fbpx
WRITER: พอลล่า
EDITOR: Mustard Seed Team

“ระหว่างที่พระองค์ประทับที่หมู่บ้านเบธานี ในบ้านของซีโมนคนที่เคยเป็นโรคเรื้อน ขณะเมื่อประทับและเสวยอาหารอยู่นั้น มีหญิงคนหนึ่งถือผอบน้ำมันหอมนารดาที่มีราคาแพงมากมาหาพระองค์ แล้วเปิดผอบเทน้ำมันนั้นชโลมลงบนพระเศียรของพระองค์ แต่มีบางคนไม่พอใจพูดกันว่า “ทำไมถึงมาทำให้น้ำมันนี้เสียไปเปล่าๆ? เพราะน้ำมันนี้เอาไปขายได้เงินมากกว่าสามร้อยเดนาริอัน แล้วเอาไปแจกคนจนได้” พวกเขาจึงตำหนิหญิงคนนั้น พระเยซูจึงตรัสกับคนเหล่านั้นว่า “อย่าตำหนินางเลย ไปกวนใจนางทำไม? นางทำสิ่งดีสำหรับเรา” (มาระโก 14:3-6)

พระธรรมตอนนี้ เป็นตอนที่นางมารีย์เอาน้ำมันหอมราคาแพงมาชโลมศีรษะของพระเยซู เมื่อสาวกคนอื่นเห็นก็ดุนาง หาว่าสิ้นเปลือง เอาไปขายแล้วเอาเงินให้คนจนดีกว่าไหม (เพราะว่าน้ำมันนี้ถ้าขาย จะได้เงินเท่ากับค่าจ้าง 1 ปี ถ้าอยากรู้ว่าน้ำหอมนี้ราคาเท่าไร ก็เอาเงินเดือนตัวเองคูณสิบสอง แล้วลองคิดว่าเอาเงินไปซื้อน้ำมัน แล้วมาเททิ้งดู)

แต่พระเยซูบอกว่า อย่าไปยุ่งกับเขา ปล่อยนางไปนางกำลังทำดีเพื่อเรา

หลายครั้งเวลาที่เราอุทิศตนรับใช้พระเจ้า ถวายสิบลดให้คริสตจักร จะมีคนที่ไม่เข้าใจและตำหนิเราว่ามันมากเกินไปรึเปล่า ไม่จำเป็นต้องให้พระเจ้าขนาดนั้นก็ได้ เอาเงินไปใช้อย่างอื่นไม่ดีกว่าหรอ? บ้างก็ว่าเสียดายเงิน หรือบางคนก็บอกว่าให้เอาเวลาซ้อมนมัสการไปหาทำงานดีกว่า ฯลฯ มีหลายคนที่ไม่เข้าใจสิ่งที่เราทำเพื่อพระเยซู

แต่สำหรับพระเยซูแล้ว พระองค์กำลังชื่นชมคนเหล่านั้น เพราะคนๆ นั้นกำลังทำดีเพื่อพระองค์

เหมือนอย่างที่พระเยซูชื่นชมสิ่งที่นางมารีย์ทำ แต่สาวกกลับต่อว่านางและเห็นว่า ควรเอาน้ำมันหอมนี้ไปใช้กับสิ่งอื่นจะเป็นประโยชน์มากกว่า มาเทแบบนี้เสียดายของ

แต่ความจริงก็คือ การไม่ใช้กับพระเยซูคริสต์ต่างหากที่เสียของ

ใช่แล้ว! มันเสียของ เพราะมันไม่ได้ถูกใช้ตามวัตถุประสงค์ของมัน

“เพราะ… ทุกสิ่งถูกสร้างขึ้นโดยพระองค์และเพื่อพระองค์” (โคโลสี 1:16)

ดังนั้น น้ำมันหอมขวดนั้นถ้าไม่ได้ใช้เพื่อพระเยซูคริสต์ มันก็เปล่าประโยชน์-ตรงนี้ขยายความอีกนิดนึงดีไหมคะ และถ้ามือถือที่เราถืออยู่ในมือนี้ไม่ได้ใช้เพื่อพระเยซูคริสต์แล้ว มันก็เสียของ เพราะมันยังไม่ได้ทำหน้าที่ของมัน 

