fbpx
WRITER: วีนา คูรูวิลล่า ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR: สรสิทธิ์ ธัมมารักขิตานนท์
EDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร

ฉันเป็นพ่อแม่บุญธรรมของสาวน้อยคนหนึ่ง ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ฉันและสามีมีความสุขมากๆ ที่ได้ร่วมกันดูแลของขวัญแห่งชีวิตชิ้นนี้

ในตอนที่เธอยังเด็ก ผมบางสวยดั่งเส้นไหมของเธอทำให้เราต่างหลงใหล ดวงตากลมดั่งเมล็ดอัลมอนด์นั้นเต้นโลดแข่งกับรอยยิ้มของเธอ สองสิ่งนี้เกิดขึ้นตลอดเวลาราวกับอยู่ในการแข่งมาราธอนที่ไม่มีวันสิ้นสุด เธอเกิดมาพร้อมกับความเท่

ด้วยผมที่หยิกลอน ตาดวงเล็ก ที่เหมือนกับฉันและความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกัน เราจึงเหมือนกันแทบจะทุกอย่าง และเวลาที่มีคนบอกว่าเห็นเด็กคนนี้เหมือนราวกับจะเป็นตัวแทนฉัน ไม่มีอะไรทำให้ฉันมีความสุขไปมากกว่านี้อีกแล้ว

เรื่องนี้ทำให้ฉันอดสงสัยไม่ได้ว่าพระบิดาผู้ทรงสมบูรณ์แบบของเราในสวรรค์จะรู้สึกดีแค่ไหน เมื่อเรายอมให้พระลักษณะชีวิตของพระคริสต์เข้ามาครอบครอง แล้วค่อยๆ ให้เนื้อหนังนั้นตายไปและดำเนินชีวิตโดยมีพระวิญญาณนำหน้า หัวใจของพระองค์จะพองโตเต็มไปด้วยความชื่นบานขนาดไหน เมื่อเห็นเราให้อภัยกันและกันเป็นครั้งแรก? ไหนจะตอนที่เราเอาชนะไม่ยอมให้ตัณหาเกิดขึ้นในใจเราหรือในวันที่เราชื่นชมยินดีได้ท่ามกลางการถูกปฏิเสธต่าง?

ทำอย่างไรเราจึงจะสามารถไล่ตามการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ เพื่อให้เราสามารถเติบโตเป็นเหมือนพระองค์มากขึ้นในทุกๆ วัน

พระธรรมโรม 8:5 บอกกับเราว่า “เพราะว่าคนทั้งหลายที่อยู่ฝ่ายเนื้อหนัง ก็ปักใจในสิ่งซึ่งเป็นของของเนื้อหนัง แต่คนทั้งหลายที่อยู่ฝ่ายพระวิญญาณ ก็สนใจในสิ่งซึ่งเป็นของพระวิญญาณ”

ฉันพบว่าสิ่งที่เป็นอุปสรรคมากที่สุดต่อการเติบโตฝ่ายวิญญาณก็คือตัวฉันเอง การพยายามเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตด้วยกำลังของตัวเอง ฉันเสียเวลาไปกับการหาคำตอบตามเว็บไซต์ต่างๆ

แทนที่จะเป็นการรับฟังพระวจนะของพระองค์และการยอมมอบปัญหาเหล่านั้นให้กับพระองค์ ฉันดึงดันต่อทุกการทรงเรียก ของพระเจ้าและต่อสู้อย่างสุดกำลังด้วยแรงของตัวเอง

แต่พระเจ้าเตือนเราด้วยความถ่อมสุภาพว่าเรานั้นถูกเลือกให้เป็นลูกของพระองค์อย่างไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ (เอเฟซัส 1:5) เราไม่ได้ถูกทิ้งไว้อย่างไร้ความหวังหรือถูกปล่อยให้ถูกจำกัดจากความผ่ายแพ้และความอับอาย พระเจ้านำเราให้ใกล้ชิดกับพระองค์ผ่านทางพระโลหิตของพระเยซู (เอเฟซัส 1:13) เพื่อพระประสงค์แห่งการรับพระวิญญาณบริสุทธิ์ (เอเฟซัส 2:22)

แม้ว่าเนื้อหนังของเราจะเป็นอุปสรรคต่อการเติบโต แต่หากเราตัดสินใจสารภาพ กลับใจ และหันกลับไปหาพระองค์ พระเจ้าผู้ทรงสัตย์ซื่อจะดูแลและทำให้เราเติบโตในองค์พระเยซูคริสต์

