WRITER: คลาวเดีย เอเลโอซา ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR: ศุภิสรา เจริญศรีศิลป์
EDITOR: อาเกียว
ฉันได้สังเกตอะไรบางอย่างเกี่ยวกับวิธีที่เราอธิษฐาน เรามักจะอธิษฐานขอพระเจ้าเสด็จลงมาและทำงานในชีวิตเรา
หลายต่อหลายครั้งที่ฉันได้ยินผู้คนอธิษฐานขอการแทรกแซงจากพระเจ้าที่จะเกิดขึ้นในชีวิตการทำงาน การเรียน ความสัมพันธ์ในครอบครัว ความสัมพันธ์แบบคู่รักหรือในเรื่องต่างๆ ของชีวิตของพวกเขา
ฉันก็เป็นเช่นนั้น คำอธิษฐานที่ฉันมักจะทูลต่อพระเจ้าก็คือ “พระเจ้าคะขอพระองค์ได้โปรดเข้ามามีส่วนร่วมในชีวิตของลูกด้วยค่ะ” จนกระทั่งฉันได้ฟังคำเทศนาหนึ่งในวันอาทิตย์ที่คริสตจักร
ในวันนั้นนักเทศน์ได้เทศน์เกี่ยวกับความสำคัญของการใช้ชีวิตของเราให้เป็นประโยชน์ในฐานะผู้รับใช้พระเจ้า และนั่นเป็นจุดที่ทำให้ฉันเปลี่ยนความคิด ถึงแม้ว่าคำอธิษฐานที่ฉันชอบอธิษฐานตามปกตินั้นจะแสดงถึงความถ่อมใจและการยอมเชื่อฟัง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ฉันแค่กำลังทำเหมือนว่าชีวิตนี้เป็นเหมือนเวทีที่มีไว้สำหรับตัวฉันเองเท่านั้น ฉันได้รับบทเป็นตัวละครหลักในขณะที่พระเจ้าเป็นเพียงแค่แขกรับเชิญที่ฉันเชิญให้เข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงแค่บางฉากเท่านั้น คำอธิษฐานของฉันได้วางพระเจ้าไว้ในตำแหน่งผู้ช่วยแทนที่จะเป็นจอมเจ้านายของชีวิต
พระคัมภีร์ได้เตือนเราว่าเราทั้งหลายถูกสร้างขึ้นเพื่อพระสิริของพระเจ้า(อิสยาห์ 43:7) ทุกสิ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อรับใช้พระองค์(สดุดี 119:91) และเราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ที่ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์เพื่อให้ทำการดี(เอเฟซัส 2:10)
พระเจ้าเป็นเจ้าของชีวิตของเราพระองค์เป็นตัวละครหลักไม่ว่าเราจะ “รู้สึก” ถึงพระองค์หรือเลือกว่าจะให้พระองค์เข้ามามีส่วนร่วมในชีวิตของเราหรือไม่ก็ตาม การทรงสถิตของพระองค์ในชีวิตของเราเป็นสิ่งที่แน่นอนและไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ความเฉยเมยฝ่ายวิญญาณเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนว่าพระเจ้าไม่ได้ทรงสถิตอยู่ด้วย การตระหนักได้เช่นนี้ช่วยนำฉันให้เปลี่ยนวิธีอธิษฐาน
– แทนที่จะอธิษฐานขอการทรงสถิตของพระเจ้า ฉันกลับทูลขอให้ทรงช่วยฉันที่จะมีความไวมากขึ้นต่อการทรงสถิตอยู่ด้วยของพระองค์
– แทนที่จะอธิษฐานขอให้พระเจ้าจัดเตรียมสิ่งต่างๆ ตามวิธีที่ฉันอยากจะให้เป็น ฉันกลับทูลขอให้พระองค์ช่วยฉันที่จะมีชีวิตดำเนินไปตามพระประสงค์ของพระองค์
– แทนที่จะอธิษฐานขอให้พระเจ้าเข้ามามีส่วนร่วมในชีวิตของฉัน ฉันกลับทูลขอให้ฉันได้มีส่วนร่วมในงานของพระองค์ที่มีในโลกนี้
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ หลังจากที่ฉันเปลี่ยนวิธีอธิษฐานต่อพระเจ้า ฉันพบว่าฉันได้รับคำตอบอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะคำอธิษฐานที่ฉันขอเข้าไปมีส่วนร่วมในงานของพระองค์
ใครคนหนึ่งที่ฉันไม่รู้จักมาก่อนเข้ามาหาฉัน และเสนอโอกาสให้ฉันเขียนบทความให้กับพันธกิจหนึ่ง ฉันตอบรับอย่างไม่ลังเล มันน่าตื่นเต้นมากที่ได้เป็นพยานถึงการที่พระเจ้าตอบคำอธิษฐานที่เปลี่ยนไปของฉัน
ปัจจุบันฉันมีส่วนร่วมในพันธกิจเยาวชนแห่งหนึ่ง ซึ่งฉันได้ใช้การเขียนของฉันรับใช้พระเจ้ามันอัศจรรย์มากที่ได้เห็นผลลัพธ์อันยอดเยี่ยมของการอธิษฐานที่เปลี่ยนไปของฉัน
“จงปีติยินดีในพระยาห์เวห์” ผู้เขียนพระธรรมสดุดีกล่าว “และพระองค์จะประทานตามใจปรารถนาของท่าน” (สดุดี 37:4) พระเจ้าจะประทานทุกสิ่งที่เราทูลขออย่างแน่นอนตราบที่เราให้พระองค์เป็นศูนย์กลางในชีวิตและคำอธิษฐานทูลขอของเราเป็นไปตามพระคำของพระองค์(ยอห์น 15:7)
YOU MAY ALSO LIKE
ลบคำสบประมาทแบบไม่ต้องพิสูจน์
WRITER: พรพรรณ ตรีศิริพิศาล EDITOR: Mustard Seed Team หลายๆ ครั้ง ที่เราเริ่มต้นทำบางสิ่งบางอย่าง อาจเป็นงานใหม่ ธุรกิจใหม่ หรือออกจากงานประจำมาทำในสิ่งที่เรารัก เราอาจได้ยินคนรักหรือคนรอบข้างเราตั้งคำถาม “จะไหวหรอ ทำไม่ได้หรอกมั้ง” “ทำแบบนี้ แล้วจะเอาอะไรกิน...
เหตุผล 3 ประการว่าทำไมการเป็นคริสเตียนถึงดีจริงๆ
WRITER: แดเนียล ไรอัน เดย์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ณัฐพร ชังเจริญ EDITOR: Mustard Seed Team แดเนียลแต่งงานกับคนรักที่คบกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลายและเป็นคุณพ่อลูกสาม เขาเป็นผู้เขียนหนังสือที่มีชื่อว่า แล้วอะไรต่อ: งานในฝันของคุณ การทรงเรียกของพระเจ้า...
เราจะอธิษฐานด้วยความมั่นใจได้อย่างไรเมื่อชีวิตไม่มั่นคง?
WRITER: แฮนนาห์ โก ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR/EDITOR: Mustard Seed Team คุณเคยอธิษฐานแบบเผื่อใจหรือเปล่า? คืออย่างนี้ คุณขอบางอย่างจากพระเจ้าแต่ไม่แน่ใจว่าพระองค์จะให้หรือเปล่า ดังนั้นคุณก็ยังคงอธิษฐานแต่ไม่อดใจรอ เพราะคุณก็ไม่ได้อยากจะคาดหวัง...


