fbpx
WRITER: มิเชล ไล ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR: อรุณพร ทักษิณทวีทรัพย์
EDITOR: Mustard Seed Team

ฉันได้ยินคำย่อนี้ครั้งแรกในโบสถ์ของฉันเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา นักศึกษามหาวิทยาลัยคนหนึ่งเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความยากลำบากในการจัดการเวลาหลังจากเข้ามหาวิทยาลัย เธอต้องจัดสมดุลการเรียนการสอนของเธอกับกิจกรรมในโบสถ์ กิจกรรมทางสังคม และการเข้าเงียบกับพระเจ้า 

โฟโม (FOMO) ย่อมาจากคำว่า “fear of missing out หรือ อาการกลัวตกเทรนด์” – กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ กลัวที่จะไม่ได้อัพเดทสิ่งรอบด้าน หรือพลาดประสบการณ์ที่คนอื่นอาจได้สนุกกับมัน คุณอาจมีความกลัวในรูปแบบต่างๆ เช่น คุณอาจรู้สึกอิจฉากับสิ่งที่คนอื่นมี ดังนั้นคุณก็ตอบรับกับทุกกิจกรรมโดยไม่ได้พิจารณามากนักก็เป็นได้

เมื่อฉันได้ยินนักศึกษาพูดกัน ฉันรับรู้ได้ทันทีว่าฉันกำลังต่อสู้กับสิ่งเดียวกันอยู่ ด้วยสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ฉันต้องพักการเรียนสองภาคการศึกษา ซึ่งหมายความว่าฉันต้องพลาดการเรียน รวมถึงการประชุมกับพี่น้องคริสเตียน (Christian Fellowship) การเข้าร่วมกลุ่ม และงานสำคัญอื่นๆ

ฉันยังจำได้ว่าฉันรู้สึกเศร้า เมื่อรู้ว่าตัวเองไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมนี้ได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ในฐานะส่วนหนึ่งของผู้บริหารชุมนุม ฉันควรรับผิดชอบต่อหลักสูตรการศึกษาในพระคัมภีร์ เมื่อทราบว่าฉันจะไม่สามารถนำไอเดียที่ฉันมีสำหรับหลักสูตรนั้นไปปฏิบัติได้ มันทำให้ฉันรู้สึกผิดหวัง

บางครั้งฉันก็รู้สึกเหนื่อยเกินที่จะไปพบเพื่อน แม้แต่การทานอาหารกลางวัน การพลาดประสบการณ์การเรียนรู้ระหว่างปีที่ผ่านมาหมายความว่าฉันจะไม่สามารถฉลองความสำเร็จร่วมกันกับพวกเขาได้ เมื่อพวกเขาจบการศึกษาและเริ่มทำงาน ฉันก็จะยังคงเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย ตอนที่ฉันเห็นเพื่อนๆ เดินไปข้างหน้ากันแล้ว ฉันก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหมือนถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ฉันคิดถึงทุกสิ่งที่ “หากว่า” และ “สิ่งที่อาจจะเป็นได้” หากว่าฉันไม่ต้องพักการเรียน ฉันก็จะสามารถจบปีสุดท้ายในโรงเรียนได้ ฉันก็จะสามารถมีส่วนร่วมกับการประชุมกับพี่น้องคริสเตียนได้ และสิ่งสำคัญที่สุดคือฉันก็จะสามารถมีประสบการณ์ชีวิตกับเพื่อนได้

เมื่อฉันต่อสู้กับความคิดเหล่านี้ ฉันรู้สึกว่าเหตุผลหลักที่ทำให้ฉันเศร้า คือฉันจะไม่สามารถสำเร็จการศึกษาพร้อมกับเพื่อนๆ ถึงแม้ว่าเพื่อนๆ จะพยายามให้กำลังใจฉันโดยการพูดว่าเวลาพิเศษนั้นจะผ่านไปเร็วมาก แต่ใจของฉันยังคงไม่มีความสุขและขมขื่นกับเรื่องนี้ เพราะฉันรู้ว่าฉันจะไม่สามารถจบพร้อมๆ กับพวกเขาได้

