fbpx
WRITER: สวิตตา เจริญศรีศิลป์ 
EDITOR: Mustard Team

คุณเคยรู้สึกไม่ดีพอไหม? ฉันเชื่อว่าเราทุกคนต่างเคยมีประสบการณ์กับความรู้สึกนี้ไม่มากก็น้อยในชีวิต

ฉันเป็นคนนึงที่รู้ว่าพระเจ้ารักฉันอย่างไม่มีเงื่อนไข แต่บางครั้งฉันกลับยังมีความรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ ฉันเคยคิดว่าที่ตัวเองเป็นแบบนี้อาจเพราะว่าฉันขาดความเชื่อและไม่ได้ไว้วางใจพระเจ้าเพียงพอรึเปล่าฉันจึงรู้สึกแบบนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งหนึ่งที่ฉันได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่มีกับพระเจ้าคือ พระเจ้าไม่ได้ทรงตัดสินหรือกล่าวโทษเรา เมื่อเรารู้สึกไม่ดีพอ แต่พระองค์ทรงปรารถนาที่จะช่วยเรา เพราะพระองค์ทรงเข้าใจถึงสาเหตุว่าทำไมเราจึงรู้สึกเช่นนั้น

ถ้าคุณเป็นคนนึงที่เผชิญกับความรู้สึกนี้ ฉันหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และมีส่วนช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองมากขึ้น และเติบโตไปกับพระเจ้า

1. เราจะเป็นในแบบที่เราคิด

บ่อยครั้งสิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกไม่ดีพอนั้นมาจาก การที่ฉันวัดคุณค่าของตัวเองด้วยมาตรฐานต่างๆ นอกเหนือจากมาตรฐานของพระเจ้า ถึงแม้ว่าฉันจะรู้จักพระคำของพระเจ้า แต่การรู้จักพระคำของพระเจ้าอย่างผิวเผินนั้นไม่เพียงพอที่เราจะสามารถต่อสู้กับคำหลอกลวงต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตได้ เราทุกคนต่างมีกรอบความคิดที่หล่อหลอมเรา ไม่ว่าจะจากการเลี้ยงดู วัฒนธรรมหรือค่านิยมต่างๆ ที่ส่งผลต่อวิธีคิดของเรา สิ่งที่ฉันเรียนรู้คือ เราจำเป็นจะต้องใคร่ครวญและใช้ชีวิตในความจริงของพระเจ้าทุกๆ วัน ซึ่งสิ่งสำคัญในกระบวนการนี้คือความคิดของเราเพราะความคิดเป็นเหมือนตัวกรองข่าวสารที่เราเลือกที่จะให้เข้ามาในชีวิต

สิ่งที่เรารับเข้ามาในความคิดมักจะออกมาเป็นการกระทำและกลายมาเป็นสิ่งที่เราเชื่อ เพราะสิ่งที่เราพูดไม่ได้วัดว่าเราเชื่ออะไรแต่การกระทำของเราต่างหากที่บ่งบอกว่าเรากำลังเชื่ออะไรอยู่

ในพระคัมภีร์ได้พูดถึงเรื่องการนำความคิดทุกอย่างให้มาอยู่ใต้การควบคุมของพระเจ้า(2 โครินธ์ 10:5) เพราะไม่ใช่ทุกความคิดที่เข้ามาในหัวของเรานั้นจะมาจากพระเจ้า บางครั้งก็เป็นความคิดของเราเอง ความคิดเห็นของผู้อื่น หรือแม้แต่ความคิดที่มารตั้งใจใส่ให้กับเรา ดังนั้นเมื่อเราเรียนรู้ที่จะยึดกุมและชำระความคิดนั้นด้วยความจริงจากพระคำของพระเจ้า มันก็จะช่วยให้เราเป็นไทจากคำโกหกหรือคำกล่าวโทษที่ทำให้เราท้อใจหรือรู้สึกไม่ดีพอได้

สิ่งสำคัญคือการต่อสู้ทางความคิดเป็นสิ่งที่เราต้องเผชิญทุกวัน เป็นการเดินทางแบบมาราธอนที่เราต้องพึ่งพาพระเจ้า ฉะนั้นการที่เรารู้วิธีจัดการความคิดนั้น ไม่ได้การันตีว่าเราจะไม่มีวันรู้สึกแบบนี้อีก ฉะนั้นครั้งหน้าที่คุณรู้สึกไม่ดีพอ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด อย่าหมดหวังกับตัวเอง เพราะพระเจ้าจะทรงอยู่เคียงข้างคุณและเดินไปกับคุณตลอดเส้นทางนี้

2. ฉันกำลังทำเพื่อใคร

อีกวิธีที่สามารถช่วยเราได้เมื่อเราสับสน จมอยู่กับความรู้สึกต่างๆ หรือรู้สึกไม่ดีพอ คือการสำรวจแรงจูงใจของตนเอง ว่าแท้จริงแล้วเรากำลังพยายามทำสิ่งต่างๆ เพื่อใคร ด้วยการขอให้พระเจ้าเข้ามาตรวจสอบจิตใจของเรา เพราะเมื่อเราหยุดและกลับมาทบทวนตัวเราเอง นั่นแสดงถึงความจริงใจที่เรามีต่อตัวเองและต่อพระเจ้า ฉันพบว่าความรู้สึกไม่ดีพอหลายครั้งเกิดจากความคาดหวังที่เรามีต่อตัวเองและต่อผู้อื่น ซึ่งผลลัพธ์คือมันจะทำให้เราผิดหวังเพราะเราวางความหวังของเราไว้ผิดที่

