดูเหมือนจะอยู่กันคนละทิศคนละทาง ถ้าเราติดอยู่ระหว่างกลุ่มนักศึกษาที่สนิทกันมากและกลุ่มที่แต่งงานแล้ว ด้วยความสัมพันธ์และความสนใจที่เหมือนจะไม่มีอะไรเข้ากันได้สักอย่าง

แม้ว่าสิ่งนี้จะทำให้ท้อใจจริงๆ เหมือนที่อาจารย์เปาโลเตือนเราว่า พระกายของพระคริสต์ต้องมีความหลากหลาย (1 โครินธ์ 12:17) และช่วงชีวิตที่ต่างกันออกไปก็สามารถเป็นความหลากหลายนั้นได้ เรามีเวลาที่จะทำความรู้จักกับหญิงม่ายที่โบสถ์บ้างไหม หรือไปทานข้าวกลางวันกับเด็กนักเรียนที่ใฝ่ฝันจะเป็นนักวิทยาศาสตร์โดยที่ไม่ได้วางแผนไว้ก่อนได้ไหม?

ในขณะที่เราลงทุนกับผู้คนในคริสตจักร เราสามารถมองหาเพื่อนใหม่และสนับสนุนผู้อื่นที่กำลังอยู่ในช่วงชีวิตที่คล้ายกัน หรืออาจจะเป็นอาสาสมัครโดยไม่หวังผลตอบแทนในงานที่เราชื่นชอบก็ได้

คำหลอกลวง#3 ไม่มีใครเข้าใจสิ่งที่คุณกำลังต่อสู้อยู่

บางครั้ง สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ทำให้เรารู้สึกเดียวดาย บางทีเรากำลังต่อสู้กับการล่อลวง กับสิ่งที่คริสเตียนคนอื่นดูเหมือนจะควบคุมได้ เช่น การเพิ่งเลิกรากับคนรักแต่ก็ยังถูกรายล้อมด้วยคู่รักที่มีความสุข หรือเรากำลังต่อสู้กับการจัดการปริมาณงานที่มากเหลือเกิน ในขณะที่เพื่อนร่วมงานคนอื่นดูเหมือนจะสบายๆ

แม้ว่าคนอื่นไม่ได้เผชิญการทดลองที่เหมือนกัน แต่พวกเขาก็สามารถเห็นอกเห็นใจและเข้าใจได้ในระดับหนึ่งถึงสิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ พระเจ้าสามารถใช้คนเหล่านี้ที่จะให้กำลังใจเราและเดินไปกับเรา แม้ว่าเรากำลังเผชิญอยู่กับความเจ็บปวดครั้งใหม่ซึ่งเป็นความท้าทายส่วนตัว

เปาโลได้ย้ำเตือนเราว่าในระหว่างที่เราได้รับการชูใจจากพระเจ้านั้น “เราจะสามารถหนุนใจคนทั้งหลาย ที่มีความยากลำบาก” (2 โครินธ์ 1:4) ความยากลำบากของเราในตอนนี้จะเตรียมเราเพื่อที่วันหนึ่งเราจะสามารถแบ่งปันการปลอบประโลมที่เราปรารถนานี้ให้กับผู้อื่นที่เดินบนเส้นทางเดียวกันกับเราได้

คำหลอกลวง#4 แม้กระทั่งพระเจ้าก็ทอดทิ้งคุณ

ในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดของความเหงาคือ การที่รู้สึกว่าแม้กระทั่งพระเจ้าก็ไม่ได้ยินเสียงร้องไห้ของเรา  หรือถ้าพระองค์ได้ยินพระองค์ก็ไม่ทรงตอบเรา

แต่เรื่องจริงก็คือ พระคริสต์ทรงเป็นผู้ช่วยให้รอดของเรา เป็นคนที่ทุกข์ทรมานและรู้จักกับความเจ็บปวด (อิสยาห์ 53:3) เราสามารถได้รับการปลอบโยนในความจริงที่ว่าพระองค์ทรงทราบดีว่าความเหงารู้สึกอย่างไร พระองค์ทรงทราบดีถึงการทดลองและสิ่งที่เราเผชิญในแบบที่ไม่มีใครเข้าใจได้

ให้เราเตือนตัวเองว่าไม่มีสิ่งใดที่แยกเราจากความรักของพระเจ้าได้ (โรม 8:38-39) แม้ว่าความเหงาที่เราพบอาจรู้สึกท่วมท้นเหลือเกินในบางครั้ง พระองค์ทรงเดินไปพร้อมกับเราผ่านสิ่งนี้ เราจะสามารถจดจำการปลอบประโลมของพระองค์ และในการทรงสถิตในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ได้อย่างไร?

ให้เรายอมรับว่าความเหงาเป็นเรื่องยาก เราสามารถเจ็บปวดได้โดยไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของคำหลอกลวงที่พยายามจะบอกเราเกี่ยวกับตัวเรา คนรอบข้าง และพระเจ้า แม้ว่าเราต้องอยู่กับฟ้าที่มืดมน ให้เราต่อสู้และจดจำสิ่งที่เป็นความจริงกันเถอะ

YOU MAY ALSO LIKE

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

เมื่อฉันมีความวิตกกังวลแล้ว ฉันยังวางใจพระเจ้าได้ไหม?

WRITER: แมเดลีน เกรซ ชคูลฟีลด์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ปาลีญา ธนาวัฒนเจริญEDITOR: ธนากร พูลสินกูล ฉันรู้สึกราวกับว่ามีผ้าห่มผืนใหญ่ทับอยู่บนอกของฉัน เมื่อฉันลองหายใจลึกๆ เข้าไปในปอดและพยายามไอออกมาด้วยความรู้สึกแสบ...

ชีวิตที่ถูกซ่อนไว้จากความจริง

ชีวิตที่ถูกซ่อนไว้จากความจริง

TRANSLATOR: เจ.ที.เอ็ม.EDITOR: Mustard Seed Team คุณเคยทำตัวเองหล่นหายไหม รู้สึกโกรธตัวเองและต่อว่าตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกจากความผิดพลาดในชีวิตบ้างไหม หรือถามตัวเองว่าฉันเกิดมาทำไม หรือรู้สึกว่าโลกนี้มันไม่ได้มีที่ยืนสำหรับฉันเลย ความเจ็บปวดหรือความรู้สึกไร้ค่าเหล่านี้...

ถ้าการเป็นคริสเตียนไม่ได้ช่วยอะไรฉันล่ะ?

ถ้าการเป็นคริสเตียนไม่ได้ช่วยอะไรฉันล่ะ?

WRITER: อัลวิน โธมัส ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ณัฐพร ชังเจริญEDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน ผมอยากจะเริ่มต้นโดยการบอกว่า ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณนะ คงมีหลากหลายเหตุผลเลยทีเดียวที่ว่าการเป็นคริสเตียนอาจไม่ตอบโจทย์...

Share This