fbpx
WRITER: เจฟฟรี่ เซียว ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก YMI
TRANSLATOR: สรสิทธิ์ ธัมมารักขิตานนท์
EDITOR: ธัญธร จันทสุทธิบวร

การอยู่เป็นโสดไม่ใช่เรื่องผิด ใช่ คุณอ่านถูกแล้ว มันไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไรถ้าหากคุณยังไม่แต่งงานหรือผูกพันธ์กับใคร หรือยังไม่เคยคบหาดูใจกับใครเลย

แน่ทีเดียว พระเจ้าสร้างให้เรามีความปรารถนาที่จะมีความรัก ดังนั้นจึงเป็นเรื่อง(ที่)ปกติมากที่เราอยากจะแต่งงาน แต่คุณค่าของเราไม่ได้ถูกกำหนดจากสถานะว่ามีคู่หรือไม่มี

แน่นอน สิ่งหนึ่งที่คนโสดหลายคนต้องเผชิญคือความเหงา บางคนพยายามจัดการกับมันโดยการทำกิจกรรมต่างๆ ทำตัวให้ยุ่งตลอดเวลา และออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆ บางคนจัดการความเหงาด้วยการซื้อของที่อยากได้ เช่น การซื้อแกดเจ็ตตัวใหม่ล่าสุด หรือยอมปล่อยตัวเองไปกับความบันเทิงรูปแบบต่างๆ และบางคนก็ถูกล่อลวงให้แสวงหาความสัมพันธ์ที่ไม่ถูกต้องอย่างสื่อลามกหรือการซื้อบริการ

พวกเราหลายคนมักเอาเงื่อนไขของคำว่า “ถ้า” หรือ “ควร” เข้ามาใส่ให้กับความสัมพันธ์และการสมรส ถ้าฉันมีแฟนหรือถ้าฉันได้แต่งงาน ฉันก็จะไม่รู้สึกเหงา ทุกคนควรมีประสบการณ์ในการแต่งงาน (หรืออย่างน้อยก็ฉันคนหนึ่ง) การมีแฟนเป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานในฐานะการเป็นมนุษย์ รวมไปถึงการแต่งงาน การมีลูก และอื่นๆ ตามมา ถ้าฉันไม่ได้ตามนี้ทั้งหมดมันก็ไม่เท่าเทียมสักเท่าไหร่

แต่รูปแบบการคิดเหล่านี้มักสร้างความขมขื่นให้กับเรา การจดจ่อแต่ในสิ่งที่เราไม่มี ทำให้เราจะสูญเสียการมองเห็นถึงพระสิริและการงานที่พระเจ้าทำในชีวิตของเรา เราจะมองเห็นเฉพาะสิ่งที่เรายังขาด ไม่เห็นถึงสิ่งที่พระเจ้าจัดเตรียมให้กับเราด้วยพระทัยที่กว้างขวาง อีกทั้งเราอาจลืมว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่เราสามารถเข้าส่วนในงานของพระเจ้าได้เป็นอย่างดีเพราะเรายังโสดอยู่ อัครทูตเปาโลได้ยกตัวอย่างข้อดีของการเป็นโสด ว่าไม่มีสิ่งใดที่จะแย่งความสนใจของพวกเขาต่อพระเจ้าได้ (1 โครินธ์ 7:32-35)

เราสามารถสูญเสียความชื่นบานที่เราหาได้ในขณะที่เราเป็นโสดเพียงเพราะเราคิดว่าเราจะมีความสุขก็ต่อเมื่อเรามีแฟน กรณีที่เลวร้ายที่สุดคือการที่เรายอมให้ความบาปทางเพศเข้าควบคุมชีวิตเรา ไม่เพียงแค่มันจะทำลายชีวิตของเราในตอนนี้ แต่มันจะทำลายความสัมพันธ์ระหว่างคู่ชีวิตของเราในอนาคตอีกด้วย

ผมอยากจะหนุนใจหนุ่มคริสเตียนทุกคนที่ยังโสดอยู่ จงจัดการกับความเหงาด้วยรูปแบบที่แตกต่างออกไป จงอย่าให้ความเหงาเข้าควบคุมชีวิตของคุณ อย่าให้รากของความขมขื่นฝังอยู่ในจิตใจ

