fbpx
WRITER: พลอย
EDITOR: Mustard Seed Team

ฉันเป็นคริสเตียนธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ปรารถนาจะมีชีวิตเป็นที่โปรดปรานในสายพระเนตรของพระเจ้า ฉันพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ใกล้ชิดและติดสนิทกับพระองค์ ทั้งไปโบสถ์นมัสการ ศึกษาพระคัมภีร์ และอธิษฐานอยู่เป็นประจำ

ฉันสัมผัสได้ว่าพระองค์โอบกอดฉันด้วยความรักทุกวัน เป็นความรู้สึกพิเศษที่ทำให้ฉันอบอุ่นหัวใจ ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับพระเจ้าพัฒนามากขึ้นและดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนฉันตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เพื่อมาทำงานในองค์กรคริสเตียน ด้วยเหตุผลที่ว่างานนี้จะทำให้ฉันได้ใกล้ชิดกับพระองค์มากกว่างานเดิม และแน่นอนว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ฉันมีเวลาให้กับพระองค์มากขึ้น ได้รู้จักพระองค์มากขึ้น ฉันรู้สึกขอบคุณพระเจ้ามากๆ เพราะไม่ว่าฉันจะทำอะไรพระองค์ทรงเปิดเผยให้ฉันรู้ถึงความปรารถนาดี และการจัดเตรียมของพระองค์เพื่อฉันเสมอ

แต่แล้ววันหนึ่งความรู้สึกแปลกๆ ก็เกิดขึ้นในหัวใจของฉัน เมื่อฉันสัมผัสถึงความบริสุทธิ์และมาตรฐานศีลธรรมอันสูงส่งของพระเจ้า ราวกับว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์กำลังชี้ให้ฉันเห็นถึงข้อบกพร่องในตัวเองที่ต้องได้รับการแก้ไข พระเจ้าเรียกร้องให้ฉันละทิ้งนิสัยเก่าๆ ที่ไม่ถวายเกียรติแด่พระองค์ นิสัยขี้โมโห ช่างหงุดหงิด และไม่ระมัดระวังคำพูด พระองค์ได้สำแดงให้ฉันเห็นถึงผลกระทบของนิสัยเหล่านั้น เมื่อฉันปล่อยให้ความโกรธครอบงำ และเผลอพ่นคำพูดร้ายๆ ทิ่มแทงความรู้สึกคนที่ฉันรัก สิ่งเหล่านี้ทำให้ฉันเจ็บปวด

ฉันได้พยายามแก้ไขครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ฉันทำไม่สำเร็จ นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฉันรู้สึกเหินห่างจากพระเจ้า และไม่สัมผัสถึงความรักและการทรงสถิตของพระองค์ได้เหมือนอย่างเคย

ฉันรู้สึกว่างเปล่าราวกับว่าพระเจ้ากำลังละจากฉันไป และรู้สึกว่าพระวิญญาณไม่ได้เป็นองค์ผู้ช่วยในชีวิตฉันแล้ว ฉันจมอยู่กับความรู้สึกผิดและกล่าวโทษตัวเอง

หลังจากนั้น ฉันได้อธิษฐานอ่านพระคัมภีร์ ใช้เวลาส่วนตัวกับพระเจ้า และขอการอภัยจากพระองค์ ด้วยคำพูดธรรมดาๆ ที่จริงใจกว่าครั้งที่ผ่านมา

ในที่สุด พระวิญญาณที่ฉันเคยตัดพ้อก็ทรงช่วยฉันให้พบความจริงที่สำคัญผ่านพระคัมภีร์ว่าพระเจ้ารักฉัน รักมากจนส่งลูกที่รักของพระองค์มาเพื่อเป็นค่าไถ่ชีวิตของฉัน (ยอห์น 3:16) ชีวิตของพระเยซูคริสต์เป็นหลักฐานของความรักที่ชัดเจน ที่ทำให้ฉันไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ และยิ่งไปกว่านั้นพระองค์ยังรักฉันเหมือนเช่นที่เคยรัก ไม่ว่าวันนี้ฉันจะเป็นอย่างไร ความรู้สึกที่พระองค์มีต่อฉันไม่เคยเปลี่ยน เพราะพระองค์ทรงเหมือนเดิมทั้งวานนี้ วันนี้ และตลอดไปเป็นนิตย์ (ฮีบรู 13:8) 

