11/11/2019
3 สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณให้อารมณ์เป็นใหญ่ในการดำเนินชีวิต
COLLABORATION: Mustard Seed x Olee by Whaledone Studio
ARTWORK TYPE/MEDIUM: IIlustration
ORIGINAL CONTENT: Mustard Seed
ฉันต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะไม่พิมพ์ข้อความกลับไป ฉันปิดโทรศัพท์เพื่อควบคุมความใจร้อนของฉัน ฉันจะยอมให้อารมณ์ครอบงำฉันไม่ได้ ฉันจะไม่ยอมเป็นคนที่ใช้คำพูดอย่างไม่ระมัดระวัง
ฉันรู้ว่าข้อความของเพื่อนไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเรื่องส่วนตัว แต่จากผลทดสอบบุคลิกภาพ INFJ และ 4 จาก Enneagram Test (ทำไมผลการทดสอบถึงตรงจนน่าตกใจเช่นนี้) ฉันรู้ว่าอารมณ์คือจุดอ่อนของฉัน นี่คือเหตุผลที่ฉันต้องคอยสำรวจตัวเองอยู่เสมอให้แน่ใจว่าฉันไม่ปล่อยให้อารมณ์เป็นใหญ่เหนือชีวิตฉัน
เพื่อนๆ ที่รัก อารมณ์เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง เราไม่ควรให้มันมีอิทธิพลเหนือเรา ฉันรู้ว่าหลายคนเป็น “นักใช้ความรู้สึก” นี่เป็นเรื่องยากอย่างแท้จริง แต่เป็นหนึ่งในบทเรียนสำคัญที่สุดที่ฉันได้เรียนรู้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา
การเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ สามารถช่วยเราได้ในทุกเรื่องของชีวิต ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เราจะไม่กำหนดสิ่งต่างๆ ด้วยความรู้สึกของเรา แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราให้อารมณ์เป็นผู้ควบคุมเราอยู่หรือไม่ ให้เรามาเริ่มกันเลย…
1. คุณโต้กลับแทนที่จะตอบกลับ
เมื่ออารมณ์ควบคุมฉัน ฉันพบว่าตัวเองมักจะโต้กลับ (ซึ่งบางครั้งไม่จำเป็น) ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวทันที ไม่ว่าจะเป็นการได้รับอีเมลเกรี้ยวกราดจากเพื่อนร่วมงาน หรือเห็นจานชามที่ใช้แล้ว (อีกแล้ว) วางทิ้งอยู่บนเคาน์เตอร์ในห้องครัว บางครั้งมันง่ายกว่ามากที่จะปล่อยตัวเองให้ทำตามอารมณ์ในสถานการณ์ที่พบเจอ และพูดสิ่งแรกที่ผุดขึ้นในสมองออกมา
การด่วนสรุปนั้นง่ายกว่าการให้เวลาเพื่ออธิบายด้วยใจอ่อนน้อมและสร้างประโยชน์แก่ผู้ที่สงสัย แต่ฉันท้าทายตัวเองให้หลีกเลี่ยงการตอบสนองแบบทันทีทันควัน และคิดว่าฉันควรตอบสนองให้ดีได้อย่างไรแทนการตอบเหมือนสาดโคลนไปทั่ว
ฉันและสามีได้ตั้ง “กฎ” ที่เราจะใช้เมื่อทะเลาะกันขึ้น หนึ่งในนั้นคือ “อย่าจุดไฟที่ไม่จำเป็น ที่จะทำให้ต้องมาดับในภายหลัง” หรือพูดง่ายๆ คือ เราจะไม่พูดอะไรก็ตามที่เรารู้สึกอยากพูด ณ ขณะนั้น มิฉะนั้นเราจะต้องใช้เวลามากกว่าเดิมในการดับ “ไฟ” เหล่านั้น คือการต้องมาขอโทษกันสำหรับคำพูดสร้างความเจ็บปวดที่เราพูดออกไปอย่างไม่ยั้งคิดด้วยความโกรธ