ชีวิตของเราก็เช่นกัน ถ้าเราไม่ใช้ชีวิตของเราเพื่อพระเยซูคริสต์แล้ว ชีวิตก็จะเปล่าประโยชน์

เมื่อสามปีที่แล้ว ตอนที่ฉันเริ่มเขียนบทความเพื่อหนุนใจพี่น้องคริสเตียน ฉันพบความสุขที่มาจากภายใน ยิ่งเขียน ยิ่งมีความสุข และอยากจะทำอีกเรื่อยๆ มันเหมือนกับว่าได้พบกับอะไรบางอย่างที่ตามหามานาน เมื่อเขียนจบแต่ละบทความ จะรู้สึกเต็มอิ่มและพึงพอใจที่ไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่เนื่องจากภาระหน้าที่จึงทำให้ไม่มีเวลาและหยุดเขียนไปหนึ่งปีเต็มๆ และฉันก็ใช้เวลาไปกับสิ่งอื่นๆ 

เมื่อปีที่แล้ว พระเจ้าพูดผ่านพระคัมภีร์ว่าให้ใช้ของประทานที่พระเจ้าให้เพื่อพระเยซู เลยกลับมาเขียนเพจอีกครั้งนึง และครั้งนี้ก็พบว่า นี่แหละ คือสิ่งที่พระเจ้าสร้างฉันขึ้นมา นี่คือวัตถุประสงค์ของพระเจ้าต่อชีวิตของฉัน 

การได้ค้นพบวัตถุประสงค์ของชีวิต ทำให้เราได้เข้าใจว่าเราเกิดมาบนโลกนี้ทำไม เราไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อใช้ชีวิตไปวันๆ แต่เราถูกสร้างมาเพื่อพระเยซูคริสต์  สิ่งต่างๆ ที่พระเจ้าประทานให้กับเราบนโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นความรู้ ความสามารถ ทักษะ ของประทาน หรือแม้กระทั่งเงินทอง ทั้งหมดเหล่านั้นมีไว้ก็เพื่อพระเยซูคริสต์

ดังนั้น อย่าให้ชีวิตของเราเสียของ จงใช้มันเพื่อพระเยซูคริสต์ แล้วเราจะพบความหมายที่แท้จริงของชีวิต ใช้มัน เทมันออกเพื่อพระเจ้า แล้วมันจะเกิดประโยชน์สูงสุด

YOU MAY ALSO LIKE

โรคซึมเศร้านำฉันไปหาพระเยซู

โรคซึมเศร้านำฉันไปหาพระเยซู

WRITER: มิเชล ไล ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: นิศารัตน์ มั่นเกตุEDITOR: ไวท์ โรคซึมเศร้าของฉันเริ่มขึ้นเมื่อในเดือนธันวาคม 2006 ฉันจำได้แค่ว่า ตอนไปทัศนศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น ฉันรู้สึกเศร้าและเหนื่อยอยู่ตลอดเวลา มันก็เป็นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งปี 2007...

พระเจ้าปลดปล่อยฉันจากการต่อสู้ทางจิตใจได้อย่างไร

พระเจ้าปลดปล่อยฉันจากการต่อสู้ทางจิตใจได้อย่างไร

WRITER: จอร์แดน ดิเฟอร์นันโด้ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: เฮจี คิมEDITOR: ณัฐรวี ยุ้งทอง อาการซึมเศร้าและความวิตกกังวลไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับฉัน อาการแพนิคโจมตีเป็นประจำ ตามมาด้วยข้อสงสัยและความไม่เชื่อหลายๆ อย่าง...

มาพูดคุยเกี่ยวกับโรคทางจิตเวชกันเถอะ

มาพูดคุยเกี่ยวกับโรคทางจิตเวชกันเถอะ

WRITER: มาริสซา ลุค ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMITRANSLATOR: Mustard Seed TeamEDITOR: Mustard Seed Team ฉันมีอาการวิตกกังวลครั้งแรกเมื่ออายุ 16 ปี หนึ่งปีหลังจากนั้น ฉันตัดสินใจทำตามการทรงเรียกสู่การทำงานเป็นผู้รับใช้เต็มเวลา ซึ่งทำให้ฉันได้ย้ายไปประเทศต่างๆ เป็นเวลาแปดปี...

Share This