“เพราะข้าพเจ้าแน่ใจว่า แม้ความตาย หรือชีวิต หรือบรรดาทูตสวรรค์ หรือเทพเจ้า หรือสิ่งซึ่งมีอยู่ในปัจจุบันนี้ หรือสิ่งซึ่งจะมีในภายหน้า หรือฤทธิ์เดชทั้งหลาย หรือซึ่งสูง หรือซึ่งลึก หรือสิ่งใด ๆ อื่นที่ได้ทรงสร้างแล้วนั้น จะไม่สามารถทำให้เราขาดจากความรักของพระเจ้า ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้” (โรม 8:38-39)

นอกจากพระวิญญาณบริสุทธิ์จะช่วยให้ฉันค้นพบความจริงที่สำคัญดังกล่าวแล้ว พระองค์ยังทรงเปิดเผยให้ฉันรู้อีกว่า แท้จริงพระองค์ไม่เคยหายไปไหน ยังคงเป็นผู้ช่วยที่ดีเสมอ พระองค์ทำให้ฉันเข้าใจว่าธรรมชาติมนุษย์นั้นอ่อนแอ ไม่สมบูรณ์แบบ พระเจ้ารู้และเข้าใจในความเป็นตัวเราอย่างดี จึงได้ส่งพระวิญญาณลงมาเพื่อช่วยเรา (ยอห์น 14:26) พระองค์ใส่ความปรารถนาที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องให้แก่เรา รวมถึงเสริมกำลังเราในการเชื่อฟังพระเจ้าและกระทำสิ่งที่ถูกต้อง (โรม 8:26)

การที่ฉันรับรู้ข้อบกพร่องของตัวเองไม่ใช่สิ่งที่แปลก เพียงแต่ฉันต้องสารภาพทุกความบาปผิด (1 ยอห์น 1:9) และขอการช่วยเหลือจากพระองค์ในการต่อสู้กับความบาปนั้น เพราะฉันไม่สามารถแก้ไขมันได้โดยปราศจากการช่วยเหลือของพระองค์ (โรม 7:18)

ขอบคุณพระเจ้าเมื่อฉันได้เข้าใจความจริง ได้สารภาพ ขอการยกโทษ และขอการเสริมกำลังจากพระองค์ ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับพระเจ้าได้รับการรื้อฟื้นขึ้นใหม่และฉันสัมผัสถึงความรักของพระองค์ได้อีกครั้ง แม้วันนี้ฉันจะยังทำไม่สำเร็จ แต่ฉันเชื่อว่าโดยการช่วยเหลือจากพระองค์ ฉันจะไม่ล้มเหลวอย่างแน่นอน

YOU MAY ALSO LIKE

โหยหาความรักจากพ่อ

โหยหาความรักจากพ่อ

WRITER: เจ เล็ง ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: Mustard Seed Team EDITOR: Mustard Seed Teamฉันรู้สึกมีความอิจฉาเล็กๆ เมื่อใดก็ตามที่ฉันเห็นคุณพ่อที่น่ารักกำลังพูดคุยและหัวเราะกับลูกๆ ของเขา ฉันไม่เคยมีความทรงจำที่มีความสุขแบบนั้นเลย เมื่อตอนที่ฉันอายุ 11...

จะรับใช้พระเจ้าในขณะที่ต่อสู้กับโรคซึมเศร้าได้อย่างไร?

จะรับใช้พระเจ้าในขณะที่ต่อสู้กับโรคซึมเศร้าได้อย่างไร?

WRITER: ฌอน ควาห์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ศุภิสรา เจริญศรีศิลป์ EDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร ชาร์ลส์ สเปอร์เจียน? เป็นโรคซึมเศร้า? ผมได้ยินชื่อ ชาร์ลส์ สเปอร์เจียนครั้งแรกจากศิษยาภิบาลของผม เขาได้แบ่งปันข้อคิดดีๆ จากหลายๆ คำเทศนาของสเปอร์เจียนให้ฟัง...

3 สัญญาณที่บอกว่าคุณหมดไฟในการรับใช้

3 สัญญาณที่บอกว่าคุณหมดไฟในการรับใช้

WRITER: ซาราห์ โซ๊ะ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: นารดา ไทรงาม EDITOR: สวิตตา เจริญศรีศิลป์ 29 กันยายน 2010 เป็นวันที่ฉันตระหนักว่าตัวเองหมดไฟ ในฐานะคริสเตียนวัยรุ่น เป็นนักศึกษาปริญญาตรี ฉันคิดว่าตัวเองจะมีภูมิคุ้มกันจากการหมดไฟ ที่ผ่านมาฉันไม่ได้ทำทุกอย่าง...

Share This