แต่เมื่อเรารู้ความจริงและนำหัวใจของเรากลับมาจดจ่อที่พระองค์ ฟังในสิ่งที่พระองค์ทรงบอกกับเรา และทำในสิ่งที่พระองค์ปรารถนาให้เราทำจริงๆ 

เราจะรู้สึกมั่นคงเพราะเรารู้ว่าเรากำลังอยู่ในน้ำพระทัยพระเจ้า เราไม่จำเป็นจะต้องพิสูจน์ตัวเอง หรือคาดหวังว่าเราจะต้องทำทุกอย่างได้สมบูรณ์ เพราะสิ่งที่พระเจ้าปรารถนานั้นคือหัวใจของเรา

3. ไม่เปรียบเทียบ

การเปรียบเทียบเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มักทำให้เรารู้สึกด้อยค่าและไม่ดีพอ ฉันเชื่อว่าการชื่นชมใครสักคนและเห็นพวกเขาเป็นแบบอย่างที่ผลักดันให้เราพัฒนาตนเองนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ปัญหาก็คือ ส่วนใหญ่แล้วเรามักจะเผลอเอาคุณค่าของตัวเองไปผูกกับการเปรียบเทียบกับผู้อื่น ซึ่งหลายครั้งมันทำให้เรามองตัวเองด้อยค่าและผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง

เมื่อพูดถึงการเปรียบเทียบ มีประโยคนึงที่ฉันชอบมากในหนังสือตอบ 12 คำถามยากๆ ในชีวิตของอ. ริค วอร์เรน ที่กล่าวว่า ส่วนมากแล้ว

เวลาที่เราเปรียบเทียบ เรามักจะเปรียบเทียบจุดด้อยของตัวเองกับจุดเด่นของผู้อื่น


ประโยคนี้ทำให้ฉันหยุดคิดถึงความจริงที่เรามักมองข้ามไป และย้ำเตือนฉันถึงความจริงที่ว่ามาตรฐานที่เราใช้วัดในการเปรียบเทียบนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ได้มาตรฐาน ในพระคัมภีร์ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ว่าแต่ละคนควรสำรวจการกระทำของตนเองจึงจะมีข้อภาคภูมิใจในตัวเอง โดยไม่ต้องเอาตัวไปเปรียบเทียบกับคนอื่นกาลาเทีย 6:4 เพราะ “…เมื่อพวกเขาเอาตัวเองเป็นเครื่องวัดกันและกัน และเอาตัวเองเปรียบเทียบกันและกันแล้ว พวกเขาก็ปราศจากความเข้าใจ2 โครินธ์ 10:12 เมื่อเราเข้าใจว่าพระเจ้าทรงสร้างเรามาแต่ละคนอย่างมีจุดประสงค์ เราเป็นอย่างที่เราเป็นเพราะพระเจ้าทรงมีแผนการที่เฉพาะเจาะจงสำหรับเรา เราก็จะไม่เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร แต่เรียนรู้ที่จะขอบคุณพระเจ้าในสิ่งที่เราเป็น

วันนี้มีสิ่งใดบ้างที่ยึดคุณไว้กับความรู้สึกไม่ดีพอ? อาจจะเป็นความล้มเหลวหรือความผิดพลาดในอดีต สิ่งที่คนอื่นพูดเกี่ยวกับคุณ หรือแม้แต่ความคาดหวังของตัวเอง ไม่ว่าสิ่งนั้นคืออะไร ฉันอยากหนุนใจให้คุณนำมันมาให้กับพระองค์ เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่ได้เป็นตัวกำหนดคุณค่าของคุณ เพราะคุณค่าที่แท้จริงของคุณคือราคาที่พระเยซูทรงจ่ายด้วยชีวิตของพระองค์เอง

YOU MAY ALSO LIKE

การอ่านพระคัมภีร์ไม่ได้ทำให้ฉันเป็นคริสเตียนที่ดีขึ้น

การอ่านพระคัมภีร์ไม่ได้ทำให้ฉันเป็นคริสเตียนที่ดีขึ้น

WRITER: แอ๊กเนส ลี ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: Mustard Seed Team EDITOR: Mustard Seed Team เช้าวันหนึ่ง ผู้ช่วยของเราบังเอิญได้ยินบทสนทนาระหว่างฉันกับสามี และเธอเข้าใจผิดว่าเรากำลังพูดถึงเธอ ผลลัพธ์คือเธอทำตัวเย็นชาใส่ฉันตลอดเช้าวันนั้น...

โหยหาความรักจากพ่อ

โหยหาความรักจากพ่อ

WRITER: เจ เล็ง ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI TRANSLATOR: Mustard Seed Team EDITOR: Mustard Seed Teamฉันรู้สึกมีความอิจฉาเล็กๆ เมื่อใดก็ตามที่ฉันเห็นคุณพ่อที่น่ารักกำลังพูดคุยและหัวเราะกับลูกๆ ของเขา ฉันไม่เคยมีความทรงจำที่มีความสุขแบบนั้นเลย เมื่อตอนที่ฉันอายุ 11...

ความเหินห่างที่เกิดขึ้นระหว่างฉันกับพระเจ้า

ความเหินห่างที่เกิดขึ้นระหว่างฉันกับพระเจ้า

WRITER: พลอย EDITOR: Mustard Seed Team ฉันเป็นคริสเตียนธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ปรารถนาจะมีชีวิตเป็นที่โปรดปรานในสายพระเนตรของพระเจ้า ฉันพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ใกล้ชิดและติดสนิทกับพระองค์ ทั้งไปโบสถ์นมัสการ ศึกษาพระคัมภีร์ และอธิษฐานอยู่เป็นประจำ...

Share This