การเติบโตฝ่ายวิญญาณและการเปลี่ยนแปลงของเรานั้นไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีที่เราเชื่อวางใจในองค์พระคริสต์ ความยากลำบากและการทดลองต่างหากจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้เราแสวงหาพระเจ้าอย่างจริงจัง มากกว่าที่เราทำในช่วงเวลาปกติ

ความพยายามที่จะเพิ่มสมาชิกในครอบครัวของเราผ่านการอุปการะนั้นไม่ประสบความสำเร็จ ครั้งแล้วครั้งเล่าและด้วยหัวใจที่แตกสลาย เราหันกลับมายึดมั่นในสิ่งที่เราเชื่อโดยให้ความรักและความเมตตาของพระเจ้าเป็นพื้นฐานในการใช้ชีวิตวันต่อวัน

อธิษฐานตามน้ำพระทัยของพระเจ้า

การเยียวยาสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อเราอธิษฐานอย่างต่อเนื่อง พระเยซูผู้เป็นพระบุตรของพระเจ้าก็อธิษฐาน พระองค์อธิษฐานก่อนที่จะเริ่มพระราชกิจ อธิษฐานท่ามกลางการอัศจรรย์ต่างๆ พระองค์อธิษฐานทั้งโดยลำพังและเมื่ออยู่ท่ามกลางฝูงชน พระองค์อธิษฐานขอให้พ้นจากการถูกตรึงแต่ก็ขอให้น้ำพระทัยของพระบิดาสำเร็จ พระเยซูคริสต์อธิษฐานด้วยความหวังและความมั่นใจอย่างหนักแน่นในพระเจ้าผู้รับฟังคำอธิษฐานของพระองค์

ถึงแม้ว่าความพยายามในการรับอุปการะเด็กของเราล้มเหลวถึงสองครั้ง แม้เราจะรู้สึกผิดหวัง แต่เราก็ยังคงอธิษฐาน

และเลือกที่จะสรรเสริญพระเจ้าท่ามกลางความเศร้าโศก ถึงฤทธานุภาพและสติปัญญาของพระเจ้าผู้ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เราคุกเข่าลงอธิษฐานและประกาศถึงความยิ่งใหญ่เหนือสถานการณ์ต่างๆ ต่อหัวใจที่เจ็บช้ำ วางใจว่าพระเจ้าทรงมีแผนการที่ดีต่อความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น เราไม่อธิษฐานเพื่อขอให้พระเจ้าเปลี่ยนใจ แต่เพื่อเปลี่ยนความปรารถนาของเราให้เข้ากับพระประสงค์ของพระองค์ เหมือนที่พระคริสต์ได้ทำในสวนเกทเสมนี (ลูกา 22:42)

ฉลาดขึ้นด้วยถ้อยคำของพระเจ้า

การได้เข้าถึงพระคำเป็นสิทธิพิเศษที่ทำให้เราได้ใคร่ครวญอย่างลึกซึ้ง พระคำชี้ให้เราเห็นความบาปของเรา และถ้าเราเชื่อฟัง เราก็สามารถตัดขาดจาดความบาปที่เกาะกุมเราอยู่ได้ เคยไหมที่พอได้ใช้เวลาอย่างสงบแล้วถ้อยคำที่ว่า “อย่าถือว่าตนฉลาด” (โรม 12:16) เข้ามาหยุดคุณไม่ให้ตัดสินใจทำบางอย่าง? ไม่เคย? งั้นคงเป็นแค่กับฉันคนเดียว! ถ้อยคำของพระเจ้ามีพลังที่แทรกซึมเข้าไปและฟื้นฟูมุมมืดในความคิดของเรา

ถ้อยคำของพระเจ้ามีพลังที่แทรกซึมเข้าไปฟื้นฟูมุมมืดในความคิดของเรา พระคำนั้นแก้ไขให้เราดีขึ้น

ถ้อยคำของพระเจ้ายังสามารถช่วยให้เราต่อสู้กับศัตรูและการล่อลวงต่างๆ เช่นเดียวกับที่พระเยซูได้ใช้พระคำของพระเจ้าต่อสู้กับมารในถิ่นทุรกันดาร

เมื่อลูกสาวของฉันถามว่าทำไมพระเจ้าช่างไม่ยุติธรรมกับเธอและไม่ยอมให้เธอมีน้อง เรากลับไปหาพระเจ้าด้วยกันและพบว่าพระสัญญามากมายนั้นมีไว้สำหรับผู้ที่ไว้วางใจในพระองค์