จงจำไว้ว่า ความเหงาไม่ได้เกิดจากการที่ไม่มีแฟนหรือภรรยา ความเหงาคือสิ่งที่ทุกคนต้องเจอ ไม่ว่าพวกเขาจะแต่งงานแล้วหรือไม่

แม้แต่พระเยซูเองก็ยังเคยพบกับความโดดเดี่ยว ครั้งเมื่อเหล่าสาวกของพระองค์ทอดทิ้งพระองค์ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของพระองค์ อย่าลืมว่าความโดดเดี่ยวเป็นแค่การทดลอง มันจะกลายเป็นความบาปก็ต่อเมื่อเรายอมให้มันควบคุมชีวิตของเรา

ครั้งต่อไป เมื่อคุณรู้สึกโดดเดี่ยว จงให้มันเป็นเหมือนเครื่องเตือนใจ ให้เราสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัวและเพื่อนๆ ของคุณ ยิ่งกว่านั้น จงใช้เวลาของคุณในขณะที่ยังโสดไปกับการแสวงหาความบริสุทธิ์ ความบริสุทธิ์นั้นไม่ได้หมายถึงแค่การไม่ทำบาป แต่รวมถึงการสร้างชีวิตในแบบที่พระเจ้าทรงปรารถนาให้เราเป็น เรียนรู้ที่จะวางใจในพระสิริของพระเจ้า ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีคู่พระพร ทูลขอให้พระเจ้าเปลี่ยนคุณให้เป็นคนที่รักพระองค์และพี่น้องในพระคริสต์

และเมื่อวันหนึ่งที่คุณพบกับคู่พระพร คุณจะพบว่าการที่เราเรียนรู้ที่จะรักผู้อื่นจะช่วยให้เรารักคู่ของเราได้มากขึ้น สิ่งหนึ่งที่ผมค้นพบก็คือ เมื่อผมเรียนรู้ที่จะรักผู้อื่นในแบบที่พระเจ้าอยากให้ผมทำ ผมพบว่าผมสามารถรักภรรยาของผมได้อย่างไม่มีเงื่อนไข เหมือนที่พระเยซูทรงรักคริสตจักร

และถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้แต่งงาน ขอให้จำไว้ว่าชีวิตของคุณยังคงเป็นคำพยานที่อัศจรรย์ถึงความรักของพระเจ้า และเป็นพรให้กับคนอื่นๆ ได้

YOU MAY ALSO LIKE

เมื่อฉันต้องเดินข้ามผ่านหุบเขาเงาแห่งความตาย

เมื่อฉันต้องเดินข้ามผ่านหุบเขาเงาแห่งความตาย

WRITER: พรพรรณ ขวัญพันธุ์งามEDITOR: Mustard Seed Team ที่จริงฉันอยากจะเล่าถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่ที่เพิ่งผ่านมา หากแต่ว่าหลังจากนั้นไม่กี่วันตัวฉันกลับประสบเหตุที่เข้าใกล้กับคำว่า ‘เฉียดตาย’  ได้อย่างเหมาะสมเสียยิ่งกว่าจนไม่อาจเทียบกันได้...

หยุด! ส่องกระจกมัว 

หยุด! ส่องกระจกมัว 

WRITER: ศจ.วิทยา วุฒิไกรเกรียงEDITOR: Mustard Seed Team “เคยมั้ย? ส่องกระจกแล้วถอนหายใจ”  “รู้สึกว่าเราไม่ดีพอ ไม่สวยพอ ไม่เก่งพอ”  นั่นแหละ...เสียงของ ‘การเปรียบเทียบ’   เมื่อประมาณยี่สิบปีก่อน มีน้องผู้หญิงมัธยมคนหนึ่งมาปรึกษาผม เพราะเธอลดน้ำหนักไม่ได้ตามเป้า...

 3 ความจริงที่จะช่วยให้เรารับมือกับอดีตได้ดีขึ้น

 3 ความจริงที่จะช่วยให้เรารับมือกับอดีตได้ดีขึ้น

TRANSLATOR: Natty GraceEDITOR: Mustard Seed TeamArtwork by : YMI“ฉะนั้นถ้าใครอยู่ในพระคริสต์ เขาก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆ ก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น” (2 โครินธ์ 5:17)  “อดีตก็คืออดีต” อย่างที่เขาพูดกัน...

Share This