แต่เมื่อฉันโฟกัสไปที่การไม่ถูกทิ้ง ฉันก็ละสายตาจากพระเจ้าไป ฉันลืมไปว่าการรับใช้พระเจ้าและเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนคริสเตียน มันไม่ใช่เรื่องของฉันตั้งแต่ต้น แม้ว่าฉันจะเริ่มต้นด้วยความปรารถนาที่จะรับใช้พระเจ้า แต่ตลอดทางฉันได้กลายเป็นคนที่หมกมุ่นอยู่กับคนรอบข้าง ฉันลืมไปว่าพระเจ้าไม่ได้ต้องการให้ใครทำอะไรให้กับพระองค์ แต่พระองค์ยินดีกับเราและเลือกที่จะอยู่กับเราในงานของพระองค์

ทันทีหลังจบรอบนมัสการ ฉันอธิษฐานกับพระเจ้าขอการถอดถอนอาการกลัวตกกระแส (FOMO) ออกจากฉัน และเพื่อที่ฉันจะสามารถรับรู้ถึงความรู้สึกเศร้าโศกของฉันและจะได้จัดการกับมัน ฉันอธิษฐานขอการจัดลำดับความสำคัญ และอธิษฐานเพื่อเพื่อนและการทำกิจกรรมร่วมกับพี่น้องคริสเตียน แม้ว่าฉันจะไม่สามารถเข้าร่วมได้

เป็นเวลาหลายเดือนที่ฉันอธิษฐานกับพระเจ้าเกี่ยวกับความเศร้าที่ฉันรู้สึก แล้วพระองค์ก็เผยให้ฉันเห็นสถานการณ์จากมุมมองอื่น – ว่านี่เป็นช่วงเวลาการพักผ่อนของฉัน พระองค์สำแดงให้ฉันเห็นว่าการถวายเกียรติต่อพระเจ้าไม่ได้มีแค่การรับใช้คนข้างๆ เท่านั้น แต่ยังหมายถึงการพักผ่อน การชะลอตัว และการดูแลสุขภาพของฉันเพื่อพระองค์จะทรงใช้ฉันต่อไป เพื่อถวายเกียรติและพระสิริเป็นของพระองค์

ด้วยพระคุณพระเจ้า สภาพร่างกายและจิตใจของฉันดีขึ้นและสามารถกลับไปเรียนได้

สำหรับทุกคนที่กลัวที่จะถูกทิ้ง ฉันอยากเป็นกำลังใจให้ ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้เป็น ”คนสำคัญ” ที่สุดสำหรับใครๆ หรือกิจกรรมใดๆ

คุณสำคัญสำหรับพระเจ้าไม่ว่าคุณจะอยู่ในฤดูกาลใดของชีวิต พระเจ้าจะอยู่กับเราเสมอ

แต่ละคนมีทางเดินที่แตกต่างกันบนโลกนี้ เราควรกังวลว่าเรากำลังแสวงหาพระเจ้าในทุกๆ ช่วงเวลาหรือไม่ แทนที่จะกังวลว่าเราจะได้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม “ที่กำลังเป็นที่นิยม”

YOU MAY ALSO LIKE

ภายใต้หน้ากากรอยยิ้ม ฉันเคยฆ่าตัวตาย

ภายใต้หน้ากากรอยยิ้ม ฉันเคยฆ่าตัวตาย

WRITER: จานีน ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: เฮจี คิมEDITOR: Mustard Seed Team การฆ่าตัวตาย เรามักจะหลีกเลี่ยงคำนี้ให้พ้นจากสายตา เพราะดูน่ากลัว ต้องเผชิญหน้า และเป็นจริงเกินไป เราอ่านเจอได้ในหนังสือพิมพ์และดูข่าว แต่ส่วนใหญ่แล้วมันไม่ได้กระทบใจเราเป็นการส่วนตัว...

ทำไมการถ่อมใจ จึงไม่เหมือนกับการลดคุณค่าในตัวเอง

ทำไมการถ่อมใจ จึงไม่เหมือนกับการลดคุณค่าในตัวเอง

WRITER: จาเนล ไบร์ทเท็นสไตน์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: Mustard Seed TeamEDITOR: Mustard Seed Team เพื่อนของฉันจ้องมองมาที่ฉันผ่านเฟสไทม์พร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอ “ฉันแค่อยากให้เธอรู้ว่าฉันนับคำว่า 'โง่' ได้ถึงหกครั้งเมื่อเธอพูดถึงตัวเอง” เธอยิ้ม...

จะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไรควรลาออก

จะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไรควรลาออก

WRITER: แอนดรูว์ แลร์อาด ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: ณัฐฤทัย อาสาประโคนEDITOR: Mustard Seed Team แอนดรูว์ ทำงานอยู่กับ City Bible Forum ในประเทศออสเตรเลีย และเป็นผู้ดูแลโครงการ Life@Work...

Share This