ป้อมปราการที่เข้มแข็งของพระวิญญาณบริสุทธิ์

ผู้ช่วยเหลือหรือพระวิญญาณบริสุทธิ์นั้นอยู่กับเราเสมอและพร้อมจะปกป้องเราในทุกความคิด คำพูด และการกระทำ อย่างที่เราได้แสวงหาพระเจ้าด้วยใจเชื่อฟัง ยอมให้พระคำของพระเจ้าเปลี่ยนแปลงความคิดของเรา เนื้อหนังของเราก็เรียนรู้ที่จะฟังและทำตามการทรงนำของพระวิญญาณ

ทุกครั้งที่เราพยายามรับลูกบุญธรรมมาเลี้ยงแล้วไม่ได้ตามที่คาดหวัง ฉันก็ได้รับการเตือนใจอยู่เสมอว่าพระวิญญาณยังอยู่กับฉันและพระวิญญาณไม่ได้ทอดทิ้งฉัน

ในขณะที่ฉันพยายามใช้ชีวิตในแต่ละวันและทำสิ่งที่ต้องทำ พระวิญญาณได้ให้ฉันระลึกถึงข้อพระคำต่างๆ จากพระคัมภีร์ หนุนใจฉันอยู่เสมอว่าพระวิญญาณกำลังช่วยแบกภาระหนักของฉันอยู่ หนุนใจฉันว่ามีแผนการที่ดีสำหรับครอบครัวฉันที่จะทำให้พวกเราได้รับการเติมเต็มจนพอใจ และวันหนึ่งความโศกเศร้าเสียใจจะมลายหายกลายเป็นความสุขนิรันดร์ ในช่วงเวลาที่เราอ่อนกำลัง พระวิญญาณกำลังวิงวอนต่อพระเจ้าแทนเรา (โรม 12:16) และด้วยพระวิญญาณ เราได้เรียนรู้ที่จะประกาศและถวายพระเกียรติแด่พระนามของพระเจ้า

ไม่สำคัญว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด ให้เราเลือกที่จะอธิษฐาน ให้เราเปิดใจรับฟังความจริงจากพระคำของพระเจ้า และให้เราต้อนรับพระวิญญาณบริสุทธิ์มาปกป้องและนำทางชีวิตเราเพื่อที่เราจะนำพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าไปยังเพื่อนบ้านของเรา โรงเรียนของเรา และที่ทำงานของเรา ไปยังใจกลางของกลุ่มคนที่พาลูกไปทำกิจกรรมร่วมกัน ไปยังการนัดพบ รวมถึงในกลุ่ม WhatsApp ด้วย นำพระวิญญาณบริสุทธิ์ไปยังผู้ที่เผชิญกับความยากลำบากในชีวิต ไปยังผู้ที่มีความสงสัยและผู้ที่สิ้นหวัง เหมือนกับที่พระเยซูได้ทรงกระทำ

YOU MAY ALSO LIKE

คำโกหกที่ทำให้เราห่างไกลจากพระคำ

คำโกหกที่ทำให้เราห่างไกลจากพระคำ

WRITER: ซาร่าห์ โซ ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ชลิดา สุภาแสน EDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร สำหรับฉันช่วงขึ้นปีใหม่มันไม่ใช่ช่วงเวลาที่พิเศษอะไร ต้นเดือนมกราคมถือเป็นเหมือนเครื่องหมายในการเริ่มต้นกิจวัตรประจำวันเดิมๆของฉันทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน...

ฉันเป็นที่รักจริงหรือ?

ฉันเป็นที่รักจริงหรือ?

WRITER: เจสลิน ซี ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ชลิดา สุภาแสน  EDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร “ไร้ประโยชน์” “โง่จัง” “ไม่เห็นจะมีไรดีสักอย่าง” คำพูดเหล่านี้อาจจะเป็นคำที่เราคุ้นเคยในท่ามกลางพวกเราบางคน แม้ว่าฉันจะรู้ว่าฉันเป็นลูกของพระเจ้า...

ผมลืมไปว่าผมเป็นเพื่อนกับพระเยซู

ผมลืมไปว่าผมเป็นเพื่อนกับพระเยซู

WRITER: คาเลบ ดาเนียล ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: ปาลีญา ธนาวัฒนเจริญ EDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร การเติบโตในคริสตจักรทำให้ผมมักจะได้ยินคำกล่าวที่ว่าพระเยซูคือ “เพื่อนของเราตลอดไป” อยู่บ่อยๆ ในชั้นเรียนพระคัมภีร์...

Share This