ปฏิกิริยาตอบกลับปกติอาจเหมือนการตอบสนองตามสัญชาตญาณ แต่การเข้าใจว่าพฤติกรรมของเราไม่ควรถูกควบคุมด้วยความรู้สึก คือก้าวแรกสู่การมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่ดี ขณะที่รอให้อารมณ์ “ร้อน” คลายลง บางครั้งฉันขอพระวิญญาณบริสุทธิ์เปิดเผยให้ฉันเห็นถึงสาเหตุที่แท้จริงของการแสดงอารมณ์เช่นนั้น และเชิญพระองค์เข้ามาช่วยให้ฉันตอบสนองได้ดีขึ้นในครั้งต่อๆ ไปเมื่อฉันไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้
2. คุณไม่สามารถดึงเอาความจริงออกจากความรู้สึก
เรื่องหนึ่งที่ที่ปรึกษาสอนฉันคือ ความรู้สึกไม่ใช่เรื่องถูกหรือผิดมันเป็นเพียงความรู้สึกเท่านั้น ขณะที่ฉันกำลังแบ่งปัน “ทุกความรู้สึก” อยู่นี้ ฉันต้องการจะบอกว่าความรู้สึกของเราไม่น่าเชื่อถือเสมอไป ในความเป็นจริง บ่อยครั้งที่ความรู้สึกกำลังหลอกลวงเราอยู่ เราพบความจริงนี้ได้ใน เยเรมีย์ 17:9 ที่อธิบายว่าจิตใจคือแหล่งของความ “ชั่วร้าย” จิตใจของมนุษย์คือสิ่งที่หลอกลวงมากที่สุด ชั่วร้ายที่สุด ใครจะรู้อย่างแท้จริงว่ามันแย่เพียงไร
เมื่อเราเริ่มให้ความรู้สึกครอบงำความจริง เราพบว่าเราถลำลึกไปกับมันจนไม่สามารถควบคุมมันได้ หรืออีกนัยหนึ่งคือ ทันทีที่เรายอมให้ความรู้สึกอยู่เหนือความจริง เราเริ่มเชื่อมันมากกว่าสิ่งที่พระเจ้าตรัสเกี่ยวกับเราและความจริงทั้งหมด นี่คือจุดที่เราจะต้องรู้ว่านี่เป็นเรื่องฝ่ายวิญญาณ แทนที่จะทำตามอารมณ์ความรู้สึกที่เรียกร้อง ฉันรู้ว่าฉันต้องทำอย่างพระเยซู และสำแดงผลของพระวิญญาณในชีวิตของฉัน ซึ่งนั่นรวมถึงการควบคุมตัวเอง (กาลาเทีย 5:22-23)
3. คุณรู้สึกควบคุมตัวเองไม่ได้
การแสดงออกทางความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นการเกรี้ยวกราดแบบเด็กๆ หรือการขอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยอีกต่อไป อารมณ์ของเราสร้างผลกระทบโดยตรงกับความคิดและพฤติกรรมของเรา ซึ่งบางครั้งถูกแสดงออกมาอย่างไม่เหมาะสม
ถ้าคุณกำลังอ่านเรื่องนี้อยู่ เห็นได้ชัดว่าคุณมีความฉลาดทางอารมณ์พอที่จะรู้ว่าอารมณ์ของคุณจะพลุ่งพล่านขึ้นเมื่อไร แต่สำหรับผู้ที่คิดว่าการควบคุมอารมณ์เป็นเรื่องยาก นี่คือจุดที่เราควรเข้ามาหาวิธีจัดการกับมัน ไม่ว่าจะเป็นความกลัวว่าจะเอาท์เลยทำให้รู้สึกสิ้นหวังขณะที่เลื่อนนิ้วไปมาในอินสตาแกรม หรือความรู้สึกเหมือนถูกปฏิเสธจากเสียงที่เงียบไปของคู่สนทนาอีกฝ่ายทางโทรศัพท์ เป็นสิ่งจำเป็นที่เราต้องรู้จุดที่สร้างปัญหาและทำให้เราอยู่ในวังวนเดิมๆ นี้
ในวันนี้และยุคนี้ที่สังคมและวัฒนธรรมของเราส่งเสริมการเปิดเผยความรู้สึกที่อ่อนไหวและเปราะบางได้มากขึ้น แต่อะไรคือสิ่งที่จำเป็นที่แท้จริงสำหรับการรักษาความสัมพันธ์ ทั้งหมดนี้คือความจำเป็นที่เราควรเรียนรู้ที่จะไม่ดำเนินชีวิตตามความรู้สึก
การตระหนักรู้อารมณ์ความรู้สึกของเราสำคัญมากต่อการพัฒนาตนเอง เพราะถึงอย่างไรก็ตาม เราไม่ควรใช้อารมณ์ตัดสินสิ่งหรือเรื่องต่างๆ ในชีวิตเรา เราจำเป็นต้องถามตัวเองว่าเรากำลังให้อารมณ์ควบคุมเราหรือไม่? อารมณ์กำลังพาเราไปสู่ทิศทางที่ผิดหรือไม่? ถ้าคำตอบคือ ใช่ เราต้องกลับมาสำรวจใหม่ว่าเราให้อารมณ์อยู่ในจุดที่ควรอยู่แล้วหรือไม่
เพื่อนๆ ที่รัก หากคุณพบว่าคุณคือหนึ่งในผู้ที่อยู่ใน 3 ข้อข้างต้น ไม่ต้องกังวลไป เพราะฉันอยู่ในกลุ่มเดียวกับคุณเช่นกัน อารมณ์คือส่วนหนึ่งที่ทำให้เราเป็นมนุษย์ เราไม่สามารถหยุดอารมณ์ความรู้สึกด้วยการเก็บกดมันไว้ในตัวเรา แต่เราสามารถนำอารมณ์ความรู้สึกเหล่านั้นทูลต่อพระบิดาผู้เป็นที่รักของเรา พระองค์ผู้ต้องการดูแลและกระตุ้นเราให้ใช้ชีวิตที่ดีที่สุดซึ่งพระองค์ตรียมไว้สำหรับเรา
พระเจ้าปรารถนาให้เรายอมจำนนนและมอบทุกส่วนของชีวิตเราแด่พระองค์ รวมถึงอารมณ์ความรู้สึกของเราด้วย ยิ่งเราขอการทรงนำในเรื่องอารมณ์ความรู้สึกของเรามาก ความสามารถของเราในการตัดสินว่าความรู้สึกไหนที่ไว้ใจได้จะยิ่งมากขึ้นด้วย และความรู้สึกไหนที่เราควรตรึงไว้ที่กางเขน
ดังนั้นอย่าเป็นกังวลไป เราทุกคนกำลังขับเคลื่อนอยู่ในวงล้อแห่งอารมณ์ความรู้สึกที่ไม่นิ่งที่เรียกว่า “ชีวิต” และท้ายสุดนี้ เรากำลังอยู่บนเส้นทางที่จะได้รับการรักษาอย่างสมบูรณ์และได้รับการเติมเต็มในพระเยซู ดังนั้นพูดพร้อมกับฉันว่า “อารมณ์ไม่ใช่ราชาที่ปกครองชีวิตฉัน ไม่มีอะไรในชีวิตฉันที่เป็นราชานอกจากพระเยซู”
YOU MAY ALSO LIKE
สรุปปัญญาจารย์บทที่ 3-5:7
อ่านบทเฝ้าเดี่ยวฉบับเต็มได้ที่นี่October 11, 2021October 12, 2021October 13, 2021October 14, 2021October 15, 2021October 15, 2021October 16, 2021October 17, 2021October 18, 2021October 19, 2021October 20, 2021October 20, 2021October 21, 2021October 22, 2021October 23,...
สรุปปัญญาจารย์บทที่ 1-2
อ่านบทเฝ้าเดี่ยวฉบับเต็มได้ที่นี่ October 11, 2021October 12, 2021October 13, 2021October 14, 2021October 15, 2021October 15, 2021October 16, 2021October 17, 2021October 18, 2021October 19, 2021October 20, 2021October 20, 2021October 21, 2021October 22, 2021October...
เมื่อสติปัญญาไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า
เมื่อสติปัญญาไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า วันที่ 16 | พระธรรมประจำวัน 13 ข้าพเจ้าเห็นเรื่องปัญญาภายใต้ดวงอาทิตย์ และเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่โตดังต่อไปนี้ 14 ยังมีเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง มีคนอยู่ในเมืองนั้นน้อยคน แล้วมีมหาราชามาตีเมืองนั้น และล้อมเมืองนั้นไว้...
MUSTARD SEED
Scripture quotations taken from The Holy Bible, Thai Standard Version 2011 ®
MUSTARD SEED is a part of
Our Daily Bread Ministries.
ABOUT US
We are a platform for Christian young people to ask questions about life and discover their true purpose. We are a community with different talents but the same desire to make sense of God’s life-changing word in our everyday lives.
® 2019 MUSTARD SEED . ALL RIGHTS RESERVED.
CONNECT WITH US
OUR OTHER LANGUAGES SITES
YMI (English)
WarungSaTeKaMu (Bahasa Indonesia)
雅⽶米 (Simplified Chinese)

